Title : Tell a lie 2[ ท้องฟ้า เมฆา และ ม่านหมอก ]
Pairing : 100 / 69 / 18 / 27 (จงเรียงสมการต่อไปนี้ให้ถูกต้อง)
Genre : Drama
Rating : G or PG 13?
Warning : มันคือมหกรรมเสะกดเสะ ขอย้ำเสะกดเสะ แต่ไม่ต้องตกใจ ทูน่ายังเคะเหมือนเดิม 555
คำโกหกใด ๆ ในโลก
ก็ไม่เท่ากับคำโกหกที่หอมหวานนี้
มุคุโร่รับรู้ถึงการรอคอยของใครบางคนจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องหนังสือแห่งนี้ ชายหนุ่มย่างเท้าเข้าสู่ภายใน ไม่ได้ระแวดระวังหรือสังเกตการณ์ใดเป็นพิเศษ เพราะผู้ที่อาจหาญและสามารถเข้าสู่ส่วนในของคฤหาสน์วองโกเล่ได้ ก็คงมีแต่มนุษย์ล่องหน....หรือไม่ก็...
ผู้พิทักษ์แห่งท้องนภาเท่านั้น
เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มยาวทรุดกายลงนั่ง มือหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นเปิดอ่าน " ออกมาเถอะครับ ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องต้องการจะคุยกับผม "
แสงไฟเรืองรองสะท้อนเข้ากับอาวุธสีเงินจนเกิดประกายวาววับ ฮิบาริและทอนฟาคู่ใจพุ่งทะยานเข้าสู่อีกฝ่าย ปลายของมันจ่อเข้าที่ลำคอขาวซึ่งยังคงนิ่งงันไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด
" คึหึหึหึ...นี่อะไรครับ? ชวนทดสอบหรือว่าหาเรื่องกัน? " เสียงเรียบเย็นเอ่ยกลั้วหัวเราะ ดวงตาสองสีเหลือบมองยังอีกฝ่าย
ผู้ถูกมองยังคงไม่ปริปาก หากแต่กระชับทอนฟาแน่น ดันมันเข้าสู่ลำคอของคนช่างพูด บรรยากาศโดยรอบดูไม่น่าพิสมัยอย่างที่คิดอีกต่อไป " แกมีอะไรกับเจ้าสัตว์กินเนื้อนั่น....แกคิดจะทำอะไร? "
มุคุโร่เบิกตากว้าง ส่งเสียงหัวเราะดัง ราวกับเรื่องที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเมฆาผู้แสนเย็นชานั้น เป็นเรื่องตลกที่สุดที่เคยได้ยินมาในชีวิต นั่นส่งผลให้ฮิบาริเกิดโทสะอย่างรุนแรง เขากดอาวุธคู่กายลงจนมันแทบปิดช่องทางกายหายใจ
" คิดว่าผมกำลังร่วมมือกับคน ๆ นั้นงั้นหรือครับ? "
" หรือคิดว่าผมกำลังปองร้ายวองโกเล่? "
เขาพยายามเน้นเสียงที่ยังเหลืออยู่ให้หนัก " จำไว้อย่างนะครับฮิบาริคุง....คนที่จะคิดกับผมแบบนั้นได้ มีแต่สึนะโยชิคุงเท่านั้น...คนอื่น...ไม่มีสิทธิ "
ดวงตาสีดำทมิฬจ้องเขม็งยิ่งกว่าครั้งใด ราวกับต้องการกินเลือดเนื้อและหัวใจของผู้พูดให้หายไปสิ้น ในวินาทีนั้น...ที่ทอนฟาสีเงินถูกกดจนจมลง เงาร่างตรงหน้าก็สลายกลายเป็นผุยผง เหลือเพียงละอองและฝุ่นควันบาง ๆ
ชายหนุ่มเพชฌฆาตเหลือบตามองไปยังอีกจุด " จะหนีหรือไง? "
" ผมไม่อยากทำให้สึนะโยชิคุงต้องคิดมากเท่านั้น " มุคุโร่แย้มยิ้ม
บานประตูไม้แง้มออกทีละนิด ก่อนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยการกระแทกจากอาวุธที่ถูกเหวี่ยงมา ฮิบาริทะยานข้ามโซฟาที่วางขวางอยู่พร้อมกับทอนฟาอีกอันในมือ เข้าปะทะกับหอกซึ่งถูกนำออกมาได้ทันควันเข้าอย่างจังจนเกิดเสียงดัง
" เล่นทีเผลอหรือไงครับ? "
" อย่างแกไม่มีสิทธิพูดคำนั้นหรอก "
แม้การต่อสู้จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง แต่สังเกตได้ชัดว่ามุคุโร่พยายามที่จะหลบเลี่ยง และรู้สึกโชคดีเหลือเกิน ที่ห้อง ๆ นั้นแยกห่างจากตัวอาคารหลักมาก ทำให้เสียงที่ควรจะดังลอดเข้าหูของสึนะนั้นถูกกลบด้วยเสียงพายุฝน....พายุฝนที่ตกลงมาราวจงใจ
เมฆาและม่านหมอกปะทะกันด้วยความเงียบงัน
ความแข็งแกร่งก็คือความแข็งแกร่ง อย่างไรซะสุดท้ายมุคุโร่ก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของปีศาจสีดำอย่างฮิบาริได้อยู่ดี หอกคู่มือถูกกดจนติดร่างกาย แรงดันอันมหาศาลซึ่งไม่คิดว่าจะออกมาจากผู้ที่เคยพ่ายแพ้เขาในอดีตกับปรากฏเสียจนมิอาจต้านทานได้
" บอกมา....แกวางแผนอะไรอยู่! "
ดวงตาสองสีแย้มยิ้ม มือยังคงพยายามรับแรงที่ถูกกดทับลงมา " ทำไม....ผมต้องบอกคุณ ในเมื่อคุณไม่ใช่เจ้าชีวิตผม "
เหมือนกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ ฮิบาริออกแรงปัดเอาหอกที่ขวางทางอยู่จนมุคุโร่เสียหลัก ก่อนจะถูกซ้ำอย่างรุนแรง เลือดไหลออกจากบาดแผลกระเด็นเปรอะผืนพรมสีแดงสด ใบหน้าหล่อเหลาฟกช้ำอย่างหนัก
พอเห็นอีกฝ่ายถูกต้อนอย่างง่ายดาย เขาก็ยิ่งโมโหหนัก มันเหมือนเป็นการดูถูก นอกจากปะทะกันด้วยอาวุธแล้ว มุคุโร่ก็ไม่คิดจะใช้ความสามารถของดวงตาหรือกล่องเลยแต่อย่างใด
" ทำไมแกถึงไม่สู้!!! " เสียงทุ้มตะโกนขึ้นอย่างเหลืออด
มุคุโร่ยังคงยิ้ม " ผมบอกแล้วไม่ใช่หรือครับ ว่าไม่อยากให้สึนะโยชิคุงต้องลำบากใจ... "
ตอนนี้คงไม่มีอะไรมาห้ามความเดือดดาลได้ ฮิบาริกดอีกฝ่ายลงกับพื้น ก่อนจะจงใจเล่นงานอย่างหนัก หากเป็นคนธรรมดาคงได้จมกองเลือดตายไปแล้ว แต่นี่.....คือหนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่
" งั้นบอกฉันมา...แกมีอะไรกับไอ้เจ้านั่น!!! " มือแกร่งกระชากคอเสื้อที่เปื้อนไปด้วยเลือด ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดวงตาสองสีมองไปยังดวงตาสีดำสนิทตรงหน้า " ก็คง......คล้ายกับที่คุณเคยคิดหรืออาจกำลังคิดอยู่มั้งครับ "
ฮิบาริรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกมองอย่างทะลุปรุโปร่ง แม้แต่ความคิดซึ่งเขายังไม่เข้าใจตนเองก็ยังถูกมองออก ชายหนุ่มออกแรงผลักให้ผู้ยั่วยุนอนแนบลงกับพื้น ก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้
มุคุโร่เปรยยิ้มเย็นทันทีที่ริมฝีปากของฮิบาริสัมผัสกับลำคอของตน มันเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ความหิวกระหายซึ่งไม่แยกมิตรศัตรู
บทรักที่เต็มไปด้วยเลือดกำลังถูกละเลงขึ้นอย่างไม่อาจห้าม เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกกระชากออก ไร้ความอ่อนโยนหรือเยื่อใยใด ๆ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงกระซิบหรือคำปลอบโยนหวาน ๆ ให้ได้ยิน
แต่แล้วมุคุโร่ซึ่งไม่ได้ขัดขืนก็เอ่ยขึ้น " สาบานได้ไหมครับ ว่าถ้าคุณทำแบบนี้แล้ว จะไม่เอามือคู่นี้ไปแตะต้องสึนะโยชิคุงอีก "
ฮิบาริหยุดชะงักเมื่อได้ยิน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาที่มองมานั้นไร้แววความสั่นคลอนใด ๆ มุ่งมั่น....มุ่งมั่นเสียจนน่ากลัว แม้แต่คนหัวรั้นและต้องเอาให้ได้ทุกอย่างอย่างเขายังต้องยอมแพ้
เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น มุคุโร่ก็ค่อย ๆ ยันตัวขึ้น " ไม่ได้สินะครับ? "
" ถ้างั้นผมก็คงต้องขอตัว แต่หากคุณพร้อมรับข้อเสนอนี้เมื่อไหร่ มาหาผมได้ทุกเมื่อ " เขายิ้ม
ร่างที่เปื้อนเลือดเมื่อครู่กลายเป็นเพียงฝุ่นควันอีกครั้ง ฮิบาริรับรู้ในขณะนั้นเองว่าตนกำลังถูกหลอก คนอย่างเขาถูกหลอก.....สมาธิหายไปไหน ความสับสนที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกัน แล้วความกระหายล่ะ ความกระหายในการฆ่าฟันหายไปไหนหมด!!!
" สึนะ.....โยชิ.... " เสียงทุ้มพึมพำ
ฮิบาริลุกขึ้นยืนพร้อมเก็บทอนฟาที่หล่นอยู่ เขาสับสนอย่างหนักก็จริง แต่อย่างไรซะ....จิตใจก็ยังคงให้คำตอบเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา....นภา....แสนยิ่งใหญ่ ผู้ยึดครองเมฆาที่ล่องลอยไว้ได้สำเร็จ
แต่กระนั้น...เมฆาก็ยังคงมิอาจมั่นในสิ่งที่ยึดตนไว้ได้ตลอดไป
มุคุโร่พาตนเองกลับมายังห้องพักด้วยความยากลำบาก ทันทีที่บานประตูปิดลง ร่างทั้งร่างก็ต้องทรุดลงกับพื้น สำรอกเอาเลือดที่เก็บกั้นไว้มานานออกจนเต็มมือ เขาอ่อนล้าเกินไป....อ่อนล้าเกินกว่าจะใช้พลังให้รอดพ้นเงื้อมมือของฮิบาริได้ทั้งหมด
แต่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว ที่แค่บอบช้ำภายใน " คึหึหึหึ.... "
มุคุโร่หัวเราะ รู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็นั่น....เพียงแค่นั้น เพราะทั้งชีวิต เขาก็ไม่เคยได้พบสิ่งที่เรียกว่าแสงสว่างเลย นอกเสียจาก....
" สึนะโยชิคุง.... "
ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว สึนะรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง เนื้อตัวของเขาร้อนรุ่ม จิตใจเต้นไม่เป็นระส่ำ รู้สึกไม่ดีอย่างที่สุด เหมือนจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น แม้แต่งาน....เอกสารตรงหน้าที่วางสูงเป็นกองพะเนินยังไม่อาจดึงความสนใจจากลางสังหรณ์นี่ไปได้
" จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ.... "
เขาหยิบเอาโทรศัพท์ข้างกาย กดสายตรงไปยังคนไกลตัวที่ออกไปทำหน้าที่ ยามาโมโตะรับสายด้วยเสียงขี้เล่นตามเดิม และบอกว่าทุกคนสบายดี นั่นทำให้สึนะรู้สึกแปลกใจ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจไปด้วย
" แล้ว....มันคืออะไรกันแน่นะ ความรู้สึกนั้น.... "
เขายังคงนั่งคิดปะปนไปกับการทำงาน ก่อนดวงตาคู่กลมสวยจะหยุดตรงเอกสารฉบับหนึ่ง ในเนื้อความพูดถึงการค้าระหว่างวองโกเล่และมีลฟีโอเร่ มันทำให้ต้องสะดุดและหยุดคิดถึงการพบกันเมื่อวาน เรื่องที่เกิดขึ้น....และเบียคุรัน....
ดวงตาสีม่วงที่มองมายังเขาและผู้พิทักษ์ข้างกายยังคงฝังอยู่ในหัวสมอง มันแฝงไปด้วยความรู้สึกนึกคิดที่หลากหลาย มากมายเสียจนประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขายังมิอาจตามได้เท่าทัน
จะว่าไปแล้ว หากเทียบกับบอสหรือผู้นำกลุ่มมาเฟียอื่น ๆ เขาก็ยังคงอ่อนประสบการณ์อยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า การปกครอง หรือแม้กระทั่งสงครามการต่อสู้ หากไม่ได้เหล่าผู้พิทักษ์และผู้มีบุญคุณทั้งหลายคอยช่วยไว้ ป่านนี้ไม่รู้ว่าเขาจะนำพาวองโกเล่ไปในทิศทางใดแล้ว
" ต้องการอะไรกันแน่....คุณเบียคุรัน.... "
edit @ 14 Jul 2008 23:14:20 by derick