2009/Mar/10

[SFic Vocaloid]

 

Title : ผลลัพธ์ของความไม่เข้าใจ

Pairing : LenXKaito

Author : derick

Warning : Yaoi (PG-13)

Author notes : ในระหว่างที่กำลังนั่งแต่งแอดเฮียร์ไป สูบรูปไป  ฟังเพลงไป...มันก็...ต่อไม่ออก แป่ว กร๊ากกกกก เลยแร่ดมาฟิคนี้ก่อน เป็นฟิคน่ารัก ๆ ที่เกิดจากภาพ ๆ หนึ่ง อ๊ากกกกกกกกกกก ภาพไหนนั้นเราไม่บอก เก็บไว้ดูหลายคน ฮา...

 

*ฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นตามความคิดและจินตนาการของผู้แต่ง*

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำเงินใสดูหม่นหมองลงกว่าทุกครั้ง  ริมฝีปากที่ช่างพูด  ดวงตาที่มักสอดส่ายอย่างอยากรู้อยากเห็นกลับจางหายไปจนผิดวิสัย  ทำให้คนที่เปรียบเสมือนพ่ออดกังวลไม่ได้  "เป็นอะไรไปไคโตะ  หมู่นี้ดูไม่สดใสเลยนะ มีอะไรผิดปกติรึเปล่า?"  มือแกร่งช้อนใบหน้าอีกฝ่ายให้สบมองนัยน์ตาตน

 

เด็กหนุ่มแค่นยิ้ม  "ไม่ครับ  ไม่มีอะไรครับมาสเตอร์"

 

"งั้นก็เริ่มตรวจเลยแล้วกันนะ"

 

ไคโตะพยักหน้าพลางถอดเสื้อผ้าของตนออก  แล้วเดินไปนอนเหยียดตัวตรงภายใต้แสงไฟเรืองรอง  "เอาล่ะ.."  มือของผู้เป็นพ่อเลื่อนขึ้นปิดดวงตาสีน้ำเงินใสให้หลับลง  พลางเชื่อมต่อระบบต่าง ๆ เพื่อตรวจเช็คสภาพ

 

โวลคัลลอยด์ไม่ใช่หุ่นยนต์ที่เป็นมนุษย์และก็ไม่ใช่มนุษย์ที่เป็นหุ่นยนต์  พวกเขาเกิดขึ้นโดยความตั้งใจของผู้สร้าง  ให้กลายเป็นสิ่งที่มีพลังในการบันดาลเสียงเพลงแบบต่าง ๆ  เสมือนอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ใบกลมใบนี้

 

แต่ที่น่าแปลกก็คือความแตกต่างของพวกเขา  โวลคัลลอยด์โดยมีโปรแกรมเป็นแบบเสียงจะไม่สามารถพัฒนาการเจริญเติบโตทางร่างกายได้เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง  แต่โวลคัลลอยด์ที่มีเสียงต้นแบบจากมนุษย์  จะมีการพัฒนาร่างกายและสิ่งต่าง ๆ ไปตามปกติ

 

เหตุนี้ไคโตะซึ่งเป็นโวลคัลลอยด์รุ่นแรกจึงไม่อาจเติบโตขึ้นอีก  ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเขาก็จะยังคงความหนุ่มไว้จนกว่าจะถูกทำลายลง  "ทุกอย่างปกติ...."

"ระบบสมอง  ความคิด การเต้นของหัวใจ  การหายใจ...."  ชายวัยกลางคนตรวจสอบบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏ

 

แสงไฟภายในส่องสว่างพร้อมกับเครื่องตรวจสภาพร่างกายที่ดับลง  ดวงตาสีฟ้าลืมตื่นขึ้นช้า ๆ  "เรียบร้อยแล้วหรือครับ?"

 

"ทุกอย่างปกติดี..."  มาสเตอร์เอ่ยพลางเปิดบันทุกในมือตน  "พรุ่งนี้คิวเร็นสินะ  รายนั้นโตวันโตคืนจริง ๆ"

 

ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ที่อยู่ภายในด้วยกัน  ไคโตะก้มหน้าก้มตาสวมเสื้อผ้าที่วางพาดไว้  "แล้วผมจะบอกเร็นให้นะครับ"  เขาหันมายิ้ม

 

"เดี๋ยวไคโตะ..."  ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องมอง

 

"ครับ?"

 

เขาวางเอกสารในมือลง  เดินไปหาอีกฝ่ายแล้วยกมือขึ้นวางบนเส้นผมสีน้ำเงินนุ่มเบา ๆ  "มีอะไรอยากบอกกับฉันไหม?"

 

"ผม..."  ดวงตาของเด็กหนุ่มจ้องมองตอบ  "ผมอยากจะโตขึ้นกว่านี้ครับ....อยากโตกว่านี้"  ไคโตะก้มหน้าลงกำมือแน่น

 

เพียงแค่นั้นก็พอเข้าใจอะไรได้บ้าง  จากคำบอกเล่าของโวลคัลลอยด์ตัวก่อน ๆ ที่มาตรวจเช็คสภาพร่างกายไปแล้ว  นอกจากจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่เหมือนกับมนุษย์แล้ว  ยังมีความคิดและจิตใจที่คล้ายคลึงกันด้วยสินะ...

 

ความรู้สึก ชอบ ไม่ชอบ รัก  เกลียด กลัว อยากทำโน่นนี่  ความต้องการต่าง ๆ ที่ทำให้โวลคัลลอยด์ไม่ใช่หุ่นยนต์...

 

มาสเตอร์หัวเราะ  "แปลก...มีแต่คนไม่อยากแก่"

 

"ก็ถ้า...."  ถ้าผมอายุมากขึ้น  เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น...  "บางทีถ้าผมโตกว่านี้  อาจจะเข้าใจอะไรมากขึ้นก็ได้.." เข้าใจเหตุผลของความเปลี่ยนไป  ของความห่างเหินและช่องว่างที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นนั่น

 

ดวงตาของผู้กร้านโลกมองอย่างเข้าใจ  เขาเดินไปยังจอคอมพิวเตอร์ตัวเดิม  "ถ้าโตไม่ได้...ลองกลับไปเป็นเด็กไหมล่ะ?"

 

"เอ๋?????"  ไคโตะหันขวับมองอย่างตกใจ

 

"ไม่แน่ใจหรอกนะว่าจะสำเร็จแค่ไหน  แต่พอดีฉันทดลองไว้สำหรับโวลคัลลอยด์น่ะ  ตอนนี้มันยังไม่สมบูรณ์นัก  เลยทำให้กลับเป็นเด็กชั่วคราว"

 

เด็กหนุ่มฟังมาสเตอร์ตนอธิบายอย่างสนอกสนใจ  คนที่โตแล้วจะกลับไปเป็นเด็กอย่างงั้นหรือ?  "แล้ว..."

"แต่ความทรงจำที่ผ่านมาก็จะหายไปด้วยนะ....จะลองดูไหม?" ความทรงจำหายไป....งั้นหรือ?

 

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าการสูญเสียความทรงจำ  แต่ถ้ามันมีแต่เรื่องแย่ ๆ และสร้างเพียงความเจ็บปวดให้ล่ะก็....การสูญเสียความทรงจำก็คงเป็นแค่สิ่งของสิ่งหนึ่งที่หายไปจากชีวิตเท่านั้นละมั้ง?

 

"ครับ...ผมอยากลองดู..."

 

มาสเตอร์ยิ้ม  "นั่นสิ....ลองเป็นคนที่ได้รับการเอาใจใส่ดูบ้างเป็นไร...."

 

เป็นฝ่ายที่ถูกรัก....เป็นฝ่ายที่ได้รับการดูแลบ้าง...

 

เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นไปทั่วบ้าน  เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่เพิ่งกลับมาถึงต่างหันหน้ามองกันด้วยความสงสัย แล้วพร้อมใจเดินไปยังบานประตูที่เปิดอ้าอยู่  พลันดวงตาสีเขียวอมฟ้าสวยเห็นอะไรบางอย่างวิ่งผ่านตนไป

 

"เร็นจับที!!!!"  เสียงหญิงสาวตะโกนดังลั่น  มือแกร่งเอื้อมคว้าเอาร่างเด็กชายตัวน้อยไว้

 

เขาจับร่างที่ดิ้นไม่หยุดนั่นหันหน้ามา  เส้นผมสีน้ำเงิน  ดวงตาสีน้ำเงินกลมโต  ทำไมถึงดูคุ้นตาแปลก ๆ  "นี่เด็กที่ไหนอ่ะพี่  โวลคัลลอยด์ตัวใหม่รึ?"

 

เมโกะยืนหอบ  "มาพอดี...จะได้คุยกันทีเดียวเลย"

 

ดวงตาของเร็นยังคงไม่ละจากเด็กชาย  มีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ เพียงแต่ไอ้ความดื้อดึง  เอาแต่ใจ  ไม่อยู่นิ่งราวกับลูกลิงไม่ปานนี่มันค่อนข้างจะแตกต่างออกไปอ่ะนะ

 

"เด็กคนนี้ใครหรือคะพี่เมโกะ?"  รินเอ่ยถาม

 

มิคุเองก็ดูเหมือนจะสงสัยในจุดเดียวกัน  เธอกลับมาก่อนหน้าสองแฝดไม่นาน  แล้วก็พบกับสภาพความวุ่นวายเดียวกัน  "นั่นสิ..."

 

หญิงสาวพี่ใหญ่ของบ้านวางอาหารเย็นลงบนโต๊ะ  พลางล้างมือและปลดผ้ากันเปื้อนตนเองออกแขวนไว้ตามเดิม  ยังคงไม่ลืมจะหยิบเอาเหล้าขวดใหญ่คู่ใจออกมาวางเป็นสิ่งช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร 

 

ทั้งสามจ้องไปยังแก้วใสที่ถูกยกขึ้นซัดรวดเดียวหมด  แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้  "แล้วไคจังล่ะ  ยังไม่กลับมาอีกเหรอ?"  เจ้าของเส้นผมสีเขียวกวาดมองโดยรอบ

 

นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังเด็กน้อยที่นั่งตรงข้าม  "นั่นไง..."

 

"ไหน??"  รินเอ่ยพลางมองไปโดยรอบบ้าง

 

เร็นเริ่มไม่สบายใจ  เส้นประสาทกระตุกเหมือนกับต้องการบอกเหตุบางอย่าง  ริมฝีปากบางค่อย ๆ ขยับอย่างยากลำบาก  "พี่อย่าบอกนะว่า....."

"นั่นแหละไคโตะ"  เมโกะตอบ

 

ทั้งสามมองจ้องไปยังเด็กชายตัวน้อยซึ่งบัดนี้ตกอยู่ในอาการตื่นกลัว  มิคุเริ่มเดินเข้าไปหา  จับแก้มใสเบา ๆ แล้วออกแรงบีบอย่างหมั่นเขี้ยว  "ตอนแรกก็นึกว่าเด็กที่ไหน  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไคจังเป็นเด็กแล้วจะน่ารักแบบนี้"

 

"นั่นสิคะ...."  รินเดินมาหยอกล้อเล่นบ้าง

 

แต่ดูจะผิดคาดเมื่อไคโตะน้อยไม่เล่นด้วย  ริมฝีปากเล็กเริ่มเบ้อย่างไม่สบอารมณ์  ก่อนจะแหกปากร้องไห้ลั่น  เมโกะได้แต่นั่งกุมขมับ  นึกย้อนไปถึงสมัยที่เธอต้องเลี้ยงไคโตะ  "เจ้าบ้าเนี่ยเหมือนจะเลี้ยงง่าย  แต่ดันยากสุด ๆ"

 

พอเห็นว่ายังร้องไห้ไม่หยุด  เร็นก็ลุกขึ้นปัดมือเด็กสาวทั้งสองออกแล้วช้อนร่างนั้นขึ้นอุ้ม  "พวกเธอจะบ้ารึเปล่า  ไปทำแบบนั้นเด็กก็กลัวหมด  เขาไม่ใช่ไคโตะคนเดิมนะ"

 

เร็นเขย่าแขนตนเบา ๆ  แม้เขาจะไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อนแต่ก็พอจดจำได้ว่าควรต้องทำอย่างไร  ไคโตะน้อยหยุดร้องไห้เปลี่ยนมาเป็นเสียงสะอื้นเบา ๆ แทน  "ไม่เป็นไรนะ ๆ"

 

ใครจะเชื่อว่าคนอย่าง คากามิเนะ เร็น จะใจดีได้ถึงเพียงนี้  ที่สำคัญกับไคโตะที่จ้องจะคอยกัดตลอด  แต่ที่เมโกะตกใจไม่ใช่ตรงนี้เพียงอย่างเดียว  เธอตกใจมนุษย์ประหลาดนอกจากมาสเตอร์ที่ทำให้ไคโตะหยุดร้องไห้ได้ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

 

"งั้นดี....ต่อไปนี้เร็นก็คอยดูแลไคโตะแล้วกัน"  เธอยื่นคำขาด

 

เด็กหนุ่มร่างสูงหันขวับมอง  "หา!!!"

 

"ฉันไม่รู้หรอกนะว่าไคโตะติดใจอะไรเธอ  แต่นอกจากมาสเตอร์แล้วไม่เคยมีใครทำให้ไคโตะหยุดร้องไห้ได้ง่าย ๆ แม้กระทั่งฉัน  ฉะนั้นเธอก็ต้องเป็นคนที่ดูแลไคโตะ"  ไมโกะอธิบาย

 

"แต่ผมต้องไปเรียนนะ?!"

 

"ในช่วงเช้าก่อนไปเรียนเธอก็เอาไปฝากไว้กับมาสเตอร์  แล้วช่วงเย็นก็ไปรับกลับมา  แค่นี้คงทำได้สินะ?"

 

ดวงตาสีเขียวอมฟ้าจ้องมองใบหน้าเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะค่อย ๆ เคลิ้มหลับด้วยความง่วงงุน  "แต่ผมมีกิจกรรม..."

 

"คนอย่างนายทำกิจกรรมเป็นด้วยเหรอเร็น  วัน ๆ เอาแต่เที่ยว"  รินว่า  ดูเหมือนเธอเองก็จะเห็นด้วยที่ให้เร็นเลี้ยงไคโตะ

 

"นั่นสิ....หรือจะไปฝากกับกาคุโป....ก็ดีนะ  เห็นเขาก็สนิทกับไคจังดี"  มิคุที่นั่งลงทานอาหารเอ่ยบ้าง  ดูเหมือนหญิงสาวในบ้านต่างจะรู้ความลับอะไรหลาย ๆ อย่างที่เหล่าชายหนุ่มมองข้ามกันไป

 

เร็นกลืนน้ำลายฝืดคอ  ให้กาคุโปเลี้ยงหรอ....ไม่มีทาง   "ตกลง  ผมเลี้ยงเองก็ได้"

ดูเหมือนเขาเองก็ตกใจเกินคาดเหมือนกันที่ไคโตะน้อยติดเขาแจ  ไม่รู้ว่าเพราะอะไร  ถ้าตามที่เมโกะบอกไคโตะจะสูญเสียความทรงจำในช่วงร่างโตไปจนหมด  นั่นก็แสดงว่าต้องสูญเสียไปจนถึงตอนก่อนจะรู้จักเขาเสียอีก  แล้วทำไมถึง.....?

 

มือแกร่งยื่นจับพวงแก้มของเด็กน้อยที่นอนหลับอยู่ข้างกายตนเบา ๆ  "ทำไมถึงได้คุ้นเคยกับผมนัก....พี่ไค...?"

 

เร็นทำทุกอย่างจนกลายเป็นกิจวัตร  เขาเคยชินกับการมีไคโตะน้อยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตอย่างรวดเร็ว  และทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีคอยดูแลตลอดเวลา  ตั้งตื่นนอนตอนเช้า  อาบน้ำ  ทานอาหาร  ไปส่งให้กับมาสเตอร์  มารับกลับและพาไปเดินเล่น  โดยไม่สนใจสายตาของผู้ที่มองมาด้วยอารมณ์อันหลากหลายเลยสักนิด

 

"ไปกินไอศกรีมกันดีไหม??"  เด็กหนุ่มยิ้มให้กับที่ตนอุ้มอยู่

 

แขนเล็ก ๆ ชูขึ้นพลางส่งเสียงร้องอย่างดีใจ  "เย้!!ไอติม ๆ"  มือน้อยจับใบหน้าของพี่ชายให้เลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนหอมฟอดเข้าไปบนแก้มขาว  "รักพี่ชายมาก ๆ เลย!!"

 

ดวงตาสีเขียวอมฟ้าสวยเบิกกว้างอย่างตกใจ  ใบหน้าคมเริ่มออกสีระเรื่อ  "ใครเป็นคนสอน?"  ไม่ต้องเดาก็น่าจะรู้ได้  ไอ้เรื่องแบบนี้คงมีแค่...

 

"พี่รินกับพี่มิคุสอนมา  บอกว่าถ้าจะขอบคุณคนที่รักมาก ๆ ให้หอมแก้ม!!"  ดวงตาสีน้ำเงินแย้มยิ้มเช่นเดียวกับริมฝีปากบาง

 

พอเห็นใบหน้าใครบางคนซ้อนทับแล้วทำเอาเขาอยากจะเป็นลมเสียตรงนี้  มือเรียวยกขึ้นปิดปากพลางหันหน้าเบี่ยงหนีไปทางอื่น  "ไปกินไอศกรีมกันดีกว่านะ"

 

รู้สึกเหมือนข่าวการกลับกลายเป็นเด็กของไคโตะจะรั่วไหลไปอย่างรวดเร็ว  เพราะทันทีที่เขากลับมาถึงบ้านพร้อมเจ้าตัวเล็ก  แขกเหรื่อที่ไม่ได้เห็นหน้ามานานก็นั่งรอกันอยู่เต็ม  ไม่ว่าจะเป็นกาคุโปที่เหมือนจะบินตรงกลับมาจากที่ไหนสักแห่ง  ลูกะสาวแกร่งเกินร้อย  อะไคโตะที่ตรงมาดูหน้า  ไทโตะ  ไคโกะ  หรือคนอื่น ๆ ที่แห่กันมาเสียยิ่งกว่าวันรวมญาติ

 

และแล้วเด็กน้อยน่ารักของถูกคว้าตัวจากไป  ทิ้งให้ผู้เป็นพี่เลี้ยงยืนงง  "อะ...อะไรกัน.....?"

 

เขาหันมองหน้าคนในครอบครัวคนอื่น  อยากถามเหลือเกินว่าใครมันเป็นตัวปล่อยข่าวกันว่ะ!!!  แต่สุดท้ายก็ได้รับการปฏิเสธกลับมาทั้งหมด 

 

เร็นนั่งมอง  จะห้ามก็ห้ามไม่ได้  อยากจะเอาคืนเสียเหลือเกินแต่มันก็จะออกนอกหน้าเกินไป  แล้วก็ต้องมานั่งปวดหัวตามเดิม....คิดแล้วก็....  "เห..."  เขายกมือขึ้นกุมหน้าอก  อาการที่เคยเกิดขึ้นกลับมาอีกแล้ว

 

หลังจากหายไปเมื่อตอนเขาอยู่กับไคโตะน้อย  "บ้าชะมัด"  เด็กหนุ่มกัดฟัน

 

ร่างสูงลุกพรวดขึ้นยืนพลางก้าวดุ่ม ๆ ไปคว้าตัวไคโตะน้อยขึ้นอุ้ม  "เดี๋ยวฉันจะพาไคโตะไปหามาสเตอร์  พอดีนึกขึ้นได้ว่านัดกันไว้"  ว่าแล้วก็พรวดพราดออกไปอย่างไม่รอคำคัดค้านของใคร

 

มีแต่รินและมิคุเท่านั้นที่หันมากลั้นหัวเราะให้กัน  มือเรียวของสองสาวยกขึ้นแตะกันเบา ๆ  "สำเร็จ..."

 

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นจ้องมองร่างสองร่างสลับกันไปมา  ใจหนึ่งก็นึกดีที่คนในบ้านเริ่มจะขวนขวายเอาไคโตะคนเดิมกลับคืนมา  แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าเวลาที่ไคโตะจะได้รับการดูแลมันดูสั้นเกินไป 

 

สั้นเกินไปแน่หากผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่หวัง  "มีอะไรรึเร็น  ถ้าเรื่องวิธีแก้ล่ะก็...."

 

"ผมอยากคุยกับมาสเตอร์น่ะครับ"

 

ชายวัยกลางคนมองก่อนพาทั้งสองเข้ามายังด้านใน  "คุยเรื่องอะไรล่ะ"  เขานั่งลงกับเก้าอี้ทำงานตัวเดิม  เร็นปล่อยให้ไคโตะไปไหนมาไหนเอง  ดูเหมือนเด็กน้อยจะเคยชินกับบ้านหลังนี้อย่างมาก

 

"คือ...อีกนานไหมครับกว่าจะหาทางแก้ได้?"

 

อีกฝ่ายยิ้ม  "ทำไมไม่ชอบไคโตะตอนนี้รึ?"

 

ใบหน้าคมออกสีขึ้นทันควันเมื่อรู้สึกเหมือนว่าตนกำลังถูกแหย่อยู่  "ใครจะไปชอบล่ะครับ!! ต้องมานั่งดูแลเด็กเล็ก  เวลาก็ไม่มี  ทำอะไรก็ไม่ได้!" 

 

"แย่จังน้า..."  มาสเตอร์ว่าพลางมองเลยตัวเขาไป 

 

เร็นหันมองตาม  ไคโตะน้อยยืนนิ่งอยู่  ในมือถือถ้วยไอศกรีมแน่น  "ไค....โตะ..."

 

เด็กน้อยหันหลังวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว  เร็นทำท่าจะลุกขึ้นตามแต่โดนห้ามไว้  "ไม่ต้องตามไปหรอก  อยู่คุยกับฉันนี่แหละ"

 

"แต่!!"

 

ชายหนุ่มยกกาแฟขึ้นดื่มช้า ๆ  "อยากจะปลดภาระออกจากตัวไม่ใช่หรือไง?  ฉะนั้นต่อไปนี้ฉันจะเลี้ยงไคโตะเอง  จนกว่าเจ้านั่นจะคืนร่างเดิม"

 

ดวงตาคมปราดมองร่างที่ยืนกำมือแน่น  "ตกลงแบบนั้นแล้วกันนะ?"

 

"ผมจะเอาไคโตะกลับไป"  ดวงตาสวยมองเป็นมั่น 

 

มาสเตอร์หัวเราะ  "คงยากสักหน่อย..."

 

"ยาก?"

"ฉันจะบอกอะไรให้  ไคโตะน่ะแต่เล็กมาเป็นคนที่ไวกับการเปลี่ยนแปลงของคนรอบข้างมาก  โดยเฉพาะกับคนสำคัญแล้ว  หากใครเปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะนิสัย  ท่าทางหรือการแสดงออก  เพียงแค่นิดเดียวหมอนั่นก็รู้"

 

เร็นนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง...  "ก่อน...ก่อนที่พี่ไคจะกลายเป็นเด็กได้พูดอะไรไหมครับ?"

 

ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง  แต่รับรู้ได้ถึงต้นเรื่อง  สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงไปในครั้งนี้คงมีส่วนมาจากตน  ไม่มากก็น้อย....เขาค่อนข้างจะมั่นใจตรงจุดนี้  "ได้พูดอะไรเกี่ยวกับผมใช่ไหม?"

 

คนฟังดูจะทึ่งเล็กน้อยที่อีกฝ่ายกล้าถามออกมาตรง ๆ  "ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาหมายถึงเธอไหม  แต่เห็นบอกว่าอยากโตขึ้น  อยากรับรู้อะไรให้มากกว่านี้  เผื่อว่าจะเข้าใจใครบางคนมากขึ้น"

 

เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกำหน้าอกแน่น  ที่ไม่เข้าใจ  ที่เปลี่ยนแปลงไป  ที่เป็นคนทำให้เสียใจ  คือตัวของเขาเองสินะ...การออกห่างเพื่อหนีความจริงบางอย่าง  มันทำร้ายอีกฝ่ายอย่างร้ายแรงสินะ...

 

"ตอนนี้เธอกลับไปก่อนแล้วกัน  เดี๋ยวถ้าไคโตะดีขึ้นฉันจะพาไปส่งเอง  เด็กน่ะแปปเดียวก็ลืม..."

 

เขาจงใจเว้นจังหวะ  "แต่ผู้ใหญ่น่ะ...มันตรงกันข้ามกันนะ"  ชายหนุ่มยกมือขึ้นตบบ่าแกร่งเบา ๆ พลางเดินออกไปจากห้อง ๆ นั้น

 

เร็นมองมือของตนที่กำลังสั่นไหว  "นี่ฉันทำบ้าอะไรลงไป...."

 

ดวงตาสีฟ้ามองร่างที่เดินก้มหน้าจากไปทางหน้าต่างห้องนอนชั้นบน  เสียงเปิดประตูเบา ๆ เรียกให้ร่างเล็กวิ่งเข้าหา  ไคโตะซบหน้าตนลงกับขายาวของผู้เปรียบเสมือนพ่อ  กอดมันแน่นไม่ปล่อย 

 

"อย่าร้องสิ...เร็นเขาพูดเล่นน่า"  มาสเตอร์ว่า  มือทั้งสองช้อนร่างของเด็กชายขึ้นอุ้ม  พลางเช็ดคราบน้ำตาน้ำมูกที่ไหลปะปนกันให้

 

"ผะ...ผมเป็นเด็กไม่ดีหรอ..."

 

"ไคโตะน่ะเป็นเด็กดีจะตาย" 

 

"ทำไมพี่ชายถึงไม่ชอบผม..."  เด็กน้อยก้มหน้า

 

คนฟังหัวเราะ  "ใครว่า..."

 

"เอาล่ะ....ได้เวลากลับเป็นคนเดิมแล้วล่ะมั้งไคโตะ?"  เขายิ้มกว้างให้

 

กลับไปดูผลของโจทย์ปัญหาที่ถูกสร้างไว้

 

ตั้งแต่กลับถึงบ้านเร็นก็ตรงเข้าห้องนอนตนเองทันที  ไม่ว่าใครจะเรียกหรือถามอะไรเขาก็ไม่ยอมตอบ  เด็กหนุ่มเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง  นั่งคิดถึงสิ่งที่ตนเองทำ  นั่งคิดถึงคำพูดของมาสเตอร์  โดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายนั่น

 

"ไม่ว่าจะเป็นยังไงขอให้พวกนายมีความสุขก็พอ  คนเป็นพ่อเขาก็คิดกันแบบนั้นล่ะนะ"

 

"ไม่ว่าจะเป็นยังไง....งั้นหรอ?"  เขามองมือของตนเองที่แผ่กว้างออก

 

เมโกะตัดสินใจโทรถามมาสเตอร์เพราะหลาย ๆ คนเริ่มเป็นห่วงไคโตะน้อยกันจนวุ่น  พอสุดท้ายได้คำตอบว่าอยู่กับมาสเตอร์ก็สบายใจ  เลยแยกย้ายกันกลับที่พักของตน

 

รินกับมิคุนั่งมองหน้ากัน  "เกิดอะไรขึ้นกันนะ?"

 

"นั่นสิ...เร็นทำหน้าอย่างกับคนอกหัก  หรือว่ามาสเตอร์จะไม่ยกพี่ไคให้เร็น!!"  รินร้องอย่างตกใจ

 

มิคุส่ายศีรษะไปมา  "ไม่หรอกมั้ง  มาสเตอร์ไม่ใช่คนแบบนั้นสักหน่อย  ที่สำคัญพวกเราก็บอกไปแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้นนี่นา"

 

"สงสัยเร็นจะน้อยใจที่ไม่ยอมให้ไคโตะกลับมาด้วยมั้ง"  เมโกะที่ได้ยินบทสนทนาพูดขึ้นบ้าง

 

"พี่เมโกะรู้เหรอ?"

 

ริมฝีปากสีแดงแย้มยิ้ม  "ฉันอายุเท่าไหร่แล้ว  อาบน้ำร้อนมาก่อนนะยะ"

 

ทั้งสามมองหน้ากันก่อนหัวเราะคิกคัก  "ให้ตายเถอะ...รีบ ๆ ทำอะไรเข้าสักอย่างสิเร็นเอ้ย!!"

 

เสียงเรียกแสนคุ้นเคยปลุกให้เร็นต้องลืมหนังตาอันหนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก  อาจเพราะเมื่อคืนคิดมากเกินไปทำให้กว่าจะได้นอนก็เกือบเช้า  แล้วนี่พอจะลืมตาตื่นขึ้นคนปลุกก็ดันเปิดม่านเสียจนแสงสว่างส่องเข้าลูกนัยน์ตาเขาอีก  คิดแล้วน่าโมโหชะมัด....

 

แต่ไอ้การกระทำแบบนี้....  "พี่ไค...?"  เขาพยายามมองคนที่ยืนอยู่ภายใต้แสงของอรุณอันสว่างไสวนั่น

 

"ก็พี่เองน่ะสิ!  อะไรกันพอไม่ปลุกก็ไม่ยอมตื่นเลยนะ  ไหนว่าโต....หวา!!!!"  ร่างในชุดสีขาวยืนพร่ำบ่น  ทำตัวเป็นดั่งเช่นปกติ  แต่ในขณะที่พูดอยู่นั้นเขาก็ถูกมือแกร่งของผู้ที่เพิ่งตื่นนอนฉุดรั้งอย่างเต็มแรง

 

ทำเอาคนไม่ทันตั้งหลักต้องโอนอ่อนตามไป  "เจ็บ ๆ อะไรกันเร็น?" 

 

คนถูกถามโอบกอดเขาไว้แน่น  แน่นจนหายใจแทบไม่ออก  ไคโตะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่การกระทำของเร็นในตอนนี้มันทำให้เขานึกถึงเมื่อสมัยยังเล็ก  เวลาที่เร็นกลัวอะไรมาก ๆ ก็มักจะกอดเขาไว้แน่น  ไม่ยอมพูดหรือปริปากอะไรสักคำ

 

ผู้เป็นพี่ยิ้ม  ยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีทองด้านยาว  "กลัวอะไรของเรากัน?  โตป่านนี้แล้วนะ"  เขาหัวเราะ  ยิ่งอยู่ใกล้กันแบบนี้ยิ่งทำให้เขารู้ถึงความแตกต่างของร่างกายในอดีตกับปัจจุบัน

 

จากร่างเล็กที่เขาโอบกอดได้เต็มแขน  กลายเป็นเด็กหนุ่มตัวสูง  แผ่นอก ไหล่ และแผ่นหลังที่ทั้งกว้างและแข็งแกร่ง  กล้ามเนื้อที่มีแม้ไม่มากจนเห็นเป็นรูปร่างใหญ่โตแต่ก็สัมผัสได้ถึงความสมบูรณ์อย่างเหมาะสม

 

"ขอโทษ...."

 

ดวงตาสีน้ำเงินเบิกกว้าง  "เห?"

 

ร่างที่ยังคงกอดเขาไว้แน่นเอ่ย  "ขอโทษที่ผมทำให้พี่ต้องลำบากใจ"

 

"ลำบากใจเรื่องอะไรกัน?"  ไคโตะแสร้งทำเป็นไม่รู้  แต่ในใจกลับปรากฏความขุ่นข้องชัดเจน

 

"จริง ๆ แล้วผมกลัว..."  วงแขนแกร่งคลายออก 

 

ไคโตะที่ซบอกอีกฝ่ายอย่างไม่เป็นท่าพยายามลุกขึ้นนั่ง  แต่ก็ไม่สะดวกนักเพราะอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมปล่อยเขา  "กลัวอะไรกัน?  นายโตจนป่านนี้แล้วนะเร็น" เขาหัวเราะพลางยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มของเด็กหนุ่มเบา ๆ

 

เร็นซุกหน้าลงกับอกของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนตักของเขา  "กลัวจะเสียพี่ไป  กลัวว่าถ้าผมทำตัวเหมือนเดิม  ใกล้ชิดพี่เหมือนเดิม  สักวันผมจะอดใจไม่ไหว...."

 

ยิ่งฟังก็ยิ่งงง  แต่ไคโตะก็ไม่ได้คิดจะพูดแทรกขึ้น  เขาเองคิดว่าควรจะหยุดฟังสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของอีกฝ่ายก่อนมากกว่า  อย่างน้อยก็เพื่อดูว่าอะไรที่ไม่เข้าใจ  อะไรที่สมควรจะปรับให้ตรงกัน

 

"ผมพยายามอดทนอย่างมาก  จนเมื่อคิดว่าจะต้องถูกพี่เกลียด  คิดว่าจะต้องสูญเสียพี่ไปจริง ๆ ผมถึงได้รู้..."

 

ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นมอง  มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสแก้มเนียนใส  "ผมทนไม่ได้ถ้าไม่มีพี่อยู่  ทนไม่ได้ที่จะไม่เห็นพี่  ทนไม่ได้ที่จะไม่มีพี่อยู่ข้าง ๆ"

 

ริมฝีปากที่พูดอยู่เมื่อครู่ขยับเข้าใกล้  ไคโตะที่มัวแต่นิ่งอึ้งจึงไม่ทันได้ตั้งตัว  "ผมรักพี่..."  เร็นประกบริมฝีปากตนเองกับริมฝีปากบางนุ่ม 

 

"อะ....อะ...หวา..."  พออีกฝ่ายถอนจุมพิตออกผู้เป็นพี่จึงได้รู้สึกตัว  ใบหน้าหวานออกสีแดงจัด มือทั้งสองยกขึ้นจับผ้าพันคอคู่ใจยกขึ้นปิดหน้าตน

 

เร็นมองปฏิกริยานั้นพลางจูบลงไปข้างแก้มใส  "ผมรักพี่นะ....ขอโทษที่เป็นแบบนี้  แต่ผมห้ามตัวเองไม่ได้จริง ๆ "

 

อีกฝ่ายไม่ตอบ  ยังคงปิดหน้าปิดตาพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาอย่างแรง  เด็กหนุ่มเห็นก็รู้สึกงง  "พี่?"

 

ไคโตะยังคงไม่ตอบ  เร็นยิ่งรู้สึกไม่สบายใจหนัก  "พี่คงเกลียดผมสินะครับ...ขอโทษนะ  แต่นี้ไปผมจะพยายามไม่ทำอีก..."

พอได้ยินน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยนั้นดวงตาสีน้ำเงินก็รีบลืมมอง  "ไม่ใช่นะ!!!พี่ไม่ได้เกลียดเร็น!!!" เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว  ใบหน้าที่เบี่ยงหลบไปหันกลับมาอีกครั้ง

 

"ไม่ได้เกลียดผม?"

 

ไคโตะพยักหน้า  "อื้อ...."

 

เร็นเปรยยิ้มบาง  พลางจุมพิตลงบนริมฝีปากสีอ่อนนั่นอีกครั้ง  "แล้วนี่ล่ะรังเกียจไหม?"

 

ไคโตะก้มหน้าพลางส่ายศีรษะไปมา  คนมองยิ้มอีกครั้ง  มือหนึ่งยกขึ้นรองด้านหลังอีกฝ่าย  อีกมือออกแรงดันร่างนั้นให้นอนลงบนเตียงเบา ๆ  จากฝ่ายที่ถูกนั่งทบอยู่กลายเป็นฝ่ายคร่อมทับเสียแทน

 

"แล้วแบบนี้ล่ะ..."  จุมพิตที่เคยสัมผัสเพียงบางเบากลับลึกซึ้งขึ้นทันควัน  เร็นละเลียดลิ้นบนกลีบปากที่ปิดแน่นเพื่อให้มันเปิดอ้าออก  เพียงเล็กน้อยลิ้นร้อนก็แทรกเข้าไปสู่ภายใน  วาดวนดื่มด่ำความหอมหวานจนเต็มปอด

 

ดวงตาสีน้ำเงินหยาดเยิ้มไปด้วยอารมณ์ประหลาดที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน  สมองที่มีสติเริ่มเห็นเพียงแต่ภาพสีขาวและความว่างเปล่า  สิ่งที่รับรู้ตอนนี้มีเพียงริมฝีปากและมืออุ่น ๆ ที่เลื่อนไปเรื่อยบนร่างตนเท่านั้น

 

"อะ..."  ไคโตะเปล่งเสียงเบา ๆ เมื่อโดนสัมผัส

 

เร็นเลื่อนตัวขึ้นมองใบหน้าหวานที่ออกสีแดงจัด  ลมหายใจร้อนรรดใบหน้าที่เคลื่อนเข้าใกล้  "ผมรักพี่นะ..."

 

ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรมากไปกว่านี้เสียงบานประตูก็เปิดออกกระแทกกับผนังห้องอย่างดัง  "ให้มาปลุกแล้วทำไมถึงหายกันไปทั้งคู่ยะ!!!"  เมโกะตะโกน  มือข้างหนึ่งยังคงถือทัพพีแน่น

 

แต่ดูเหมือนสายตาของเธอและเด็กสาวทั้งสองจะไปหยุดลงตรงภาพคู่ที่กำลังจะเป็นข้าวใหม่ปลามันตรงหน้าเสียมากกว่า "อุ้ย!"

 

รินเดินตรงไปจับบานประตู  "ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะจ๊ะ  เชิญต่อตามสบาย"  เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงรื่นเริงก่อนจะปิดประตูลงอีกครั้ง

 

ไคโตะที่โดนเรียกสติกลับมาด้วยเสียงประตูก็ลุกพรวดขึ้น  "ดะ....เดี๋ยว....!!"

 

พอทำท่าจะลุกขึ้นเดินก็ถูกอีกฝ่ายรั้งไว้  "ไปไหนล่ะพี่  พวกนั้นก็บอกแล้วว่าตามสบาย"  เร็นจูบเบา ๆ ที่ซอกคอขาว

 

"ตามสบายอะไรเล่า!!! หยุดนะเร็น!!!!"  ร่างเล็กกว่าดิ้นไปมา

 

"พี่รังเกียจผมหรอ?"  ใบหน้าคมสลดลงทันตา

 

เห็นแบบนั้นก็ทำเอาปฏิเสธไม่ออก  ให้ตายเถอะ....เข้าใจเลยว่าทำไมพวกสาว ๆ ถึงได้หลงกันนัก!!  "ปะ...เปล่า  ไม่ใช่..."

 

"งั้นก็ต่อนะ"  คนพูดยิ้มราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ

 

"ไม่เอา!!!หยุดนะ!! เร็นนนนนนนน!!!!!!!!"

 

สามสาวนั่งทานอาหารเช้ากันอย่างครึกครื้น  ใครจะไปคิดละว่าเสียงร้องตะโกนนั่นจะกลายเป็นเสียงแสนน่าฟังของเหล่าผู้ที่ได้ยิน  "ว่าแล้วเชียวว่าเร็นต้องรุก...ตอนแรกไม่คิดว่าจะสูงได้พรวดพราดขนาดนี้"

 

"นั่นสิคะ....แต่ก็ดีนะ  รินน่ะชอบให้พี่ไครับมากกว่า"

 

เมโกะคีบอาหารใส่ปาก  "หมอนั่นน่ะชาตินี้ก็รุกใครไม่ได้หรอก"

 

สองสาวมองหน้า  "นั่นสินะ!!"  ก่อนจะพูดเห็นด้วยกับพี่สาวใหญ่ของบ้านพร้อมกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบดีกว่า.

 

 

 

สารานุกรมฉบับอินุ๊ก

 

- เร็นในฟิคนี้เป็นเร็นตอนอายุ 17 ปีค่ะ  ซึ่งคุณท่านสูงปรี๊ด ๆ พอกันกับเสาไฟฟ้า ประมาณ 182 - 185 ได้  แถมยังเพลย์บอยสุด ๆ นิสัยก็พวกชอบตีหน้าตาย  ขี้แกล้ง  ขี้หึงและขี้หวงสุด ๆ พวกเมะเอาแต่ใจดี ๆ นั่นเองแหละ เหอ ๆ

- ไคโตะในเรื่องอายุราว ๆ 22 ปีค่ะ ความสูงไม่เพิ่มขึ้นเลยจากปกติ - -" นุ๊กตีให้อายุไคโตะมากกว่าเร็น 5 ปี  ซึ่งตอนที่ไคโตะกลายเป็นเด็กก็เป็นเด็กอายุเพียง 8 - 10 ขวบเท่านั้นเอง

- มีภาคต่อ....?

- ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตค่ะ ท่วมท้นมากกร๊ากกกกกกกกกกกก

 

Credit - http://piapro.jp/

 

ปล.ขออภัยที่อ่านชื่อเมโกะผิดฮะ ไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ส่วนถ้ามีการอ่านชื่อตัวละครตัวอื่นผิดวานบอกทีนะฮะ จะได้แก้ไขและจะได้ไม่ผิดต่อไปในฟิคอื่น ๆ *โค้ง*

 

 

 

edit @ 11 Mar 2009 00:21:02 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อ่านไล่จนมาเจอคำว่าไมโกะแล้วเลิกอ่าน... ( รับไม่ได้ ก๊ากกกกกกกกก )

เอามาจากไหนอะ น่าจะรู้นี่ว่าชื่อเขาเขียนว่า Meiko ไหงอ่านเป็น ไมโกะ อะ ต้อง เมโกะ ดิ๊ orz

ขออภัยที่จู้จี้ แต่เจอแล้วปรี๊ดมั่ก TwT" ไม่เข้าใจว่าไอ้หน้าไหนมันเริ่มสอนให้คนอื่นอ่านชื่อเจ๊กันแบบนี้วะ
#1  by  Jelphyr At 2009-03-10 13:57, 
อร๊ายยยยยยย

โฮกมากคร๊า~~~!! ไคโตะน่าร๊ากกกกก เร็นก็นะ หึหึหึ แต่ไคโตะต้อยนี่......

ดมเอ้~~~~~!!!!!! โฮกก // นอนตายอย่างสงบ
#2  by  Kuren_ At 2009-03-10 13:57, 
อร๊ายยยยยยย เห็นเอนทรี่นี้อยู่ในหน้าหลักเอ็กทีน เลยกดเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เรื่องนี้ไคโตะน่ารักมากๆค่ะ >_< ชอบมากๆ พล็อตเรื่องน่ารักดีค่ะ เล็นคุงตอนหลังๆเจ้าเล่ห์ดี ฮา

ตอนช่วงที่เร็นคุยกับมาสเตอร์ อันนี้ซึ้ง แอบร้องไห้นิดนึงด้วยอ่ะ แหะๆ บรรยายได้ดีมากๆค่ะ เข้าใจความรู้สึกเล็นมากๆ ฮา ที่ชอบอีกอย่างนึงคือ มิคุกับริน(กับไมโกะด้วย)ดูเป็นสาววายดี(?)

ขอแอ๊ดเฟบนะคะ จะติดตามแฟนฟิคโวคัลลอยด์ตลอดไปค่า cry
#3  by  sodApop At 2009-03-10 13:58, 
กลับมาอ่านหลังจากเห็นว่าแก้แล้ว ( จริงๆเอาตามตัวสะกด Len มันคงควรจะเป็น เลน หรือ เล็น มากกว่าเนอะ.... แต่ว่าเราก็อ่านว่า เร็น อะนะฟังดูดีกว่า ภาษญี่ปุ่นมันก็ไม่ได้ออกเสียงแยก ร/ล ชัดเจนด้วยน่ะเนอะ - 3-" )

ตอนเห็นตัวเลือกเร็น-ไค นึกไปถึงเด็กแก่แดดรุกหนุ่มใหญ่มากกว่าที่จะคิดว่าออกมาแบบนี้แฮะ แต่แบบนี้บ้างก็อ่านสนุกดีไปอีกแบบ

คิดว่ามีหลายๆซีนที่ไม่น่าตัดไป อย่างช่วงหัดเลี้ยงจริงๆน่าจะมีอีเวนท์อะไรกินใจ แต่ฟิคสั้นมันก็ต้องรวบรัดแหละเนอะ ^^"
#4  by  Jelphyr At 2009-03-10 18:40, 
อุกรี๊สสสสสส~ >/////<

เป็นฟิคที่ทำเอาโฮกไปอีกหลายวันเลยค่ะ

ชอบเร็นนนนน~ มาอ่านฟิคนี้ก็ยิ่งชอบบบบบ

ตอนท้ายๆเร็นกะไคโตะน่ารักมากกกกก อ่านไปนั่งอมยิ้มไป กรี๊ดดดดด

น่ารักอะค่ะ ฟิคน่ารัก!!!!

จะติดตามคู่นี้ไปเรื่อยๆนะค่ะ > <

ปล.แอบชอบ 3 สาวแหะ...พวกเธอก็สาวกวายสินะ 555+
#5  by  Baifern (117.47.117.24) At 2009-03-11 00:52, 
ไคโตะ~~~~!!!

จะเวอร์ไหนก็น่าร้ากกกกกกกก!!! >//////<

อ่านไปเรื่อยๆเจอซีนสารภาพรักแล้วมันอิอ๊าง(?)
แต่ตัดฉับเข้าช็อตเสียเลือดแบบไม่ทันตั้งตัว เร็นนนนนนน!!! รุกเร็วมากกก!
(แต่คุมิชอบบบบบบ กร๊ากกกก >w<b)

พอจิ้นเร็นอายุประมาณ17-18นึกถึงSpiceทุกที -////-
พ่อหนุ่มเพลย์บอย~~แต่คุมิชอบเร็นดาร์กนะคะ แบบว่ามันโฮกดีน่ะ กรั่กๆๆ

หมอนั่นน่ะชาตินี้ก็รุกใครไม่ได้หรอก

*หัวเราะลั่นบ้าน*
จริงอย่างที่สุดจ๊ะสาวๆ! โอนี่จังเหมาะเป็นเคะที่สุด!!
#6  by  ~Kumi~ At 2009-03-13 18:45, 
จริงๆเฮามันสายเร็นเคะอ่ะนะ
แต่สูงขนาดนั้นก็คงจะเคะไม่ขึ้น
(ดูจากภาพแล้วเหมือนจะมีความรู้สึกว่าเปอร์เซ็นความเมะของเร็นจะขึ้นแซงเปอร์เซ็นของไคโตะขึ้นมายังไงยังงั้น= ='' ไคโตะก็...เคะซะ)
ป.ล.แม่สาวทั้ง3 ชั่วได้ใจมาก(ที่บอกว่า"เสียงร้องตะโกนนั่นจะกลายเป็นเสียงแสนน่าฟังของเหล่าผู้ที่ได้ยิน"..อ่ะนะ)
#7  by  sasame (124.121.206.24) At 2009-03-14 21:27, 
กร๊าซซซซ
ในที่สุดก็ได้อ่านนนนน ชอบคู่นี่โคตรรรรรรรรรรร
#8  by  Train At 2009-03-14 22:17, 

<< Home