[AuFic] Without Your love II : Illusion ตอนที่ 1
Pairing : 6927
Genre : Drama / Romance
Rating : G
Warning : น้ำเน่า วะฮะ ๆ
เป็นดั่งกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย
ไร้ซึ่งพลังในการยึดเหนี่ยวสิ่งใด
เป็นดั่งกลีบดอกไม้ที่แพ้พ่าย
ไร้ซึ่งหนทางใดให้เลือกเดิน
"เพราะผมก็คือผม"
เสียงบานประตูห้องพักของคอนโดสุดหรูเปิดออกเบา ๆ เสมือนเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในได้รับรู้ถึงการกลับมาของบุคคลที่ตนเฝ้ารอคอย ร่างเล็กบอบบางคล้ายคนป่วยรีบวิ่งออกมาจากครัว มือทั้งสองเช็ดกับผ้ากันเปื้อนสีอ่อนที่ตนสวมทับไว้อย่างลวก ๆ
" ยินดีต้อนรับกลับครับ " เสียงหวานเอ่ย รอยยิ้มสดใสแต่งแต้มบนใบหน้า
ดวงตาสองสีจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่ก่อนยิ้มกลับ พลางส่งเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารให้คนที่รอรับอยู่ สองขายาวก้าวเดินเข้ามาภายใน ทรุดลงนั่งบนโซฟารับแขกอย่างเหนื่อยอ่อน ปมเนคไทถูกคลายออกอย่างลวก ๆ หวังจะผ่อนคลายร่างกายได้บ้างไม่มากก็น้อย
ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้วสินะ ที่เขาต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว ไม่สิ.....ต้องคอยดูแลคนตรงหน้าให้เหมือนเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตน ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า ใบหน้าหวานงดงามน่ารัก เส้นผมสีน้ำตาลชี้ฟูดูไม่เป็นทรง ดวงตากลมโตใส จะไปเหมือนกับคนที่เขารักเสียเหลือเกิน...
รักมาก.....ก็เสียสละมาก
ตั้งแต่ตอนที่รู้ความจริงว่าสึนะโยชิตั้งใจจะทำร่างโคลนของตนเองออกมา เพื่อขอบคุณและตอบแทนในความรักและเมตตาที่เขามีให้ มันก็เล่นเอาเขาแทบช็อค ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะตายแล้วจู่ ๆ ก็ดันหนีหายไปกับไอ้เจ้าน้องชายต่างสายเลือดอีก ทิ้งทุกอย่างให้เขาต้องดูแลเองทั้งหมด
มันเหมือนกันเสียที่ไหน....มุคุโร่ถอนหายใจหนัก แม้จะหน้าตาเหมือนกันขนาดไหนมันก็ไม่ใช่คนเดียวกัน เขาก็ไม่ใช่คนหน้ามืดตามัวที่ขอแค่เหมือนกันก็จะรักไปได้ทั่ว ผู้ชายอย่างเขา....รักใครแล้วก็จะขอรักคน ๆ นั้นเพียงคนเดียว
" เด็กคนนี้รู้จักเพียงแค่นายกับสึนะโยชิเท่านั้น ดูแลเขาให้ดี ๆ ล่ะ "
คำพูดของนักวิทยาศาสตร์ตัวเล็กดังย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง นั่นยิ่งทำให้มุคุโร่กลุ้มใจไปกันใหญ่ การที่สึนะโยชิถ่ายทอดเอาแต่ความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อเขาให้กับสึนะคนนี้นั้น มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกจำกัดกรอบ
" คุณมุคุโร่.....คุณมุคุโร่ครับ?? " เสียงหวานที่เอ่ยเรียกทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิด
นัยน์ตาสองสีหันมอง " ว่าไงครับ? "
อีกฝ่ายส่งน้ำชาร้อน ๆ ให้ " ดื่มสักหน่อยสิครับ จะได้รู้สึกดีขึ้น "
เขารับมันไว้ก่อนจะยกขึ้นดื่มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ " วันนี้ทำอะไรรึครับ หอมเชียว? " มุคุโร่พยายามหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เป็นที่ลำบากใจ
ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมอง ไม่ตอบคำถามของเขา " คุณมุคุโร่มีอะไรรึเปล่าครับ หลายวันมานี้ดูไม่สบายใจเลย "
ใบหน้าคมแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าสึนะคนนี้ช่างเหมือนกับสึนะโยชิของเขาเสียเลยเกิน การเป็นคนที่ช่างสังเกต เป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตนเอง และความเป็นคนหัวรั้นอย่างที่สุดนี่ล่ะ
" เรื่องงานนิดหน่อยน่ะครับ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก "
สึนะพยักหน้ารับช้า ๆ " ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะครับ จริงสิ....วันนี้ผมทำข้าวห่อไข่ครับ เห็นวันนั้นคุณมุคุโร่บ่นว่าอยากทาน "
ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณก่อนจะมองตามแผ่นหลังบอบบางนั่นไป ความจริงการถูกเรียกด้วยใบหน้าแบบนั้นว่า คุณมุคุโร่ เขาก็รู้สึกแปลกไม่ใช่น้อย แต่ก็เป็นการดีไปอย่าง เพราะเขาต้องการรักษาระยะห่างและความเป็นไปบางอย่างไว้ให้ได้มากที่สุด
ดวงตาสองสีเหลือบมองกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงาน ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน ตั้งแต่ฮิบาริหายตัวไป เขาก็ต้องเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดด้วยตัวเอง เป็นครั้งแรกที่มุคุโร่รู้สึกถึงคำว่า เกินตัว มันมากมายเกินไปที่เขาเพียงคนเดียวจะรับได้ไหว
เขาอยากจะขายกิจการกว่าครึ่งทิ้งเสีย เพราะอย่างไรซะกิจการเหล่านั้นก็ไม่ได้ส่งผลหรือมีความเสียหายต่อฮิบาริกรุ๊ปอยู่ดี การประชุมในที่ประชุมใหญ่นั้นต่างก็เป็นพ้องต้องกัน จะเว้นก็แต่คนของคุณแม่ของฮิบาริ และตัวของท่านเองที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้เขาได้เป็นผู้ตัดสินใจ
มุคุโร่รู้ว่าใจจริงแล้วเธออยากจะเป็นผู้ตัดสินใจเสียเอง แต่ติดที่อำนาจทั้งหลายถูกระบุไว้อย่างชัดเจนจากคุณพ่อของฮิบาริว่าหากเกิดอะไรขึ้นเขาจะได้เป็นผู้ดูแลทุกอย่าง โดยมีบ้านหลังใหญ่และหุ้นบางส่วนเท่านั้นที่จะยกให้แก่ภรรยาเอกของตระกูล
ความจริงเขาจะใช้อำนาจที่มีจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวันเดียวก็ยังได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่ของฮิบาริเองก็ถือว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาคนหนึ่ง แม้จะไม่ได้มีบุญคุณที่เลี้ยงดูมา แต่ก็ถือว่ามีบุญคุณที่ให้ที่พักที่อยู่อาศัย
เพราะแบบนี้ตั้งแต่ฮิบาริหายตัวไปเขาจึงออกมาซื้อคอนโดอยู่ ที่สำคัญก็คือ การจะพาสึนะเข้าบ้านไปอาศัยอยู่ด้วยนั้นเห็นจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง เขาเลยตัดสินใจทำแบบนี้ ตัดสินใจที่จะเป็นอิสระจากบ้านนั้นเร็วขึ้น
กลิ่นอาหารโชยแตะจมูกบ่งบอกให้มุคุโร่รู้ถึงเวลาอันเหมาะสม เขาหันหน้ามองไปยังครัวซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก พลางลุกขึ้นเดินไปช่วยอีกฝ่ายจัดโต๊ะอาหาร ความจริงชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ก็ทำเอาเขาอยากจะหนีให้พ้น ๆ จากวงจรบ้า ๆ นั่นเหมือนกัน
" ลองทานดูสิครับ " ดวงตาสีน้ำตาลใสเป็นประกาย มุคุโร่มองพลางหัวเราะเบา ๆ
คิ้วเรียวยาวเลิกสูง มันทำให้สึนะที่รอคำตอบอยู่รู้สึกใจเต้นเสียเหลือเกิน " ว่ายังไงครับ? อร่อยไหม?? "
" อืม....อร่อยสิ " เขาจงใจลากเสียงยาว
" โธ่....ผมก็ตกใจหมด เพิ่งเคยลองทำครั้งแรกเลยไม่รู้จะถูกปากรึเปล่า "
ดวงตาสองสีมอง " มั่นใจในตัวเองหน่อยสิครับ "
สึนะยิ้มรับ ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารบ้าง จริง ๆ แล้วบทสนทนาบนโต๊ะอาหารแทบไม่มีอะไรมากนัก โดยส่วนใหญ่จะมีสึนะที่เป็นคนชวนคุยเสียมากกว่า และตรงนี้เองที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกบางอย่าง รู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังถูกปิดกั้น....
เหมือนไม่อยากให้รับรู้....ไม่อยากให้เข้าใกล้มากไปกว่านี้
เขายอมรับว่าบางครั้งก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน แต่หากคิดในอีกแง่คงเพราะมุคุโร่คงเหนื่อยมากับงาน เลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก ที่สำคัญเขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาปวดหัวให้อีกฝ่ายด้วย
จนเกิดเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่ยากจะประสาน
แต่กระนั้นช่องว่างนั้นก็ถูกปิดลงด้วยเรื่องของคน ๆ หนึ่ง ทุกครั้งที่เขาพูดถึงสึนะโยชิ ชายผู้เป็นพี่แท้ ๆ ของตนเอง มุคุโร่จะรับรู้และสนใจ โดยเอ่ยปากขอให้เขาเล่าเรื่องราวของอีกฝ่ายให้ฟัง จนมันทำให้เขาคิดว่า สึนะโยชิ...คือคนที่มุคุโร่รัก
ถึงจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่พูดถึง เขาก็ยอมที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง เพราะนั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เขาได้พูดคุยกับมุคุโร่อย่างสนิทสนมได้
การตกหลุมรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ สึนะก้มหน้าลงมองจานอาหารบนโต๊ะ มันแทบจะไม่พร่องลงไปเลยสักนิด ดวงตาสองสีที่สังเกตเห็นอาการนั้นจึงเอ่ยทักขึ้น
" ไม่ทานหรือครับ? "
คนถูกทักสะดุ้ง " ผมไม่ค่อยหิวน่ะครับ คุณมุคุโร่ทานเถอะ "
มุคุโร่วางช้อนส้อมในมือลง " ไม่สบายหรือเปล่าครับ? ให้ผมพาไปหาหมอไหม? "
เส้นผมสีน้ำตาลสั่นไหวไปมา " ไม่เป็นไรครับ ผมสบายดี แค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยเท่านั้นเอง "
อีกฝ่ายไม่ได้พยายามจะถามหรือซักไซ้อะไรอีก เขารู้ว่าบางทีสึนะอาจมีเรื่องให้ต้องคิดคนเดียวบ้าง และที่สำคัญเขาไม่จำเป็นจะต้องรู้ทุกเรื่อง บางที....หากให้สึนะได้ออกไปเจอผู้คนบ้าง มันก็คงจะดี....
" สึนะคุงเคยเรียนหนังสือรึเปล่าครับ? "
ดวงตาสีน้ำตาลมองอย่างสงสัย " เอ๋....ก็เคยครับ พี่สึนะสอนให้ แล้วก็มีพวกคนอื่น ๆ ด้วย "
" แล้วเรียนอะไรมาบ้างครับ? "
" ก็พวกภาษาครับ แล้วก็....อ่า "
มุคุโร่แย้มยิ้ม " สึนะคุงอายุเท่าไหร่ครับ? "
คนถูกถามทำท่านิ่งคิด " ไม่รู้ครับ ผมไม่รู้.... " ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาด้วยใบหน้าเจื่อนลง
แต่คนมองกลับหัวเราะเบา ๆ " อย่าคิดมากครับ เรื่องนี้จัดการได้ไม่ยาก ว่าแต่สึนะคุงอยากเรียนหนังสือไหม? "
สึนะนิ่งคิด เขาจำได้ว่าสนะโยชิเคยบอกเอาไว้ว่าการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่สนุก จะได้พบผู้คนมากมายหลากหลาย ซ้ำยังจะได้พบเพื่อนไว้คอยช่วยเหลือเราด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นทางออกที่ดีที่จะทำให้เขาพอลืมเรื่องหนักใจไปได้บ้าง
" ครับ...ผมอยากเรียนหนังสือครับ... "
เช้าวันรุ่งขึ้น มุคุโร่ก็โทรติดต่อรีบอร์นซึ่งอยู่ที่อิตาลี สอบถามเรื่องเอกสารเกี่ยวกับตัวสึนะและบอกวัตถุประสงค์ไป ความจริงรีบอร์นไม่ได้เห็นด้วยนัก เพราะร่างกายที่อ่อนแอของร่างโคลนอาจเป็นปัญหาได้ แต่พอนึกถึง...มันก็อาจจะเป็นการดีที่ให้สึนะไปพบเจอกับผู้คนอื่น ๆ
ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะสร้างเอกสารสำคัญขึ้นมาสักหนึ่งฉบับ สึนะได้รับใบตามกฎหมายทุกอย่างในเวลาไม่นาน และมุคุโร่ก็แนะนำให้เขาไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สึนะไม่ใช่คนธรรมดา พันธุกรรมของเขาค่อนข้างจะพิเศษกว่าเด็กอื่น ๆ ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้และความจำพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ และด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี เข้ากับคนอื่นง่าย เขาจึงมีเพื่อนและเป็นที่รักใคร่ของคนอื่น ๆ
" ไปหาอะไรทานกันไหมครับรุ่นที่ 10!!! " เด็กหนุ่มเส้นผมสีเงินเอ่ยถาม เขาเป็นเพื่อนคนแรกในที่เรียนพิเศษที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเขามาก
" อ่า....ขอโทษทีนะโกคุเทระคุง ฉันต้องรีบไปเตรียมอาหารน่ะ ไว้โอกาสหน้านะ " สึนะตอบก่อนจะขอตัวจากมา
ความจริงไอ้คำว่ารุ่นที่สิบนั้นมันมีที่มา โกคุเทระคุงเป็นเด็กอัจฉริยะ เขารอบรู้ไปเสียหมด และยังเป็นลูกชายของนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ที่สถาบันวิจัยวองโกเล่ด้วย พอเห็นหน้าเขา....เจ้าตัวก็แจ้นมาทักและเรียกเขาว่า รุ่นที่สิบ คำเรียกที่เป็นของสึนะโยชิ....
เป็นของสึนะโยชิ.....ไม่ใช่เขา
หลังจากเลิกเรียนพิเศษตอนห้าโมงเย็น สึนะก็จะไปซื้อของเพื่อเตรียมทำอาหารค่ำให้มุคุโร่ เขามีความสุขมาก แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตามที " วันนี้ทำอะไรดีนะ.... "
ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองอาหารที่เรียงรายอยู่ในตู้แช่เย็น พลางคิดเมนูอย่างไม่ได้สนใจจะมองทาง " อ๊ะ!! "
เขาชนเข้ากับใครคนหนึ่งจนตัวเองต้องกระเด็นลงไปนั่งกับพื้น อีกฝ่ายเองก็ตกใจมาก รีบช่วยเก็บข้าวของและขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ " ขอโทษที...พอดีฉันเหม่อไปหน่อย ว่าแต่นายไม่เป็นไรนะ??? "
สึนะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี " ไม่เป็นไรครับ "
" สึนะโยชิ!!!!! " ดวงตาสีดำของคนพูดเบิกกว้างอย่างตกใจ ก่อนรอยยิ้มสดใสนั่นจะทาบทับบนใบหน้าคมหล่อเหลา
วงแขนแกร่งโอบกอดร่างที่ลุกขึ้นยืนแนบแน่น สึนะที่ถูกกอดได้แต่ยืนแข็งทำอะไรไม่ถูก " อะ....เอ่อ.... "
" โทษที ๆ ฉันดีใจมากไปหน่อย นายไปไหนมา หายไปไม่ติดต่อฉันเป็นห่วงมากรู้ไหม?? " อีกฝ่ายพูดพลางคลายอ้อมกอด
สึนะมอง ก่อนจะนึกถึงชื่อที่หลุดออกมาจากปากชายคนนี้ในตอนแรก คงเป็นคนรู้จักของพี่สึนะสินะ....
" ผมชื่อสึนะครับ ไม่ใช่สึนะโยชิ ผมเป็นน้องชายเขา " เสียงหวานตอบกลับ
" น้องชาย?? "
หากจะโทษ....ก็โทษที่ตนเองเกิดมาเหมือนกับเขาเถอะ....
========================TBC.======================
นุ๊ก - อุ๊....กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดมันก็เริ่มจนได้ ภาคสองที่อยากจะแต่งมานานแสนนานนนนนนนนนนน ตอนแรกวางพลอตไว้อีกแบบ พอเขียนมาแล้วไหงมันออกมาเป็นอีกแบบฟ่ะเนี่ย งงตัวเอง 5555 ยังไงก็ยังคงเศร้าเหมือนเดิม (อินี่จะไม่พ้นความเศร้าเลยใช่ไหม?) แต่เอาน่า ๆ เรื่องนี้น่ารัก ๆ ก็มีน้า ไว้คอยดูกันต่อไป ฮี่ ๆ แต่ขอบอกเลย คนแต่งยังว่ามันเหมือนหนังช่อง 7 ไงไม่รู้ กร๊ากกกกกกกกก
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค้า และขอบคุณท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกด้วย อร๋าย~ รักทุกคนเลย
edit @ 25 Jul 2008 21:07:38 by derick