Author : Derick
Genre : Fantasy / Adventure / Sci-Fi (Comedy)
Rating : G
Disclaimer : แต่งมาจากความบ้าเกมเป็นทุนเดิม จริง ๆ อยากแต่งนานแล้วล่ะ แต่ว่าไม่กล้าเพราะรู้สึกว่ามันยากจริง ๆ แถมตอนแรกกะให้เป็นแบบจบในตอน เอาเป็นว่าเริ่มตอนหน้าแล้วกันเนาะ ส่วนโปรไฟล์ตัวละครจะค่อย ๆ ลงหลังจากตอนหน้าแล้วกัน แคะ ๆๆ
**เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้นจ้า**
คงไม่มีใครปฏิเสธว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ ‘เกม' ทุกประเภท ต่างมีส่วนได้ส่วนเสียในระบบเศรษฐกิจของโลก เป็นธุรกิจหนึ่งในหลายธุรกิจที่คอยผลักดันตลาด ยิ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ ถูกพัฒนามากขึ้นเพียงใด ‘เกม' ก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น
จากกราฟฟิคแบบ 2D ถูกพัฒนาไปเป็น 3D จากการเล่นบนเครื่องเกม บนคอมพิวเตอร์ เพียงลำพัง ถูกพัฒนาไปเป็นการเล่นผ่านระบบโครงสร้างเครือข่ายแบบออนไลน์ การเจริญเติบโตที่มีควบคู่ไปกับการแข่งขันซึ่งมีจำนวนผู้เล่นเป็นเดิมพัน
แต่สิ่งที่ถูกให้ความสนใจมากที่สุดคงจะหนีไม่พ้น ‘เกมออนไลน์' ด้วยข้อดีของการเชื่อมต่อ ทำให้ผู้เล่นสามารถพูดคุยหรือพบปะกันได้แม้จะอยู่ห่างไกลคนละซีกโลก และสามารถพูดคุยได้อย่างไม่จำกัดจำนวนคน
หลายปีต่อมาวงการเกมออนไลน์ได้พัฒนาตนเองไปจนถึงขีดสุด โดยใช้ระบบ VR หรือ Virtual Reality ซึ่งเป็นการสร้างภาพเสมือนจริงเป็นฐาน บวกกับความสามารถทางด้านวิทยาการที่เจริญก้าวหน้าไปไกล ทำให้ปัจจุบันผู้เล่นสามารถเล่นเกมได้อย่างอิสระเสมือนตนเองได้เข้าไปอยู่ในโลกแห่งนั้นจริง ๆ
และระบบ GS (Gyrus System) ระบบสแกนคลื่นสมองที่มีประสิทธิภาพในการตรวจจับความคิดและการสั่งการของสมอง มาแปลเป็นผลซึ่งจะปรากฏผ่านทางตัวละครที่ผู้เล่นได้สมัครไว้
ทำให้การเล่นเกมออนไลน์ในสมัยใหม่ไม่จำเป็นต้องนั่งอยู่หน้าจออีกต่อไป เพียงแค่สวมใส่อุปกรณ์พิเศษและเชื่อมต่อระบบผ่านทางคอมพิวเตอร์ คุณก็จะสามารถเข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกได้ภายในระยะเวลาอันเหมาะสม
พุทธศักราช 258x เวลา 17.50 น.
ร่างหนึ่งถลาเข้ากอดหญิงสาววัยกลางคนซึ่งกำลังง่วนอยู่กับการทำกับข้าวช่วงเย็นของวัน เธอสะดุ้งก่อนจะหันมีดในมือเข้าใส่ อีกฝ่ายถอยรูดพลางยกมือทั้งสองขึ้นเป็นเชิงปราม "ใจเย็นสิแม่ จะฆ่าลูกก่อนรับปริญญารึไงกัน?" เขาหัวเราะเบา ๆ
"ตกใจหมด ก็รู้ว่าแม่ทำกับข้าวอยู่ อยากโดนเฉาะหัวสักทีหรือไงเรา" มือของผู้เป็นแม่ยกขึ้นแตะหน้าอก ถอนหายใจออกอย่างโล่งอก
"ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากให้แม่เสียใจเพราะฆ่าลูกชายกับมือ ฮ่า ๆ" เด็กหนุ่มหัวเราะพลางเข้าไปหอมแก้มหญิงวัยกลางคนเบา ๆ แล้วรีบคว้ากระเป๋าคู่ชีพของตนเผ่นแน่บขึ้นไปยังชั้นบนของบ้าน
เธอยิ้มให้กับความทะเล้นของลูกชาย ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก "นพ!!!! แล้วจะทานข้าวไหมลูก??" เสียงแม่ตะโกนถามขึ้นมาจากชั้นล่าง
เด็กหนุ่มเดินออกจากห้องตนอย่างรวดเร็วพลางชะโงกหน้ามอง "ไม่ล่ะแม่กินมากับเพื่อนแล้ว"
"อีกแล้ว หมู่นี้ไม่กินข้าวกินปลา ดูสิตัวผอมจะตายอยู่แล้ว"
"ไม่ได้ผอมเสียหน่อย เขาเรียกกำลังดี นพก็ไม่ได้สูงขนาดนักบาสทีมชาตินะแม่ ถึงจะต้องตัวใหญ่ ๆ น่ะ" เขาย้อน
"ตามใจ ๆ แม่ขี้เกียจจะพูดแล้ว และก็อย่าลืมอาบน้ำด้วย อย่าให้แม่เห็นแบบเมื่อวันก่อน ๆ อีกนะ!!" เธอพูดขู่ เมื่อนึกถึงสภาพลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงทั้งชุดนักศึกษามันก็ทำเอาอยากจะจับมาสั่งสอนนัก
"คร้าบ ๆ ทราบแล้วคร้าบบ~"
ผู้เป็นแม่ถอนหายใจกับคำตอบรับเสียงยาวแสนกวนประสาทนั่น ทำเป็นเด็กไม่รู้จักโตจริง ๆ ทั้งที่อายุอานามก็ปาเข้าไปสิบแปดปีแล้ว "เด็กสมัยนี้นี่นะ...." เธอส่ายศีรษะไปมาอย่างระอา
ทันทีที่เข้าไปภายในห้อง เด็กหนุ่มก็โยนกระเป๋านักเรียนของตนเองไว้บนเตียง แล้วตรงเข้าเปิดคอมพิวเตอร์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันนัก รอเพียงครู่เจ้ากล่องโทรทัศน์อัจฉริยะนั่นเตรียมตัวพร้อมสำหรับการใช้งาน เขากดไอค่อนหนึ่งบนหน้าจอ
สัญญาณอินเตอร์เน็ตถูกเชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว "จัดไป..." เขาพึมพำพลางกดไปที่ไอค่อนรูปตัวอีใหญ่บนหน้าจอ
เสียงหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับแสงไฟสีน้ำเงินสดที่ส่องสว่างอยู่บนหูฟังสีดำซึ่งถูกแขวนอยู่บนลำโพงตัวเล็ก นพหยิบมันมาพร้อมกับเปิดกล่องเล็ก ๆ ขึ้น ข้างในมีแผ่นชิพสีเหลี่ยมเล็ก ๆ ขนาดซิมการ์ดอยู่
"ตอนนี้จะ 6 โมงแล้วนี่หว่า..." ดวงตาสีดำเงยมองนาฬิกา
เด็กหนุ่มหยิบกระเป๋าของตนโยนไว้บนเก้าอี้คอมพิวเตอร์ พลางกดปุ่มเล็ก ๆ ข้าง ๆ ไฟสีน้ำเงินแถวหูฟัง แล้วใส่ชิพการ์ดไปในช่องที่เปิดอ้าอยู่ "เร็วสิ..."
ดวงไฟสีน้ำเงินเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดทันทีที่มันรับข้อมูลที่บรรจุอยู่ในชิพการ์ด นพสวมหูฟังแล้วนอนลงกับเตียง ไม่ลืมที่จะปรับไมโครโฟนให้ตรงกับปากตน "เอาล่ะ..." เขาหลับตาลงช้า ๆ พร้อมกับกรอบพลาสติกสีชาที่เลื่อนจากตัวของหูฟังลงปกปิดส่วนดวงตาไว้ให้พ้นแสง
โปรดระบุ User Name...
"เกี้ยวซ่า"
Password..
"***********"
ยินดีต้อนรับสู่โลก Eternal Online ค่ะ...
เด็กหนุ่มลืมตาอีกครั้งหนึ่งก็พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงนอนขนาดเล็กสีขาวขุ่น เขาบิดตัวไปมาก่อนจะนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานก่อนที่จะออกจากเกมไป "เมื่อวาน...อ่อใช่ เมื่อวานทำเควสแล้วตายนี่หว่าเลยมานอนพักที่โรงแรม..."
เสียงหนึ่งดังขึ้นสามครั้ง นพกดเบา ๆ ตรงปุ่มบนนาฬิกาข้อมือตนเอง ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ทำหน้าที่เหมือนโทรศัพท์มือถือบนโลกมนุษย์ ผู้เล่นสามารถตรวจสอบสถานะ ข้อความส่วนตัว จำนวนเพื่อนที่ออนไลน์ หรือแม้กระทั่งข้อมูลอัพเดทต่าง ๆ ของเกมได้โดยผ่านเครื่องมือตัวนี้
มีข้อความติดต่อถึงคุณเมื่อ 30 นาทีก่อนค่ะ จะอ่านเลยหรือหรือไม่คะ?
เสียงของระบบบอกกล่าว ระบบโพลีกอร์นแบบสามมิติปรากฏเหนือนาฬิกา ขนาดเท่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ปกติ
"อ่านสิ" เขากดปุ่มตอบรับเบา ๆ
ข้อความสามข้อความขึ้นเรียงกันตามระยะเวลา
‘เฮ้ย!!เจอที่เดิมนะ'
17.30 น. - อัสสัม
‘เฮ้ย!!ยังไม่มาอีกเหรอวะ!!!'
17.40 น. - อัสสัม
‘เฮ้ย!!!พอดีมีธุระด่วนว่ะ แกรอสักครึ่งชั่วโมงนะ'
17.50 น. - อัสสัม
นพถอนหายใจยาว "อะไรของมันวะ..."
มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาศีรษะ "สรุปก็ต้องรอมันสินะ....แต่ก็เอาเหอะ ขืนไม่รออีกมีหวังตายห่าแบบเมื่อวานแหง.." พอนึกถึงภาพที่ตัวเองตะลุยดันเจี้ยนโหดเพื่อทำเควสคนเดียวแล้วก็ยังสยองไม่หาย นี่ถ้าเป็นโลกจริง ๆ สงสัยเขาคงตายแบบไม่เหลือซากศพให้จัดงานแน่ ๆ
เด็กหนุ่มหยิบเสื้อแขนยาวพอดีตัวสีเข้มสวมทับเสื้อกล้าม แล้วหยิบรองเท้าบูทที่วางไว้สวม ก่อนจะฉวยเอาเสื้อโคทสีอ่อนขึ้นพาดบ่า นึกขอบคุณที่สภาพอากาศในเกมไม่ได้เลวร้ายเหมือนโลกภายนอกจริง ๆ
"สงสัยต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ไป 10 รอบก็ไม่มีปัญญาใส่โคทหรอก...." เขาหัวเราะร่วน
นอกจากสภาพอากาศที่จะอยู่ในระดับอุณหภูมิตามสภาพพื้นที่แล้ว เมืองแต่ละเมืองยังถูกสร้างได้อย่างงดงาม จนแทบจะเรียกได้ว่าสวยงามกว่าโลกจริงเบื้องนอกเสียอีก ความสมจริงและสิ่งที่ได้เห็นก็ไม่ต่างอะไรกับภายนอกแม้แต่น้อย
ดวงตาสีฟ้าสอดส่ายมองผู้คนที่เดินไปมาอยู่บนถนนบริเวณด้านหน้าโรงแรม คนพวกนี้ก็คงเข้ามาเล่นเกมโดยมีความคิดไม่ต่างอะไรไปจากเขานัก "หนีความจริงสุดหูรูด....ฮ่า ๆ"
แม้ว่าเกมนี้ต้องการให้คงสภาพความเหมือนจริงไว้มากที่สุดก็ตาม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังคงไม่สามารถละทิ้งความเป็นเกมได้ ยังคงมีอาชีพต่าง ๆ ให้เลือกสรร ระบบของความสามารถและสกิลที่ว่ากันว่ามีมากกว่าแสนสกิล รวมถึงความลับมากมายที่ถูกซ่อนไว้
ความสามารถหลักของตัวละครนั้นจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์เช่นเกมอื่น ๆ แต่จะขึ้นอยู่กับแค่ประสบการณ์เท่านั้น ไม่สามารถหาเสริมได้จากอย่างอื่น
อุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผู้เล่นนั้นถูกแบ่งเป็นสองประเภท คือไอเท็มประเภทอาวุธที่ช่วยเพิ่มพลังโจมตี และไอเท็มประเภทเครื่องประดับที่จะมีความสามารถต่างกันออกไป เกมนี้เสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางกายภาพได้ นอกจากจะเพิ่มคุณสมบัติสำหรับการป้องกันธาตุเท่านั้น
เป็นเกมที่เน้น ‘ตัวละคร' แบบเสมือนจริงโดยแท้ "เพราะแบบนี้แหละน้าถึงตายบ่อยชะมัด...."
อาชีพที่มีพลังป้องกันสูงได้แก่อาชีพสายนักรบที่สามารถใช้โล่เป็นเครื่องป้องกันได้ ซึ่งการทดแทนส่วนนี้นั้นผู้เล่นจะได้รับเป็นพลังชีวิตที่มีค่ามากกว่าเกมอื่น ๆ แทน
ใช่ว่าพลังชีวิตมากขึ้นแล้วจะรอดพ้นจากความตาย ยิ่งมอนสเตอร์เลเวลยิ่งสูงมากเท่าไหร่ พลังโจมตีก็ยิ่งมากมายเท่านั้น ต่อให้มีเลือดเป็นแสน หากโดนบอสตบทีละหมื่น ยังไงก็คงจะรอดยาก....
แต่ก็เพราะเหตุผลนั้นแหละที่ทำให้เกมนี้สนุกและสมจริงมากยิ่งขึ้น "เล่นเกมไม่เคยตายมันจะไปสนุกอะไร..."
เกมนี้จะลดค่าประสบการณ์ของผู้เล่นตามลำดับเลเวล ยิ่งเลเวลสูงมากเท่าไหร่ เวลาตายก็จะยิ่งเสียค่าประสบการณ์มากขึ้นเท่านั้น และเพราะแบบนี้แหละที่ทำให้เขาที่เล่นมาตั้งเกือบอาทิตย์เพิ่งจะได้เปลี่ยนอาชีพ
"โชคดีนะที่มันไม่ทบเลเวล ไม่งั้นสงสัยได้กลับไปเป็นเลเวล 1 ใหม่แหง..." คิดแล้วให้เหงื่อตก
นพเดินลงไปยังชั้นล่างของโรงแรมซึ่งเป็นร้านอาหารขนาดพอประมาณ หญิงสาวคนหนึ่งในชุดมิดชิด สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอ้านยิ้มทัก "วันนี้เข้ามาเล่นเย็นจังเลยนะคะ"
"ครับ พอดีมีเรียนน่ะ คุณเซฟี่เองวันนี้ก็ขยันเหมือนเดิมนะครับ" นพเอ่ยทักตอบ
เซฟีเลีย เธอเป็น NPC ที่สร้างขึ้นโดยอาศัยต้นแบบจากมนุษย์จริง ๆ มีน้ำเสียง การพูดคุยและความคิดตามที่โปรแกรมระบุไว้ จะว่าคนสร้างอัจฉริยะก็คงไม่แปลก เพราะการพูดคุยกับเธอทุกครั้งเด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนว่าเขาได้คุยอยู่กับคนจริง ๆ ทั้งการตอบรับ ความรู้อันกว้างขวางและท่าทีการแสดงออกต่าง ๆ
เป็น NPC ที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ข้อมูลแก่ผู้เล่นโดยเฉพาะจริง ๆ "วันนี้คนเยอะจริงนะครับ"
"ใช่ค่ะ ฉันก็วิ่งวุ่นทั้งวัน" เธอยิ้ม "ว่าแต่วันนี้ไม่ทานอะไรหรือคะ?"
"ไม่ล่ะครับ เดี๋ยวว่าจะเช็คเอาท์แล้วไปเดินดูของสักหน่อย ไม่รู้อาวุธที่ซ่อมจะเสร็จหรือยัง?"
หญิงสาวหยิบถ้วยชามบนโต๊ะขึ้นวางในถาดใหญ่ นพเห็นก็ช่วยเธออีกแรง "ท่าทางเมื่อวานจะผ่านศึกหนักมากเลยนะคะ"
"อ่า....ฮะ ๆ ก็ประมาณนั้น" เขาหัวเราะแห้ง ๆ จะบอกได้ยังไงว่าที่อาวุธพังเพราะโดนมอนสเตอร์ทำลาย ไม่ใช่เพราะใช้งานอย่างหนัก...
"งั้นผมไปก่อนนะครับ แล้วเจอกันครับ" เด็กหนุ่มโบกมือลา
เขาเดินดูร้านค้าแผงลอยที่ตั้งอยู่ริมสองข้างทางอย่างสนอกสนใจ ของแปลกใหม่หรือของหายากล้วนนำมาวางขายในราคาย่อมเยา แต่ถึงจะถูกแค่ไหน พอมองเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วแทบจะน้ำตาเล็ด
"ไม่น่าสดเลยกุ...." เมื่อวานเขาหมดเงินในกระเป๋าไปเกือบครึ่งเพียงเพราะค่ายาเติมพลังแค่อย่างเดียว
เรื่องของเรื่องคือปกติแล้วเขาจะเก็บเลเวลกับพรีสซึ่งเป็นเพื่อนสนิท แล้วไอ้เจ้าพรีสปากหมาตัวนี้มันก็ช่วยฟื้นพลังชีวิตให้ตลอด ทำให้เขาประหยัดแรงไปได้มาก แถมเป็นพรีสบ้าอะไรก็ไม่รู้ทั้งเลือดและพลังป้องกันโดยรวมดันสูงกว่าเขา ก็เลยกลายเป็นว่า....เกาะเพื่อนกินไปโดยปริยาย
เมื่อวานพอเลเวลสี่สิบห้าครบตามกำหนดการเปลี่ยนอาชีพ ด้วยความตื่นเต้นจึงแล่นไปรับการทดสอบ แต่พอรับเควสมาเสร็จไอ้เจ้าเพื่อนเวรมันดันมีธุระทำให้ต้องเลิกไปก่อน เขาที่เหลืออยู่ตัวคนเดียวก็เลยจัดการบรรเลงเองเสีย
ผลที่ออกมาก็คือเกมโอเวอร์จนค่าประสบการณ์ที่หามาเหลือ 0 ...เอวังด้วยประการฉะนี้....
"เซง...." คิดแล้วก็อดเบื่อไม่ได้
เดินคิดอะไรเพลินไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่หน้าร้านซ่อมอาวุธ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปด้านใน กลิ่นถ่านและละอองไฟลอยคละคลุ้ง สมกับเป็นบ้านช่างตีเหล็กจริง ๆ "เอ่อ....มารับอาวุธที่ซ่อมไว้เมื่อวานครับ"
"อ่อ....ชื่อล่ะ?" ลุงร่างท้วมหนวดเคราเฟิ้มเงยหน้าขึ้นมองแขก
"เกี้ยวซ่าครับ"
เขาเปิดดูบัญชีรายชื่อการซ่อมแซมอาวุธ ก่อนจะไล่ดูตามตัวอักษรซึ่งโชคดีที่ว่าชื่อของเขาอยู่ในอันดับต้น ๆ จึงหาได้ไม่ยากนัก "Dagger สินะ...เสร็จพอดี" ชายสูงวัยหยิบมันโยนให้
"240 เหรียญ นี่ถ้าสภาพแย่กว่านี้ฉันว่าซื้อใหม่น่าจะดีกว่านะ"
พอโดนเหน็บก็ทำเอาหัวเราะไม่ออก นพรีบควักเงินจ่ายก่อนจะหันหลังจากไป "ขอบคุณมากครับ"
"เดี๋ยวก่อน!" ช่างซ่อมอาวุธร้องเรียก ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นอะไรบางอย่างที่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม
นพหันมาอย่างงง ๆ "อะ...เห? ไม่ครบหรือครับ???"
"ปืนนั่น...."
มือเรียวเอื้อมหยิบปืนจากด้านหลัง เป็นปืนลูกซองธรรมดาที่อาชีพแรนเจอร์ทั่วไปใช้ "เห?? ก็ปืนธรรมดานี่ครับ??"
"ทำไม?? เธอเล่นอาชีพอะไร???"
"อ่อ....แรนเจอร์ครับ" เขายิ้มกว้าง
"แล้วมีดนั่น???"
นพเก็บปืนลง "อ่อ....ของผมเองแหละครับ อ๊ะ! ขอตัวก่อนนะครับ นัดกับเพื่อนไว้ ขอบคุณอีกครั้งนะครับ" เขารีบพูดก่อนจะขอตัวจากไป
ชายสูงวัยลูบหนวดเคราตนเบา ๆ นิ่งคิดอะไรบางอย่าง "มีดระดับ 2 ทำไมพวกแรนเจอร์ถึงใช้ได้...."
"หรือว่า????" ดวงตาสีอ่อนเบิกกว้าง...
ข้อแม้เดียวที่ทำให้อาชีพอื่น ๆ สามารถใช้ของข้ามอาชีพได้... "สเตตัสสูงเทียบเท่ากับระดับความต้องการของอาวุธนั้น ๆ....แรนเจอร์อะไรมีค่าความแข็งแกร่ง (STR) สูงร่วม 60..."
นั่นสินะ....แรนเจอร์บ้าอะไร....
นี่ก็ปาไปร่วมครึ่งชั่วโมงแล้วเขายังไม่ได้รับการติดต่อจากไอ้เพื่อนคนนั้นเลยสักนิด แถมอีกฝ่ายก็ไม่ได้ออนไลน์อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าทำอะไรของมัน สงสัยวันนี้เขาต้องไม่ได้เปลี่ยนอาชีพอีกแหง ๆ
ด้วยความเบื่อหน่ายเขาจึงหยิบกระดาษที่ระบุเนื้อความของเควสขึ้นดู "เซง....เควสล้มเหลวเป็น 10 รอบก็ยังได้แต่ไอ้ดันบ้านี่ ลบไอดีทิ้งเล่นใหม่เสียดีไหมเนี่ย!!"
อาจจะเป็นความซวยตั้งแต่กำเนิดหรืออย่างไรไม่รู้ แต่ทุกครั้งที่เควสล้มเหลวและเขารับเควสใหม่ ก็จะได้แต่ดันเจี้ยนเดิม ๆ ซึ่งเป็นดันเจี้ยนของเลเวลสี่สิบห้า เป็นดันเจี้ยนสูงสุดในเควสซึ่งไม่น่าเชื่อว่าดวงจะสมพงศ์จนสุ่มออกมาได้ทุกรอบ
"แม่งแกล้งกันชัด ๆ " อยากจะร้องไห้...
ดวงตาสีอ่อนเงยมองบนท้องฟ้า "สบายจังแหะ...."
เวลาในเกมจะแตกต่างจากเวลาของโลกจริง ซึ่งเวลาในเกมนั้นจะมีเวลาสิบสองชั่วโมง แบ่งเป็นหกชั่วโมงเช้าและหกชั่วโมงค่ำ หนึ่งวันโลกนอกเกมจะเท่ากับสองวันโลกในเกม
โดยผู้เล่นที่มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีและมีสุขภาพไม่แข็งแรงจะถูกห้ามไม่ให้เล่นเกินหกชั่วโมงของโลกในเกม ส่วนผู้เล่นที่มีอายุเกินสิบแปดปีและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงจะสามารถเล่นได้สูงสุดสิบสองชั่วโมงในเกมหรือหนึ่งวันของโลกจริง และหากผู้เล่นนอนพักผ่อนในโรงแรมเวลาก็จะหยุดคำนวณ เพราะเท่ากับว่าผู้เล่นนั้นได้นอนหลับอยู่ในโลกปกติ
เวลาในเกมแม้จะนับตามช่วงเวลาจริง ๆ แต่ผู้เล่นจะรู้ว่าเวลาได้ถูกแบ่งไว้แบบใด เพราะนั่นมีเขียนไว้ในข้อตกลงของการสมัครเล่นเกม ซึ่งตอนนี้เป็นเวลา 18.30 น.ในโลกจริง ในเกมก็เพิ่งเริ่มช่วงเช้าได้
พอทำท่าจะเคลิ้มหลับเข้าจริง ๆ เสียงระฆังยักษ์ที่ถูกแขวนไว้บนยอดโบสถ์สีขาวของนครแห่งนักบุญก็ดังเสียจนสะดุ้งตื่น "คราวนี้อะไรอีกล่ะ..."
เพื่อความปลอดภัยของผู้เล่นซึ่งอยู่ภายในเมืองหรือโดยรอบเมืองจากสิ่งผิดปกติทั้งหลาย ระบบเกมจึงมีการตั้งเสียงที่เป็นสัญลักษณ์ประจำ อย่างเมืองที่เขาอยู่ในตอนนี้ก็จะมีระฆังสีทองยักษ์ เมืองแห่งนักรบก็จะเป็นเสียงแตร แตกต่างกันไปตามความสำคัญของเมือง
เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน ดวงตาพยายามลืมฝืนสู้แสงแดดอันแรงกล้า "นั่นมันตัวอะไรหว่า?"
ปีกของมันกางแผ่ออกใหญ่จนบดบังดวงอาทิตย์ได้มิด ร่างกายของมันมโหฬารขนาดสามารถปกปิดเมืองทั้งเมืองได้ หากมองชัด ๆ.... "มังกร.....เฮ้ย!!! เมืองนี้มีไอ้เจ้าตัวบ้าเนี่ยด้วยเหรอ??"
นพร้องเสียงหลงอย่างตกใจ ก่อนจะวิ่งตามทิศทางที่เจ้ามังกรยักษ์นั่นกำลังมุ่งหน้าไป เกล็ดมีนิลเงา เล็บยาวแหลมคมสีดำสนิท ประกายตาสีทองสว่าง หางยาวทรงพลังที่ปลายห่อหุ้มด้วยเพลิงแห่งรัตติกาล ระดับนี้คงไม่พ้นบอสแน่ ๆ
"ไหนลองสแกนดูหน่อยดิ๊..." เขาได้ยินจากคนข้าง ๆ เห็นด้วย อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นสัตว์ระดับไหน
นพเหลือบมอง "ว่าไงครับ??มันเป็นสัตว์ระดับไหน???"
ใบหน้าของผู้ใช้ความสามารถในการตรวจสอบซีดเผือด ปากอ้าพะงาบ ๆ อย่างตกใจ "มะ....ไม่มีข้อมูล..."
"อะไรนะ???!!!" คนที่อยู่โดยรอบต่างร้องเสียงดัง โดยปกติแล้วมอนสเตอร์ทุกตัว หรือแม้กระทั่งผู้เล่นด้วยกัน จะสามารถใช้สกิลเฉพาะทางของอาชีพบางอาชีพตรวจสอบความสามารถได้หมด อย่างน้อยหากทางเซิฟเวอร์จงใจปิดเป็นความลับ มันก็จะขึ้นเป็นดาต้าของธาตุมอนสเตอร์ให้แทน
"ไม่มีอะไรเลย ทุกอย่างขึ้นเป็น Unknown หมด..."
ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ
เนื่องจากในขณะนี้มอนสเตอร์ระดับกาเดี้ยนได้ปรากฎตัวขึ้นจากความผิดพลาดของระบบเกม จึงขอให้ผู้เล่นที่อยู่ใน Mapเกาะแห่งแสง ทุกท่านกรุณาล็อคเอาท์ออก เพื่อความปลอดภัยของตัวละครและข้อมูลเกมของท่านค่ะ
ทางเกมจะเริ่มนับถอยหลัง
10
9
8
.
.
.
.
3
2
1
...ถูกตัดขาดจากเซิฟเวอร์...
edit @ 4 Mar 2009 05:30:08 by derick