2008/Jul/14

 

Title : Tell a lie 2[ ท้องฟ้า  เมฆา และ ม่านหมอก ]

 

Pairing : 100 / 69 / 18 / 27 (จงเรียงสมการต่อไปนี้ให้ถูกต้อง)

 

Genre : Drama

 

Rating : G or PG 13?

 

Warning :  มันคือมหกรรมเสะกดเสะ ขอย้ำเสะกดเสะ แต่ไม่ต้องตกใจ ทูน่ายังเคะเหมือนเดิม 555

 

 

 

 

 

 

 

คำโกหกใด ๆ ในโลก

ก็ไม่เท่ากับคำโกหกที่หอมหวานนี้

 

 

 

 

 

มุคุโร่รับรู้ถึงการรอคอยของใครบางคนจากมุมใดมุมหนึ่งของห้องหนังสือแห่งนี้   ชายหนุ่มย่างเท้าเข้าสู่ภายใน  ไม่ได้ระแวดระวังหรือสังเกตการณ์ใดเป็นพิเศษ  เพราะผู้ที่อาจหาญและสามารถเข้าสู่ส่วนในของคฤหาสน์วองโกเล่ได้  ก็คงมีแต่มนุษย์ล่องหน....หรือไม่ก็... 

 

ผู้พิทักษ์แห่งท้องนภาเท่านั้น

 

เจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มยาวทรุดกายลงนั่ง  มือหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นเปิดอ่าน  "  ออกมาเถอะครับ  ผมรู้ว่าคุณมีเรื่องต้องการจะคุยกับผม  "

 

แสงไฟเรืองรองสะท้อนเข้ากับอาวุธสีเงินจนเกิดประกายวาววับ  ฮิบาริและทอนฟาคู่ใจพุ่งทะยานเข้าสู่อีกฝ่าย  ปลายของมันจ่อเข้าที่ลำคอขาวซึ่งยังคงนิ่งงันไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใด 

 

"  คึหึหึหึ...นี่อะไรครับ? ชวนทดสอบหรือว่าหาเรื่องกัน?  "  เสียงเรียบเย็นเอ่ยกลั้วหัวเราะ  ดวงตาสองสีเหลือบมองยังอีกฝ่าย

 

ผู้ถูกมองยังคงไม่ปริปาก  หากแต่กระชับทอนฟาแน่น  ดันมันเข้าสู่ลำคอของคนช่างพูด  บรรยากาศโดยรอบดูไม่น่าพิสมัยอย่างที่คิดอีกต่อไป  "  แกมีอะไรกับเจ้าสัตว์กินเนื้อนั่น....แกคิดจะทำอะไร?  "

 

มุคุโร่เบิกตากว้าง  ส่งเสียงหัวเราะดัง  ราวกับเรื่องที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากเมฆาผู้แสนเย็นชานั้น  เป็นเรื่องตลกที่สุดที่เคยได้ยินมาในชีวิต  นั่นส่งผลให้ฮิบาริเกิดโทสะอย่างรุนแรง  เขากดอาวุธคู่กายลงจนมันแทบปิดช่องทางกายหายใจ

 

"  คิดว่าผมกำลังร่วมมือกับคน ๆ นั้นงั้นหรือครับ?  "

 

"  หรือคิดว่าผมกำลังปองร้ายวองโกเล่?  "

 

เขาพยายามเน้นเสียงที่ยังเหลืออยู่ให้หนัก  "  จำไว้อย่างนะครับฮิบาริคุง....คนที่จะคิดกับผมแบบนั้นได้  มีแต่สึนะโยชิคุงเท่านั้น...คนอื่น...ไม่มีสิทธิ  "

 

ดวงตาสีดำทมิฬจ้องเขม็งยิ่งกว่าครั้งใด  ราวกับต้องการกินเลือดเนื้อและหัวใจของผู้พูดให้หายไปสิ้น  ในวินาทีนั้น...ที่ทอนฟาสีเงินถูกกดจนจมลง  เงาร่างตรงหน้าก็สลายกลายเป็นผุยผง  เหลือเพียงละอองและฝุ่นควันบาง ๆ  

 

ชายหนุ่มเพชฌฆาตเหลือบตามองไปยังอีกจุด  "  จะหนีหรือไง?  "

 

"  ผมไม่อยากทำให้สึนะโยชิคุงต้องคิดมากเท่านั้น  "  มุคุโร่แย้มยิ้ม

 

บานประตูไม้แง้มออกทีละนิด  ก่อนถูกปิดลงอย่างแรงด้วยการกระแทกจากอาวุธที่ถูกเหวี่ยงมา  ฮิบาริทะยานข้ามโซฟาที่วางขวางอยู่พร้อมกับทอนฟาอีกอันในมือ  เข้าปะทะกับหอกซึ่งถูกนำออกมาได้ทันควันเข้าอย่างจังจนเกิดเสียงดัง

 

"  เล่นทีเผลอหรือไงครับ?  "

 

"  อย่างแกไม่มีสิทธิพูดคำนั้นหรอก  "

 

แม้การต่อสู้จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง  แต่สังเกตได้ชัดว่ามุคุโร่พยายามที่จะหลบเลี่ยง  และรู้สึกโชคดีเหลือเกิน  ที่ห้อง ๆ นั้นแยกห่างจากตัวอาคารหลักมาก  ทำให้เสียงที่ควรจะดังลอดเข้าหูของสึนะนั้นถูกกลบด้วยเสียงพายุฝน....พายุฝนที่ตกลงมาราวจงใจ

 

เมฆาและม่านหมอกปะทะกันด้วยความเงียบงัน

 

ความแข็งแกร่งก็คือความแข็งแกร่ง  อย่างไรซะสุดท้ายมุคุโร่ก็ไม่อาจหนีพ้นเงื้อมมือของปีศาจสีดำอย่างฮิบาริได้อยู่ดี  หอกคู่มือถูกกดจนติดร่างกาย  แรงดันอันมหาศาลซึ่งไม่คิดว่าจะออกมาจากผู้ที่เคยพ่ายแพ้เขาในอดีตกับปรากฏเสียจนมิอาจต้านทานได้

 

"  บอกมา....แกวางแผนอะไรอยู่!  "

 

ดวงตาสองสีแย้มยิ้ม  มือยังคงพยายามรับแรงที่ถูกกดทับลงมา  "  ทำไม....ผมต้องบอกคุณ  ในเมื่อคุณไม่ใช่เจ้าชีวิตผม  "

เหมือนกับน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟ  ฮิบาริออกแรงปัดเอาหอกที่ขวางทางอยู่จนมุคุโร่เสียหลัก  ก่อนจะถูกซ้ำอย่างรุนแรง  เลือดไหลออกจากบาดแผลกระเด็นเปรอะผืนพรมสีแดงสด  ใบหน้าหล่อเหลาฟกช้ำอย่างหนัก 

 

พอเห็นอีกฝ่ายถูกต้อนอย่างง่ายดาย  เขาก็ยิ่งโมโหหนัก  มันเหมือนเป็นการดูถูก  นอกจากปะทะกันด้วยอาวุธแล้ว  มุคุโร่ก็ไม่คิดจะใช้ความสามารถของดวงตาหรือกล่องเลยแต่อย่างใด 

 

"  ทำไมแกถึงไม่สู้!!!  "  เสียงทุ้มตะโกนขึ้นอย่างเหลืออด

 

มุคุโร่ยังคงยิ้ม  "  ผมบอกแล้วไม่ใช่หรือครับ  ว่าไม่อยากให้สึนะโยชิคุงต้องลำบากใจ...  "

 

ตอนนี้คงไม่มีอะไรมาห้ามความเดือดดาลได้  ฮิบาริกดอีกฝ่ายลงกับพื้น  ก่อนจะจงใจเล่นงานอย่างหนัก  หากเป็นคนธรรมดาคงได้จมกองเลือดตายไปแล้ว  แต่นี่.....คือหนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่

 

"  งั้นบอกฉันมา...แกมีอะไรกับไอ้เจ้านั่น!!!  "  มือแกร่งกระชากคอเสื้อที่เปื้อนไปด้วยเลือด  ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

ดวงตาสองสีมองไปยังดวงตาสีดำสนิทตรงหน้า  "  ก็คง......คล้ายกับที่คุณเคยคิดหรืออาจกำลังคิดอยู่มั้งครับ  "

 

ฮิบาริรู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกมองอย่างทะลุปรุโปร่ง  แม้แต่ความคิดซึ่งเขายังไม่เข้าใจตนเองก็ยังถูกมองออก  ชายหนุ่มออกแรงผลักให้ผู้ยั่วยุนอนแนบลงกับพื้น  ก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่ไม่อาจควบคุมได้

 

มุคุโร่เปรยยิ้มเย็นทันทีที่ริมฝีปากของฮิบาริสัมผัสกับลำคอของตน  มันเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย  ความหิวกระหายซึ่งไม่แยกมิตรศัตรู 

 

บทรักที่เต็มไปด้วยเลือดกำลังถูกละเลงขึ้นอย่างไม่อาจห้าม  เสื้อผ้าที่สวมใส่ถูกกระชากออก  ไร้ความอ่อนโยนหรือเยื่อใยใด ๆ  ไม่มีแม้กระทั่งเสียงกระซิบหรือคำปลอบโยนหวาน ๆ ให้ได้ยิน

 

แต่แล้วมุคุโร่ซึ่งไม่ได้ขัดขืนก็เอ่ยขึ้น  "  สาบานได้ไหมครับ  ว่าถ้าคุณทำแบบนี้แล้ว จะไม่เอามือคู่นี้ไปแตะต้องสึนะโยชิคุงอีก  "

 

ฮิบาริหยุดชะงักเมื่อได้ยิน  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตา  ดวงตาที่มองมานั้นไร้แววความสั่นคลอนใด ๆ  มุ่งมั่น....มุ่งมั่นเสียจนน่ากลัว  แม้แต่คนหัวรั้นและต้องเอาให้ได้ทุกอย่างอย่างเขายังต้องยอมแพ้

 

เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น  มุคุโร่ก็ค่อย ๆ ยันตัวขึ้น  "  ไม่ได้สินะครับ?  "

 

"  ถ้างั้นผมก็คงต้องขอตัว  แต่หากคุณพร้อมรับข้อเสนอนี้เมื่อไหร่  มาหาผมได้ทุกเมื่อ  "  เขายิ้ม

 

ร่างที่เปื้อนเลือดเมื่อครู่กลายเป็นเพียงฝุ่นควันอีกครั้ง  ฮิบาริรับรู้ในขณะนั้นเองว่าตนกำลังถูกหลอก  คนอย่างเขาถูกหลอก.....สมาธิหายไปไหน  ความสับสนที่เกิดขึ้นมันคืออะไรกัน  แล้วความกระหายล่ะ  ความกระหายในการฆ่าฟันหายไปไหนหมด!!!

"  สึนะ.....โยชิ....  "  เสียงทุ้มพึมพำ

 

ฮิบาริลุกขึ้นยืนพร้อมเก็บทอนฟาที่หล่นอยู่  เขาสับสนอย่างหนักก็จริง  แต่อย่างไรซะ....จิตใจก็ยังคงให้คำตอบเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา....นภา....แสนยิ่งใหญ่  ผู้ยึดครองเมฆาที่ล่องลอยไว้ได้สำเร็จ

 

แต่กระนั้น...เมฆาก็ยังคงมิอาจมั่นในสิ่งที่ยึดตนไว้ได้ตลอดไป

 

มุคุโร่พาตนเองกลับมายังห้องพักด้วยความยากลำบาก  ทันทีที่บานประตูปิดลง  ร่างทั้งร่างก็ต้องทรุดลงกับพื้น  สำรอกเอาเลือดที่เก็บกั้นไว้มานานออกจนเต็มมือ  เขาอ่อนล้าเกินไป....อ่อนล้าเกินกว่าจะใช้พลังให้รอดพ้นเงื้อมมือของฮิบาริได้ทั้งหมด

 

แต่ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว  ที่แค่บอบช้ำภายใน  "  คึหึหึหึ....  "

 

มุคุโร่หัวเราะ  รู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก  แต่ก็นั่น....เพียงแค่นั้น  เพราะทั้งชีวิต  เขาก็ไม่เคยได้พบสิ่งที่เรียกว่าแสงสว่างเลย  นอกเสียจาก....

 

"  สึนะโยชิคุง....  "

 

ตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว  สึนะรู้สึกถึงความแปลกประหลาดบางอย่าง  เนื้อตัวของเขาร้อนรุ่ม  จิตใจเต้นไม่เป็นระส่ำ  รู้สึกไม่ดีอย่างที่สุด  เหมือนจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น  แม้แต่งาน....เอกสารตรงหน้าที่วางสูงเป็นกองพะเนินยังไม่อาจดึงความสนใจจากลางสังหรณ์นี่ไปได้

 

"  จะเกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ....  "

 

เขาหยิบเอาโทรศัพท์ข้างกาย  กดสายตรงไปยังคนไกลตัวที่ออกไปทำหน้าที่  ยามาโมโตะรับสายด้วยเสียงขี้เล่นตามเดิม  และบอกว่าทุกคนสบายดี  นั่นทำให้สึนะรู้สึกแปลกใจ  แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจไปด้วย

 

"  แล้ว....มันคืออะไรกันแน่นะ  ความรู้สึกนั้น....  "

 

เขายังคงนั่งคิดปะปนไปกับการทำงาน  ก่อนดวงตาคู่กลมสวยจะหยุดตรงเอกสารฉบับหนึ่ง  ในเนื้อความพูดถึงการค้าระหว่างวองโกเล่และมีลฟีโอเร่  มันทำให้ต้องสะดุดและหยุดคิดถึงการพบกันเมื่อวาน  เรื่องที่เกิดขึ้น....และเบียคุรัน....

 

ดวงตาสีม่วงที่มองมายังเขาและผู้พิทักษ์ข้างกายยังคงฝังอยู่ในหัวสมอง  มันแฝงไปด้วยความรู้สึกนึกคิดที่หลากหลาย  มากมายเสียจนประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขายังมิอาจตามได้เท่าทัน 

 

จะว่าไปแล้ว  หากเทียบกับบอสหรือผู้นำกลุ่มมาเฟียอื่น ๆ  เขาก็ยังคงอ่อนประสบการณ์อยู่ดี  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้า  การปกครอง  หรือแม้กระทั่งสงครามการต่อสู้  หากไม่ได้เหล่าผู้พิทักษ์และผู้มีบุญคุณทั้งหลายคอยช่วยไว้  ป่านนี้ไม่รู้ว่าเขาจะนำพาวองโกเล่ไปในทิศทางใดแล้ว

 

"  ต้องการอะไรกันแน่....คุณเบียคุรัน....  "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 14 Jul 2008 23:14:20 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home