2008/Jul/25

 

[AuFic] Without Your love  II : Illusion ตอนที่ 1

 

Pairing : 6927

 

Genre : Drama / Romance

 

Rating : G

 

Warning : น้ำเน่า วะฮะ ๆ

 

 

 

 

 

เป็นดั่งกลีบดอกไม้ที่ร่วงโรย

ไร้ซึ่งพลังในการยึดเหนี่ยวสิ่งใด

เป็นดั่งกลีบดอกไม้ที่แพ้พ่าย

ไร้ซึ่งหนทางใดให้เลือกเดิน

 

 

"เพราะผมก็คือผม"

 

 

 

 

เสียงบานประตูห้องพักของคอนโดสุดหรูเปิดออกเบา ๆ เสมือนเป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ภายในได้รับรู้ถึงการกลับมาของบุคคลที่ตนเฝ้ารอคอย  ร่างเล็กบอบบางคล้ายคนป่วยรีบวิ่งออกมาจากครัว  มือทั้งสองเช็ดกับผ้ากันเปื้อนสีอ่อนที่ตนสวมทับไว้อย่างลวก ๆ

 

"  ยินดีต้อนรับกลับครับ  "  เสียงหวานเอ่ย  รอยยิ้มสดใสแต่งแต้มบนใบหน้า

 

ดวงตาสองสีจ้องมองอีกฝ่ายอยู่ครู่ก่อนยิ้มกลับ  พลางส่งเสื้อสูทและกระเป๋าเอกสารให้คนที่รอรับอยู่  สองขายาวก้าวเดินเข้ามาภายใน  ทรุดลงนั่งบนโซฟารับแขกอย่างเหนื่อยอ่อน  ปมเนคไทถูกคลายออกอย่างลวก ๆ หวังจะผ่อนคลายร่างกายได้บ้างไม่มากก็น้อย

 

ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้วสินะ  ที่เขาต้องอยู่เพียงลำพังคนเดียว  ไม่สิ.....ต้องคอยดูแลคนตรงหน้าให้เหมือนเป็นครอบครัวเพียงหนึ่งเดียวของตน  ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า  ใบหน้าหวานงดงามน่ารัก  เส้นผมสีน้ำตาลชี้ฟูดูไม่เป็นทรง  ดวงตากลมโตใส  จะไปเหมือนกับคนที่เขารักเสียเหลือเกิน...

 

รักมาก.....ก็เสียสละมาก

 

ตั้งแต่ตอนที่รู้ความจริงว่าสึนะโยชิตั้งใจจะทำร่างโคลนของตนเองออกมา  เพื่อขอบคุณและตอบแทนในความรักและเมตตาที่เขามีให้  มันก็เล่นเอาเขาแทบช็อค  ยิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะตายแล้วจู่ ๆ ก็ดันหนีหายไปกับไอ้เจ้าน้องชายต่างสายเลือดอีก  ทิ้งทุกอย่างให้เขาต้องดูแลเองทั้งหมด

 

มันเหมือนกันเสียที่ไหน....มุคุโร่ถอนหายใจหนัก  แม้จะหน้าตาเหมือนกันขนาดไหนมันก็ไม่ใช่คนเดียวกัน  เขาก็ไม่ใช่คนหน้ามืดตามัวที่ขอแค่เหมือนกันก็จะรักไปได้ทั่ว  ผู้ชายอย่างเขา....รักใครแล้วก็จะขอรักคน ๆ นั้นเพียงคนเดียว

 

เด็กคนนี้รู้จักเพียงแค่นายกับสึนะโยชิเท่านั้น  ดูแลเขาให้ดี ๆ ล่ะ  "

 

คำพูดของนักวิทยาศาสตร์ตัวเล็กดังย้อนกลับเข้ามาอีกครั้ง   นั่นยิ่งทำให้มุคุโร่กลุ้มใจไปกันใหญ่  การที่สึนะโยชิถ่ายทอดเอาแต่ความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อเขาให้กับสึนะคนนี้นั้น  มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกจำกัดกรอบ

 

"  คุณมุคุโร่.....คุณมุคุโร่ครับ??  "  เสียงหวานที่เอ่ยเรียกทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิด

 

นัยน์ตาสองสีหันมอง  "  ว่าไงครับ?  "

 

อีกฝ่ายส่งน้ำชาร้อน ๆ ให้  "  ดื่มสักหน่อยสิครับ  จะได้รู้สึกดีขึ้น  "

 

เขารับมันไว้ก่อนจะยกขึ้นดื่มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ  ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ  "  วันนี้ทำอะไรรึครับ  หอมเชียว?  "  มุคุโร่พยายามหาเรื่องคุยเพื่อไม่ให้เป็นที่ลำบากใจ

 

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมอง  ไม่ตอบคำถามของเขา  "  คุณมุคุโร่มีอะไรรึเปล่าครับ  หลายวันมานี้ดูไม่สบายใจเลย  "

 

ใบหน้าคมแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน  บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าสึนะคนนี้ช่างเหมือนกับสึนะโยชิของเขาเสียเลยเกิน  การเป็นคนที่ช่างสังเกต  เป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตนเอง  และความเป็นคนหัวรั้นอย่างที่สุดนี่ล่ะ

 

"  เรื่องงานนิดหน่อยน่ะครับ  ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก  " 

 

สึนะพยักหน้ารับช้า ๆ  "  ถ้ามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้นะครับ  จริงสิ....วันนี้ผมทำข้าวห่อไข่ครับ  เห็นวันนั้นคุณมุคุโร่บ่นว่าอยากทาน  " 

 

ชายหนุ่มยิ้มขอบคุณก่อนจะมองตามแผ่นหลังบอบบางนั่นไป  ความจริงการถูกเรียกด้วยใบหน้าแบบนั้นว่า คุณมุคุโร่  เขาก็รู้สึกแปลกไม่ใช่น้อย  แต่ก็เป็นการดีไปอย่าง  เพราะเขาต้องการรักษาระยะห่างและความเป็นไปบางอย่างไว้ให้ได้มากที่สุด

 

ดวงตาสองสีเหลือบมองกองเอกสารที่อยู่บนโต๊ะทำงาน  ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟาอีกครั้งอย่างเหนื่อยอ่อน  ตั้งแต่ฮิบาริหายตัวไป  เขาก็ต้องเป็นผู้ดูแลกิจการทั้งหมดด้วยตัวเอง  เป็นครั้งแรกที่มุคุโร่รู้สึกถึงคำว่า เกินตัว  มันมากมายเกินไปที่เขาเพียงคนเดียวจะรับได้ไหว

เขาอยากจะขายกิจการกว่าครึ่งทิ้งเสีย  เพราะอย่างไรซะกิจการเหล่านั้นก็ไม่ได้ส่งผลหรือมีความเสียหายต่อฮิบาริกรุ๊ปอยู่ดี  การประชุมในที่ประชุมใหญ่นั้นต่างก็เป็นพ้องต้องกัน  จะเว้นก็แต่คนของคุณแม่ของฮิบาริ  และตัวของท่านเองที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมให้เขาได้เป็นผู้ตัดสินใจ

 

มุคุโร่รู้ว่าใจจริงแล้วเธออยากจะเป็นผู้ตัดสินใจเสียเอง  แต่ติดที่อำนาจทั้งหลายถูกระบุไว้อย่างชัดเจนจากคุณพ่อของฮิบาริว่าหากเกิดอะไรขึ้นเขาจะได้เป็นผู้ดูแลทุกอย่าง  โดยมีบ้านหลังใหญ่และหุ้นบางส่วนเท่านั้นที่จะยกให้แก่ภรรยาเอกของตระกูล

 

ความจริงเขาจะใช้อำนาจที่มีจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยภายในวันเดียวก็ยังได้  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณแม่ของฮิบาริเองก็ถือว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ของเขาคนหนึ่ง  แม้จะไม่ได้มีบุญคุณที่เลี้ยงดูมา   แต่ก็ถือว่ามีบุญคุณที่ให้ที่พักที่อยู่อาศัย

 

เพราะแบบนี้ตั้งแต่ฮิบาริหายตัวไปเขาจึงออกมาซื้อคอนโดอยู่  ที่สำคัญก็คือ  การจะพาสึนะเข้าบ้านไปอาศัยอยู่ด้วยนั้นเห็นจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง  เขาเลยตัดสินใจทำแบบนี้  ตัดสินใจที่จะเป็นอิสระจากบ้านนั้นเร็วขึ้น

 

กลิ่นอาหารโชยแตะจมูกบ่งบอกให้มุคุโร่รู้ถึงเวลาอันเหมาะสม  เขาหันหน้ามองไปยังครัวซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก  พลางลุกขึ้นเดินไปช่วยอีกฝ่ายจัดโต๊ะอาหาร  ความจริงชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ก็ทำเอาเขาอยากจะหนีให้พ้น ๆ จากวงจรบ้า ๆ นั่นเหมือนกัน

 

"  ลองทานดูสิครับ  "  ดวงตาสีน้ำตาลใสเป็นประกาย  มุคุโร่มองพลางหัวเราะเบา ๆ

 

คิ้วเรียวยาวเลิกสูง  มันทำให้สึนะที่รอคำตอบอยู่รู้สึกใจเต้นเสียเหลือเกิน  "  ว่ายังไงครับ?  อร่อยไหม??  "

 

"  อืม....อร่อยสิ  "  เขาจงใจลากเสียงยาว 

 

"  โธ่....ผมก็ตกใจหมด  เพิ่งเคยลองทำครั้งแรกเลยไม่รู้จะถูกปากรึเปล่า  "

 

ดวงตาสองสีมอง  "  มั่นใจในตัวเองหน่อยสิครับ  "

 

สึนะยิ้มรับ  ก่อนจะเริ่มลงมือทานอาหารบ้าง  จริง ๆ แล้วบทสนทนาบนโต๊ะอาหารแทบไม่มีอะไรมากนัก  โดยส่วนใหญ่จะมีสึนะที่เป็นคนชวนคุยเสียมากกว่า  และตรงนี้เองที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกบางอย่าง  รู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังถูกปิดกั้น....

 

เหมือนไม่อยากให้รับรู้....ไม่อยากให้เข้าใกล้มากไปกว่านี้

 

เขายอมรับว่าบางครั้งก็รู้สึกเสียใจเหมือนกัน  แต่หากคิดในอีกแง่คงเพราะมุคุโร่คงเหนื่อยมากับงาน  เลยไม่อยากจะพูดอะไรมาก  ที่สำคัญเขาก็ไม่อยากสร้างปัญหาปวดหัวให้อีกฝ่ายด้วย

 

จนเกิดเป็นช่องว่างเล็ก ๆ ที่ยากจะประสาน

 

แต่กระนั้นช่องว่างนั้นก็ถูกปิดลงด้วยเรื่องของคน ๆ หนึ่ง  ทุกครั้งที่เขาพูดถึงสึนะโยชิ  ชายผู้เป็นพี่แท้ ๆ ของตนเอง  มุคุโร่จะรับรู้และสนใจ  โดยเอ่ยปากขอให้เขาเล่าเรื่องราวของอีกฝ่ายให้ฟัง  จนมันทำให้เขาคิดว่า  สึนะโยชิ...คือคนที่มุคุโร่รัก

 

ถึงจะรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่พูดถึง  เขาก็ยอมที่จะเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ให้ฟัง  เพราะนั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะทำให้เขาได้พูดคุยกับมุคุโร่อย่างสนิทสนมได้

 

การตกหลุมรักใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ  สึนะก้มหน้าลงมองจานอาหารบนโต๊ะ  มันแทบจะไม่พร่องลงไปเลยสักนิด  ดวงตาสองสีที่สังเกตเห็นอาการนั้นจึงเอ่ยทักขึ้น

 

"  ไม่ทานหรือครับ?  "

 

คนถูกทักสะดุ้ง  "  ผมไม่ค่อยหิวน่ะครับ  คุณมุคุโร่ทานเถอะ  "

 

มุคุโร่วางช้อนส้อมในมือลง  "  ไม่สบายหรือเปล่าครับ?  ให้ผมพาไปหาหมอไหม?  "

 

เส้นผมสีน้ำตาลสั่นไหวไปมา  "  ไม่เป็นไรครับ  ผมสบายดี  แค่รู้สึกเพลียนิดหน่อยเท่านั้นเอง  "

 

อีกฝ่ายไม่ได้พยายามจะถามหรือซักไซ้อะไรอีก  เขารู้ว่าบางทีสึนะอาจมีเรื่องให้ต้องคิดคนเดียวบ้าง  และที่สำคัญเขาไม่จำเป็นจะต้องรู้ทุกเรื่อง  บางที....หากให้สึนะได้ออกไปเจอผู้คนบ้าง  มันก็คงจะดี....

 

"  สึนะคุงเคยเรียนหนังสือรึเปล่าครับ?  " 

 

ดวงตาสีน้ำตาลมองอย่างสงสัย  "  เอ๋....ก็เคยครับ  พี่สึนะสอนให้  แล้วก็มีพวกคนอื่น ๆ ด้วย  "

 

"  แล้วเรียนอะไรมาบ้างครับ?  "

 

"  ก็พวกภาษาครับ  แล้วก็....อ่า   "

 

มุคุโร่แย้มยิ้ม  "  สึนะคุงอายุเท่าไหร่ครับ?  "

 

คนถูกถามทำท่านิ่งคิด  "  ไม่รู้ครับ  ผมไม่รู้....  "  ก่อนจะส่ายศีรษะไปมาด้วยใบหน้าเจื่อนลง

 

แต่คนมองกลับหัวเราะเบา  ๆ  "  อย่าคิดมากครับ  เรื่องนี้จัดการได้ไม่ยาก  ว่าแต่สึนะคุงอยากเรียนหนังสือไหม?  " 

 

สึนะนิ่งคิด  เขาจำได้ว่าสนะโยชิเคยบอกเอาไว้ว่าการเรียนหนังสือเป็นเรื่องที่สนุก  จะได้พบผู้คนมากมายหลากหลาย  ซ้ำยังจะได้พบเพื่อนไว้คอยช่วยเหลือเราด้วย  ซึ่งนั่นก็เป็นทางออกที่ดีที่จะทำให้เขาพอลืมเรื่องหนักใจไปได้บ้าง

 

"  ครับ...ผมอยากเรียนหนังสือครับ...  "

เช้าวันรุ่งขึ้น  มุคุโร่ก็โทรติดต่อรีบอร์นซึ่งอยู่ที่อิตาลี  สอบถามเรื่องเอกสารเกี่ยวกับตัวสึนะและบอกวัตถุประสงค์ไป  ความจริงรีบอร์นไม่ได้เห็นด้วยนัก  เพราะร่างกายที่อ่อนแอของร่างโคลนอาจเป็นปัญหาได้  แต่พอนึกถึง...มันก็อาจจะเป็นการดีที่ให้สึนะไปพบเจอกับผู้คนอื่น ๆ

 

ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะสร้างเอกสารสำคัญขึ้นมาสักหนึ่งฉบับ  สึนะได้รับใบตามกฎหมายทุกอย่างในเวลาไม่นาน  และมุคุโร่ก็แนะนำให้เขาไปเรียนพิเศษเพิ่มเติมเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

สึนะไม่ใช่คนธรรมดา  พันธุกรรมของเขาค่อนข้างจะพิเศษกว่าเด็กอื่น ๆ  ทำให้ความสามารถในการเรียนรู้และความจำพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ  และด้วยความเป็นคนอัธยาศัยดี  เข้ากับคนอื่นง่าย  เขาจึงมีเพื่อนและเป็นที่รักใคร่ของคนอื่น ๆ

 

"  ไปหาอะไรทานกันไหมครับรุ่นที่ 10!!!  "  เด็กหนุ่มเส้นผมสีเงินเอ่ยถาม  เขาเป็นเพื่อนคนแรกในที่เรียนพิเศษที่ดูเหมือนจะสนิทสนมกับเขามาก

 

"  อ่า....ขอโทษทีนะโกคุเทระคุง  ฉันต้องรีบไปเตรียมอาหารน่ะ  ไว้โอกาสหน้านะ  "  สึนะตอบก่อนจะขอตัวจากมา

 

ความจริงไอ้คำว่ารุ่นที่สิบนั้นมันมีที่มา  โกคุเทระคุงเป็นเด็กอัจฉริยะ  เขารอบรู้ไปเสียหมด  และยังเป็นลูกชายของนักวิทยาศาสตร์ที่อยู่ที่สถาบันวิจัยวองโกเล่ด้วย  พอเห็นหน้าเขา....เจ้าตัวก็แจ้นมาทักและเรียกเขาว่า รุ่นที่สิบ  คำเรียกที่เป็นของสึนะโยชิ....

 

เป็นของสึนะโยชิ.....ไม่ใช่เขา

 

หลังจากเลิกเรียนพิเศษตอนห้าโมงเย็น  สึนะก็จะไปซื้อของเพื่อเตรียมทำอาหารค่ำให้มุคุโร่  เขามีความสุขมาก  แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตามที   "  วันนี้ทำอะไรดีนะ....  "

 

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองอาหารที่เรียงรายอยู่ในตู้แช่เย็น  พลางคิดเมนูอย่างไม่ได้สนใจจะมองทาง  "  อ๊ะ!!  "

 

เขาชนเข้ากับใครคนหนึ่งจนตัวเองต้องกระเด็นลงไปนั่งกับพื้น  อีกฝ่ายเองก็ตกใจมาก  รีบช่วยเก็บข้าวของและขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่  "  ขอโทษที...พอดีฉันเหม่อไปหน่อย ว่าแต่นายไม่เป็นไรนะ???  "

 

สึนะเงยหน้าขึ้นมองคู่กรณี  "  ไม่เป็นไรครับ  "

 

"  สึนะโยชิ!!!!!  "  ดวงตาสีดำของคนพูดเบิกกว้างอย่างตกใจ  ก่อนรอยยิ้มสดใสนั่นจะทาบทับบนใบหน้าคมหล่อเหลา 

 

วงแขนแกร่งโอบกอดร่างที่ลุกขึ้นยืนแนบแน่น  สึนะที่ถูกกอดได้แต่ยืนแข็งทำอะไรไม่ถูก  "  อะ....เอ่อ....  "

 

"  โทษที ๆ ฉันดีใจมากไปหน่อย  นายไปไหนมา  หายไปไม่ติดต่อฉันเป็นห่วงมากรู้ไหม??  " อีกฝ่ายพูดพลางคลายอ้อมกอด 

สึนะมอง  ก่อนจะนึกถึงชื่อที่หลุดออกมาจากปากชายคนนี้ในตอนแรก  คงเป็นคนรู้จักของพี่สึนะสินะ....

 

"  ผมชื่อสึนะครับ  ไม่ใช่สึนะโยชิ  ผมเป็นน้องชายเขา  "  เสียงหวานตอบกลับ

 

"  น้องชาย??  "

 

 

 

 

 

 

 

หากจะโทษ....ก็โทษที่ตนเองเกิดมาเหมือนกับเขาเถอะ....

 

 

 

 

 

 

========================TBC.======================

 

 

 

นุ๊ก - อุ๊....กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด ในที่สุดมันก็เริ่มจนได้  ภาคสองที่อยากจะแต่งมานานแสนนานนนนนนนนนนน  ตอนแรกวางพลอตไว้อีกแบบ  พอเขียนมาแล้วไหงมันออกมาเป็นอีกแบบฟ่ะเนี่ย  งงตัวเอง 5555  ยังไงก็ยังคงเศร้าเหมือนเดิม  (อินี่จะไม่พ้นความเศร้าเลยใช่ไหม?)  แต่เอาน่า ๆ เรื่องนี้น่ารัก ๆ ก็มีน้า  ไว้คอยดูกันต่อไป ฮี่ ๆ  แต่ขอบอกเลย  คนแต่งยังว่ามันเหมือนหนังช่อง 7 ไงไม่รู้ กร๊ากกกกกกกกก

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค้า  และขอบคุณท่านที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคแรกด้วย  อร๋าย~ รักทุกคนเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 25 Jul 2008 21:07:38 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home