2008/Jul/09

 

 

 

Title : Tell a lie [ ท้องฟ้า  เมฆา และ ม่านหมอก ]

 

Pairing : 100 / 69 / 18 / 27 (จงเรียงสมการต่อไปนี้ให้ถูกต้อง)

 

Genre : Drama

 

Rating : G

 

Warning :  มันคือมหกรรมเสะกดเสะ ขอย้ำเสะกดเสะ แต่ไม่ต้องตกใจ ทูน่ายังเคะเหมือนเดิม 555

 

 

 

 

หากเลือกได้....ก็คงไม่มีใครต้องการให้เป็นแบบนี้

 

คุณคือท้องฟ้าที่คอยฉุดรั้งสายหมอกอย่างผม

คอยเป็นที่ยึดเหนี่ยวให้คนอย่างผม

 

เพราะสำคัญ....เพื่อคนสำคัญถึงยอมที่จะเสียสละ

 

คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

จงจำไว้...ทั้งหมดนี่ก็เพื่อคุณเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

 

 

ร่างสูงสมส่วนนอนหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาในห้องหนังสือขนาดใหญ่  มือหนึ่งวางทาบหนังสือที่ถูกกางคว่ำทับอยู่เหนืออก  อีกมือหนึ่งตกอยู่ข้างตัวจับแว่นตาขอบสีขาวบางที่จะหลุดจากมือแหล่มิหลุดแหล่ไว้  ใบหน้าได้รูปดูอิดโรย  ลมหายใจก็ดูบางเบาเหมือนคนใกล้สิ้นชีพ

 

เสียงบานประตูไม้เปิดออกพร้อมกับการมาเยือนของร่างบาง  ท้องฟ้าผู้สูงส่งแห่งวองโกเล่กำลังเมียงมองค้นหาอะไรสักอย่าง  ดวงตากลมโตใสชะงักเมื่อพบกับปลายเท้าที่ถูกยื่นเลยออกมาเนื่องด้วยความสูงที่มีมากกว่า   

 

รอยยิ้มแต่งแต้มพร้อมกับสองขาที่ก้าวเข้าประชิด  มือเรียวเท้าบนโซฟาหนังสีดำ  ดวงตาจ้องมองยังใบหน้าของผู้ที่หลับใหล  "  คงเหนื่อยมากเลยสินะ....  "

 

เสียงพึมพำเบา ๆ เรียกเอาสติที่ลอยไปไกลกลับคืนมา  เปลือกตากระพริบถี่  เผยดวงตาสองสีให้ลืมสบกับผู้มาเยือน  "  กลับมาแล้วหรือครับ?  "  มุคุโร่ยันกายขึ้นนั่ง 

 

สึนะเดินอ้อมด้านหลัง  ก่อนจะทรุดลงนั่งข้างกัน  "  ความจริงนายนอนต่อก็ได้นะ  ฉันเข้ามากวนรึเปล่า?  "

 

"  ไม่หรอกครับ  คุณเข้ามาก็ดีแล้วเพราะหากผมหลับนานกว่านี้  งานก็คงไม่เสร็จ  "  เสียงทุ้มกล่าวปะปนไปกับรอยยิ้มอ่อนโยน

 

กาลเวลาล่วงเลยมากว่าสิบปี  หากนับตั้งแต่ศึกครั้งใหญ่กับมิลฟีโอเร่แฟมิลี่  ครั้งนั้นมีเรื่องต่าง ๆ มากมาย  การสูญเสียที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจหาสิ่งไหนมาทดแทนได้  แต่กระนั้นสิ่งที่ได้รับกลับคืนก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่ากันเลยสักนิด

 

ได้มิตรภาพ  สัมพันธภาพ และบุคคลสำคัญกลับคืนมา

 

ร่างบางที่นั่งอมยิ้มพร้อมขมวดคิ้วข้าง ๆ กำลังทำให้มุคุโร่รู้สึกสงสัย  ความคิดที่กำลังแล่นเรียงอยู่ในหัวสมองของอีกฝ่ายนั้นคืออะไร  เหตุใดจึงทำให้ดีใจและเป็นกังวลได้ในคราเดียว

 

"  คิดอะไรอยู่หรือครับ?  "

 

คนถูกถามส่ายศีรษะไปมา  "  ไม่มีอะไรหรอก  ว่าแต่นายคงลำบากแย่เลย  โกคุเทระ  คุณพี่แล้วก็ยามาโมโตะดันไม่อยู่เสียกันหมด  "

 

มุคุโร่หัวเราะเบา ๆ  "  พวกเขาไปทำงานกันนี่ครับ  ที่สำคัญ...ผมเองก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของคุณบ้าง  "

 

สึนะไม่รู้หรอกว่าระหว่างตัวเขาในอนาคตกับมุคุโร่ในตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง  เขารับรู้เพียงแต่สัมผัสของอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ถาโถมเข้าใส่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เจอ  ร่างของมุคุโร่ที่ปรากฏเป็นมายาซ้อนทับร่างของหญิงสาว  รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความสุขและทุกข์แต้มเสียจนทำเอาใบหน้าหล่อเหลาหม่นหมองไปหมด  ร่างกายที่แปรเปลี่ยนไป  เส้นผมสีน้ำเงินเข้มที่ยาวจนคาดเดาระยะเวลาได้

 

มือเล็กจับปอยผมสีน้ำเงินขึ้นมอง  ดวงตาสองสีจ้องการกระทำที่ถูกครอบงำด้วยความเหม่อลอยนั่นนิ่ง  ไม่คัดค้านหรือเรียกสติกลับคืน 

 

"  นาย....กับฉันในอนาคตน่ะ.....  "  จู่ ๆ เสียงหวานก็เอ่ยขึ้น

 

"  ครับ?  "  คิ้วเรียวเลิกสูง 

 

สีนะเงียบลง  "  ไม่มีอะไร...  "

 

มุคุโร่รู้ว่าสึนะอยากจะพูดอะไร  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาเองมากกว่าที่ไม่อยากบอกอะไร  ไม่อยากบอกถึงเรื่องที่สึนะในตอนนี้อยากรู้  ไม่อยากบอกถึงเรื่องราวที่อีกฝ่ายอยากจะถาม  เขาอาจเป็นคนเดียวที่รู้ความลับเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนั่นดีที่สุด

 

ร่าสูงลุกขึ้นยืนบิดกายไปมาเล็กน้อย  ก่อนจะก้มลงหยิบกองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้าง  "  ไปกันเถอะครับ  ถ้านานกว่านี้เดี๋ยวฮิบาริคุงจะโกรธเอา  "

 

"  จริงสิ!!  "  สึนะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ  ลืมไปเสียสนิทว่านัดกับฮิบาริไว้

 

พวกเขากำลังจะไปเจรจาธุรกิจกับมิลฟีโอเร่  ศัตรูตัวฉกาจที่แปรเปลี่ยนมาเป็นคู่ค้าคนสำคัญ  เหตุการณ์นั้นแม้จะดูเหมือนเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน  แต่สำหรับสึนะแล้วกลับยาวนานเสียยิ่งกว่าช่วงเวลาไหน  เพราะมันทั้งกัดกร่อนจิตใจ  แรงกายและพลังในการมีชีวิตให้ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ

 

ดวงตาสีดำเข้มคมจ้องมองมายังผู้มาใหม่ทั้งสอง  ดวงหน้าเย็นชาแสนหงุดหงิดบ่งบอกอารมณ์รุนแรงจนแทบจะกินเลือดเนื้อของผู้ที่รุกล้ำเข้ามาเพียงน้อยนิดให้สลายหายไปในพริบตา  ฮิบาริกัดฟันแน่น  แทบจะถลาเข้าไปดึงร่างบางให้ห่างออกมาจากผู้พิทักษ์แห่งหมอก

 

"  เพราะผมเผลอหลับไปน่ะครับ  ไม่ใช่ความผิดของวองโกเล่  "  มุคุโร่เอ่ยอย่างไม่รอคำถาม

 

"  ใครถามแกเจ้าพืชชั้นต่ำ  " 

 

"  คึหึหึหึ...ไม่ต้องถามผมก็รู้ครับ  เพราะมันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่วองโกเล่หายไปนาน  "  อีกฝ่ายย้อนคำ  ฮิบาริแทบจะนำอาวุธคู่ใจออกมาฟาดฟันเสียตรงนี้

 

แสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน

 

สึนะเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบห้าม  รั้งเอาข้อมือแกร่งของคนเจ้าอารมณ์ไว้แน่น  "  ใจเย็น ๆ สิครับคุณฮิบาริ  ผมว่าเรารีบไปกันเถอะ  เดี๋ยวอีกฝ่ายเขาจะรอนานนะครับ  "

 

ไม่ใช่เพียงแต่มุคุโร่ที่อ่อนลงให้กับสึนะ  ฮิบาริเองก็เช่นกัน  เขายอมฟังคำพูดของอีกฝ่ายมากขึ้น  อารมณ์ก็เริ่มเย็นลงกว่าแต่ก่อนมาก  อาจเพราะการเติบโตท่ามกลางหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนต้องรับผิดชอบก็เป็นได้  แต่กระนั้น...สิ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยนไปเลยก็คือ  ความรู้สึกเกลียดที่มีต่อมุคุโร่

 

สำหรับมุคุโร่เองแล้วเขากลับรู้สึกเฉย ๆ เสียมากกว่า  เหตุผลเพราะเขาไม่ได้คิดจะใส่ใจหรือสนใจใครเลยนอกจากสึนะเท่านั้น  ดังจะเห็นได้จากการแสดงออกที่ดูเหมือนจะแบ่งแยกอย่างชัดเจน

 

"  ไปกันได้แล้ว!  "  ฮิบาริฉุดข้อมือบางนั่นอีกครั้ง  ก่อนจะพาเดินตรงไปยังรถยนต์สีดำคันหรูที่จอดรอไว้ด้านนอก

 

ผู้พิทักษ์แห่งหมอกยืนมองแผ่นหลังทั้งสองอยู่พัก  ก่อนจะเดินตามไปอย่างช้า ๆ ไม่ได้สนใจที่จะเร่งรีบแข่งกับเวลาและอารมณ์ของใครบางคนเลยสักนิด  นั่นเป็นเหตุให้เมฆาแสนเยือกเย็นถึงกับออกแรงกระชากเอาเนคไทที่ผูกอย่างเรียบร้อย  ดึงให้อีกฝ่ายเข้ามาประชิดใกล้ตัว

 

"  นายจงใจจะกวนฉันหรือไง?  "  เสียงทุ้มเย็นพูดราวกระซิบ  ด้วยไม่อยากให้ผู้ที่นั่งรออยู่ในรถต้องรับรู้เหตุการณ์

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่มุคุโร่เห็นความแตกต่างระหว่างร่างกายของเขาและฮิบาริใกล้ ๆ ในช่วงเวลาสิบกว่าปีมานี้  ร่างกายของฮิบาริดูจะพัฒนาขึ้นทั้งส่วนสูงและกล้ามเนื้อ  ผิดกับเขาที่ไม่ว่าดูมุมไหนก็ยังคงไม่แข็งแรงเท่า  ผลกระทบจากการถูกคุมขังที่ทำให้เพิ่มขึ้นได้แค่ส่วนสูงเท่านั้น

 

"  คึหึหึหึ....ถ้าคุณคิดแบบนั้นมันก็เป็นเรื่องของคุณ  ผมคงช่วยอะไรไม่ได้  "  ไม่ได้จงใจจะยียวนกวนประสาท  แต่การตอบคำถามในลักษณะแบบนี้ก็เป็นกับผู้พิทักษ์และคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

 

สึนะเมื่อเห็นว่าทั้งคู่ยังคงไม่เข้ามานั่งในรถทั้งที่จวนเจียนเวลาเต็มทีก็ต้องขอออกไป  และทันทีที่เสียงเปิดประตูรถยนต์อีกฝั่งดัง  มุคุโร่ก็รีบดึงมือที่กุมคอเสื้อตนออกอย่างรวดเร็ว  แล้วจัดแจงให้เข้าที่อย่างเรียบร้อยที่สุด

 

"  มีอะไรกันรึเปล่า??  "  ดวงตากลมโตใสมอง

 

ดวงตาสีดำขลับจ้องมองใบหน้าที่ยียวนของอีกฝ่าย  ก่อนจะเข้าไปนั่งในรถพร้อมกระแทกประตูปิดอย่างรุนแรง  สึนะสะดุ้งเล็กน้อย  พลางสบตากับดวงตาของสีที่จ้องมองมา   มุคุโร่ยิ้มแล้วส่ายศีรษะไปมาเป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไร

 

ความเงียบเกิดขึ้นตลอดทางเช่นทุกครั้งที่มีฮิบาริและมุคุโร่ไปด้วยกัน  ถ้าเป็นยามาโมโตะ  โกคุเทระหรือเรียวเฮ  ส่วนใหญ่จะต้องมีเสียงพูดคุย  ทะเลาะกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ได้ยินอย่างไม่มีเบื่อ  พอคิดแล้วก็ให้ถอนหายใจหนัก  เมื่อไหร่สองคนนี้จะเข้ากันได้ดีเสียที

 

คนนั่งข้างสังเกตเห็นท่าทางนั่น  จึงอดจะถามไม่ได้  "  เป็นอะไรรึเปล่าครับ?  "

 

"  ไม่มีอะไรหรอก  "  สึนะยิ้มกลับ

 

 

นภาหมองด้วยห่วงสองพิทักษ์

หนึ่งจมปลักกับความแค้นยากหักล้าง

หนึ่งเฉยเมยไม่สนใจทุกสิ่งอย่าง

ความคัดค้านไม่ลงตัวมัวหมองใจ

 

 

ทันทีที่มาถึงสถานที่นัดหมาย  การต้อนรับอย่างดีเยี่ยมก็ปรากฏ  เสมือนรู้ว่าแขกในชุดสูทสีดำสนิททั้งสามผู้ซึ่งมาเยือนเอาในเวลาพลบค่ำแบบนี้เป็นใคร  สึนะพยักหน้ารับการเชื้อเชิญ  พลางเดินนำร่างสองร่างเข้าสู่ภายใน  ไร้ซึ่งความกลัวหรือหวาดเกรงใด ๆ ดั่งแต่ก่อน

 

นั่นคือการพัฒนาและเติบโตขึ้นของท้องฟ้าแห่งวองโกเล่  นภาผืนใหญ่เพียงผืนเดียวที่โอบอุ้มทุกสรรพสิ่งไว้  แขนสองข้างที่ดูเล็กและบอบบางหากแต่มีพละกำลังที่ซ่อนเร้น  ร่างกายที่เสมือนคนป่วยกลับแฝงด้วยอำนาจมหาศาล  จิตใจที่ดูอ่อนแอกลับยิ่งใหญ่สมฐานะตน

 

แม้จะหลากสีสัน แต่กระนั้นท้องฟ้าก็ยังคงเป็นท้องฟ้า

รอยยิ้มกว้างภายใต้ดวงตาสีม่วงสวยแย้มรอรับแขกผู้มาเยือน  เบียคุรันลุกขึ้นต้อนรับคนทั้งสามอย่างเป็นมิตร  สึนะรับไมตรีนั้นด้วยความคุ้นเคย  แม้จะเคยเป็นศัตรูกันมาเนิ่นนาน  แต่พอกาลเวลาผันผ่าน  ทุกสิ่งทุกอย่างแปรเปลี่ยนไป  จากศัตรูก็ได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนสำคัญ

 

"  ขอโทษนะครับที่เรียกพบกะทันหันแบบนี้  "  เสียงทุ้มขี้เล่นเอ่ย 

 

สึนะยิ้มรับ  "  ไม่เป็นไรหรอกครับ  ว่าแต่คุณเบียคุรันเรียกผมมาพบนี่มีธุระอะไรรึครับ?  "

 

"  สึนะโยชิคุงคงเคยได้ยินเรื่องพวกค้าอาวุธเถื่อนสินะครับ  "

 

"  ครับ....แต่ช่วงนี้ดูจะได้ยินบ่อยกว่าทุกครั้ง  "

 

"  นี่แหละครับคือปัญหา...  "

 

จริง ๆ แล้วการค้าอาวุธถือเป็นธุรกิจหลัก ๆ ที่สำคัญอีกอย่างของเหล่ามาเฟีย  เส้นทางการค้าและลำเลียงสิ่งของนั้นค่อนข้างจะเป็นไปอย่างง่ายดายหากทำสัญญาร่วมกัน  อย่างวองโกเล่และมิลฟีโอเร่ก็เช่นกัน  ทั้งสองต่างกุมพื้นที่คนละเขตไว้  และเมื่อทำสัญญากัน....การขนส่งจึงเป็นไปได้อย่างราบรื่น

 

แต่ช่วงระยะหลัง ๆ มานี้ได้มีกลุ่มพ่อค้ามืดบางกลุ่ม  ทำการลักลอบขนถ่ายสินค้า  รวมถึงยักยอกสินค้าบางส่วนจากการขนส่งรายปกติไป  เนื่องด้วยการคุ้มครองและการตรวจสอบนั้นอ่อนกว่าลูกค้ารายใหญ่  แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์บ่อยขึ้น ๆ มันก็ยากจะมองข้าม

 

"  ผมอยากให้คนของสึนะโยชิคุงช่วยตรวจสอบดูด้วย  เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง  เพราะตอนนี้ทางเราก็เร่งรัดเรื่องนี้อยู่  "  เบียคุรันกล่าวต่อ

 

"  ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ...  "  จู่ ๆ ฮิบาริที่นั่งเงียบก็ขัดขึ้น

 

คนได้ยินต่างเลิกคิ้วสูงมองกลับเป็นเชิงถาม  จะยกเว้นก็แต่มุคุโร่ที่ยังคงนั่งหลับตานิ่ง  "  แปลกอะไรหรือครับฮิบาริคุง?  "

 

คนถูกถามกลับหัวเราะ  "  มันจะไม่บังเอิญไปหน่อยหรือไง  ตั้งนานไม่มีปัญหา  ดันมามีปัญหาเอาช่วงที่ไม่น่าจะเกิดแบบนี้  "

 

"  ไม่ไว้ใจเราสินะครับ?  "  เบียคุรันนั่งคิดอยู่พักก่อนตอบ

 

"  หึ...  "  ฮิบาริไม่ตอบกลับ

 

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะออกไปในทางลบ  สึนะก็ต้องยื่นมืออกมาอีกครั้ง  "  คงไม่มีอะไรหรอกครับ  ยังไงเราทั้งสองก็ยังต้องพึ่งพาอาศัยกัน  คุณฮิบาริเองคงคิดมากเกินไป  ต้องขอโทษด้วยนะครับ  "  น้ำเสียงเหมือนจะโอนอ่อนแต่ไม่ใช่  สึนะจงใจจะเน้นคำว่าพึ่งพาอาศัย 

ไม่ได้ไว้ใจ  แต่ก็ไม่อาจละทิ้งสิ่งที่เรียกว่าผลประโยชน์ได้สินะ...

 

เบียคุรันคิดแล้วหัวเราะเบา ๆ ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มเมื่อวันวานจะเติบโตมาได้อย่างงดงามถึงเพียงนี้  คิดแล้วก็มีเรื่องน่าสนุกให้นึกเล่นมาอย่างไม่ขาดสายจริง ๆ  แต่กระนั้นก็ยังคงไม่ลืมจะทักทายคนที่ตนสนใจเป็นที่สุด

 

"  วันนี้มุคุโร่คุงเงียบเชียวนะครับ  "

 

ดวงตาสองสีลืมมอง  ก่อนจะปิดลงอีกครั้ง  "  ก็ไม่มีอะไรจะต้องพูดนี่ครับ  "

 

คำตอบที่แสนเย็นชาค่อย ๆ ออกมาจากริมฝีปากได้รูป  คนรับคำตอบแทบอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ  มันคือความพอใจอย่างที่สุด  ไม่ว่าเมื่อไหร่  ตอนไหน...สิ่งที่ได้มายากมันเหมาะที่จะเก็บรักษาไว้มากกว่าสิ่งที่ได้มาง่าย ๆ

 

ของเล่นที่มีคุณค่า....ตุ๊กตาที่มีชีวิต

 

การพูดคุยยังคงมีต่อไป  แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องของธุรกิจและผลประโยชน์  สัญญาบางข้อถูกนำออกมาเน้นย้ำเป็นช่วง ๆ  แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นคู่ค้าสำคัญ  แต่กระนั้นความกินแหนงแคลงใจก็ยังคงมีให้เห็น  ถึงไม่แสดงออกชัดเจน  ก็สามารถรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณ

 

เวลาล่วงเลยไปกว่าสามชั่วโมง   ในที่สุดการสนทนาต่าง ๆ ก็สิ้นสุดลง  สึนะกล่าวอำลาและขอตัวจากไป  ตามติดด้วยฮิบาริ  และมุคุโร่ที่เหมือนว่าตั้งใจจะอยู่รั้งท้าย

 

ร่างสูงเพรียวก้าวเข้าประชิดบอสแห่งมิลฟีโอเร่   "  ผมไม่รู้ว่าคุณทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร  แต่ตราบใดที่คุณยังคงเป็นมิตรกับวองโกเล่เราก็ยังคงสื่อสารกันได้...  "

 

เขาเว้นจังหวะ  "  แต่ถ้าเมื่อใดที่คุณคิดจะทำร้ายคน ๆ นั้น  เพียงแค่คิด.....ผมคนนี้จะไม่ละเว้นทุกสิ่งที่มันสามารถทำลายคุณให้ย่อยยับได้  จำไว้นะครับ  "  มุคุโร่แย้มยิ้ม  เป็นรอยยิ้มที่แฝงไว้ซึ่งความน่าหวาดหวั่นจริง ๆ

 

เบียคุรันหัวเราะ  ก่อนจะคว้าแขนของคนที่กำลังจะเดินจากไปไว้  "  และถ้าผมจะบอกว่าสิ่งที่ผมทำทั้งหมดก็เพื่อได้คุณมาล่ะมุคุโร่คุง....คุณจะเชื่อไหม?  "

 

มุคุโร่ยังคงนิ่ง  ไม่มีท่าทีตกใจใด ๆ  "  ผมบอกแล้วไงครับ   ถ้าคุณคิดจะทำร้ายคน ๆ นั้น....ถ้าคุณคิด  เมื่อนั้น.....  "

 

ดวงตาสีม่วงจ้องมองร่างที่เดินจากไปนิ่ง  ในสายตาของเขาช่างเป็นความมืดและความหลอกลวงที่ดูสง่างามยิ่งนัก  สง่างามจนอยากจะเก็บไว้เป็นของเขาเพียงคนเดียว  เก็บไว้.....ขังไว้ในห้องที่มีแต่เขาคนเดียวเท่านั้นที่รู้

 

 

 

 

 

สายหมอกร่ำร้อง....อ้อนวอนท้องฟ้า

อย่าหวนคืนหา....ให้ล่องดั่งใจ

หยุดยั้งความคิด....นิมิตยาวไกล

ก้าวข้ามฝ่าไป....อย่าสนใจเหลียวมอง

 

 

 

 

จะขอเป็นสายหมอกที่ปกคลุมท้องฟ้า  ปกป้องท้องนภาตราบชั่วนิรันดร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

==============TBC=============

 

 

 

 

 

 

นุ๊ก - อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!! เอาจนได้  เอาจนได้ตรูๆๆๆๆๆๆๆๆ  ก่อนอื่นเลยขอโยนความผิดให้มุกที่ทำให้นุ๊กเบี่ยงเบนไป!!! แต่อย่างที่บอก  ขอออกตัวเลยว่าไม่ได้ชอบมุคุโร่เคะ!!! ฟิคเรื่องนี้มันคือเสะกดเสะ!!! แนวว่า ถ้าเมิงอยากได้กรูเมิงต้องเหนือกว่ากรูให้ได้  ไม่เช่นนั้นอย่าหวัง!!! ประมาณนี้อ่ะ 

 

อาจเพราะลอง ๆ ไปอ่านฟิคที่มุคุเคะแล้วมันไม่ชอบใจล่ะมั้ง  เลยอยากแต่งมุคุโร่ที่รับได้ในแนวตัวเองขึ้นมา  แต่ก็เอาเหอะ  ถือว่าเป็นการลองของแปลกแล้วกัน 

 

ตอนแรกคิดคู่ไว้แล้ว  แต่พอแต่งไปแต่งมาชักไม่มั่นใจอย่างแรง  อาจมีการเปลี่ยนแปลงคู่ในภายหลัง  ต้องดูไปตามเรื่อง  แต่ในนี้จะมีเสะกดเสะให้เห็นแน่นอนที่สุด  แต่สุดท้ายใครจะคู่ใครก็คงต้องตามลุ้นกันต่อไป

 

ย้ำอีกครั้ง!!!เสะกดเสะ!!!

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะฮ้า~

 

 

edit @ 9 Jul 2008 16:53:21 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก

ภาษาสุดยอดเลยคร่าท่านนุ๊กกกกกก >[]<

อ่านแล้วได้ฟิลลิ่งท่านุคุโร่สุดๆๆๆ กร๊าซซซซซซซซ ท่านมุ!!! ท่านทำทุกอย่างเพือทูน่าจริงๆ T T

แม้ว่า...ท้องฟ้าจะมิได้หันกลับมามอง...
แม้ว่า...ไม่อาจรั้งท้องนภาไว้กับตัวเอง...
แต่ก็จะขอ...ปกปักษ์พิทักษ์อยู่ข้างกาย...
เพื่อปกป้อง...คนสำคัญเพียงคนเดียวของผม...

กริ๊ซซซซซซซซซ อยากอ่านต่อคร่า~~~~~~~~~ ใครจะเสะยังไงไม่สน เพราะยังไง เมื่อมีการกด มันก็ต้องมีฝั่งหนึ่งที่กลายเป็นเคะ!!! >[]<

เอามาลงต่อเร็วๆนะคร้า~~~ จะรออ่านค่า ^^
#1  by  selzere At 2008-07-10 13:57, 

<< Home