2009/Mar/13

 

Title : Eternal Online [EO] : สุดยอดปาร์ตี้
Author : Derick
Genre : Fantasy / Adventure / Sci-Fi (Comedy)
Rating : G  
Disclaimer : แต่งมาจากความบ้าเกมเป็นทุนเดิม  จริง ๆ อยากแต่งนานแล้วล่ะ แต่ว่าไม่กล้าเพราะรู้สึกว่ามันยากจริง ๆ แถมตอนแรกกะให้เป็นแบบจบในตอน เอาเป็นว่าเริ่มตอนหน้าแล้วกันเนาะ ส่วนโปรไฟล์ตัวละครจะค่อย ๆ ลงหลังจากตอนหน้าแล้วกัน แคะ ๆๆ

 

**เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้นจ้า**

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดวงตาสีดำลืมตื่นขึ้นทันทีที่ภาพที่เห็นกลายเป็นสีดำสนิท  เด็กหนุ่มลุกนั่งอย่างช้า ๆ เกาศีรษะไปมาเบา ๆ อย่างงง ๆ ความจริงเขาควรจะต้องหงุดหงิดกับการถูกบังคับออกเกมมากกว่าไม่ใช่หรือ?  แต่ไหงถึงได้มีอาการตรงข้ามกันอย่างนั้นล่ะ....

 

"ช่างมันเหอะ...."  เขาเงยหน้ามองนาฬิกา  "เพิ่ง 6 โมงกว่าเองเรอะ..."

 

นพหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าตน  "บอกมันก่อนแล้วกัน"  เขากดเบอร์โทรออกทันที  "เฮ้ยกุเอง"

 

"เออว่าไง  โทษทีว่ะพอดีมีงานด่วนเข้ามา แต่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ"  เสียงทุ้มนุ่มของคู่สนทนาตอบรับ

 

"ไม่เป็นไร  ทำธุระของแกไปเหอะ"

 

"หา?? แกไม่สบายป่ะวะ หรือไปเดินชนอะไรมาหัวกระแทกรึเปล่า??"  ดูเหมือนเพื่อนของเขาจะกวนบาทาโดยไม่ได้เจตนาเสียแล้ว

 

"กวนส้นและเมิง  พอดีแมพเกาะแสงมันดาวน์ทั้งแมพเลยเว้ย  เห็นว่ามอนระดับกาเดี้ยนโผล่  ตัวแม่งใหญ่โคตร"

 

อีกฝ่ายเงียบไปสักพัก  "ระดับกาเดี้ยน?  ที่มันสูงกว่าบอส 7 ดาวของเกมน่ะเหรอ?"

 

"งั้นมั้ง  กุก็ไม่รู้ว่ะ  พอเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่างก็โดนมันเตะออกมา"  เด็กหนุ่มหยิบหนังสือการ์ตูนที่วางอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาเปิดอ่านคร่าเวลา

 

"ไม่น่า....เพราะมีเรื่องคาในสมองแกนี่เองแกถึงเอ๋อ ๆ แปลก ๆ นี่ก็ไม่ได้หงุดหงิดใส่เกมสินะ..."  เพื่อนเขาหัวเราะร่วน

 

นพปิดการ์ตูนลงอย่างเหลืออด  มันแทงถูกจุด...จะเถียงก็เถียงไม่ออก  จะย้อนกลับก็ไม่รู้จะย้อนยังไง  เกลียดนักไอ้พวกคบกันมานานแล้วดันรู้ไปหมดทุกอย่างเนี่ย!! "เออ!! โทรมาแค่นี้แหละ"

 

"เดี๋ยวเว้ย!! แล้วอีกนานไหมกว่าจะเข้าได้?"

 

"ไม่รู้ว่ะ  เกมมันยังไม่ได้ส่งข้อความบอกมาว่าอีกนานไหมกว่าจะเข้าได้  เอาไว้รู้แล้วจะโทรบอกอีกที"  ดวงตาสีดำจ้องไปยังจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดตัวเกมเพื่อรอรับจดหมายจากเซิฟเวอร์อยู่

 

"เออ...ใจมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้เลี้ยงข้าวขอโทษแล้วกัน"

 

"แหม ๆ พ่อนายแบบดัง"  เขาลากเสียงยาวอย่างยียวน

 

อีกฝ่ายหัวเราะ  "แล้วจะกินไหม?"

 

"กินดิ! MK นะเว้ย  เมิงเลี้ยงทั้งที ฮ่า ๆ" 

 

"เออ ๆ เจอกัน แค่นี้"

 

รู้สึกเหมือนมีคนเอาเงินมากองไว้ตรงหน้า  นพอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง  ก็แหงล่ะ...รุ่งนี้จะได้กินฟรีมื้อใหญ่เชียว  สงสัยต้องล้างท้องรอไว้แต่วันนี้  "จะฟาดให้หายอยากเลย ฮ่า ๆ"

 

เสียงโทรศัพท์ดังทำเอาคนที่เผลอหลับไปสะดุ้งตื่น  เด็กหนุ่มรับโทรศัพท์ไปพร้อม ๆ กับพยายามลืมตาให้สว่างเต็มที่  "โหล..."  น้ำเสียงสุดยอดแห่งความงัวเงีย  เดาได้เลยว่าหากคู่สนทนาพูดอะไรออกมาขัดหูเพียงน้อยอาจนำไปสู่คดีร้ายแรงก็เป็นได้

 

"เฮ้ยนอนแล้วเหรอวะ  แล้ววันนี้จะเล่นไหม?"  เจ้าเพื่อนคนเดิมเอ่ยถาม

 

พอรู้ว่าเป็นใครโทรมาเขาก็หลับตาลงอีกครั้ง  แล้วก็ลุกพรวดขึ้นตรงดิ่งไปยังหน้าคอมพิวเตอร์  ดวงตาจับจ้องไปยังข้อความเตือนรูปซองจดหมายบนหน้าจอ  "เล่น ๆ" เขาตอบรับพลางไล่อ่านข้อความ

 

"เวร..."  นพมองเวลา นี่เขาหลับไปตั้งสองชั่วโมงเลยเหรอ  "เฮ้ยเซิร์ฟเปิดแล้ว"

 

"เออ..งั้นเดี๋ยวเจอกันในเกม"

 

"เออ"  นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้ง  แล้วพาร่างของตนเองกระโดดขึ้นเตียงนอนทันที

 

เหมือนเวลาหวนคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า  การกระทำทุกอย่าง  เหตุการณ์เดิม ๆ เริ่มขึ้นอีกครั้ง  เขาสวมหูฟังแล้วทิ้งตัวลง  ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจระคนตื่นเต้น  เหมือนเด็กเล็กที่ได้ของเล่นใหม่ไม่มีผิด

 

 

โปรดระบุ User Name...

 

"เกี้ยวซ่า"

 

Password..

 

 

"***********"

 

ยินดีต้อนรับสู่โลก Eternal Online ค่ะ...

 

 

 

นพบิดตัวไปมาทันทีที่เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์  สองชั่วโมงของโลกปกติ  ถ้านับรวมในช่วงก่อนที่เขาจะออกเกมไป  นี่มันก็เหลือเวลาอีกแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะเข้าสู่เวลามืด  หากไม่รีบไปที่ดันเจี้ยนเควสล่ะก็มีหวังเดินทางกลางคืนแย่แน่

 

ก็ใครใช้ให้มอนสเตอร์ในตอนมืดมันโหดกว่าตอนกลางวันกันล่ะ  "ส่งข้อความบอกอัสมันก่อนแล้วกัน"

 

เขากดเข้าคำสั่งการติดต่อด้วยข้อความ  ก่อนจะพิมพ์คำพูดลงไปเพียงสองสามคำ  "เรียบร้อย..."

 

"ไอเท็มพร้อมไหมเนี่ย....."  เขาเช็คสิ่งของต่าง ๆ ในกระเป๋าใส่สิ่งของ  แม้มันจะเป็นเพียงกระเป๋าใบเล็ก ๆ แต่ก็สามารถพกไอเท็มได้ถึงห้าสิบชิ้นเลยทีเดียว

 

"โอเค!!ไปโลด!!!" 

 

ความจริงแล้วตัวเขาเองไม่ได้ประจำอยู่ที่เมืองนี้  เนื่องจากสภาพแวดล้อมบนเกาะแห่งแสงเหมาะที่จะให้อาชีพนักบวชหรือผู้ใช้เวทย์ขาวเก็บเลเวลมากกว่า  พวกสายอาชีพใช้แรงหรือลุย ๆ อย่างเขาต้องไปอยู่บนเกาะนักรบซึ่งอยู่ห่างจากเกาะเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย

 

นพแหงนมองระฆังทองอีกครั้ง  ก่อนจะก้าวออกจากบานประตูไม้สีน้ำตาลที่อยู่ตรงกลางทางด้านใต้ของกำแพงสีขาวใหญ่  จุดหมายคือหุบเขาซากศพ ดันเจี้ยนระดับสองของพวกเลเวลสี่สิบห้าขึ้นไป

 

"แหม่....ฟังชื่อก็รู้ชะตากรรมเลยแหะ..."

 

ความพิเศษของมอนสเตอร์บนเกาะนี้คือมันจะไม่โจมตีเราก่อน  ซึ่งนับว่าปลอดภัยต่อการเดินทางอย่างมาก  แต่ดันลำบากอย่างยิ่งสำหรับพวกสายโจมตีด้วยกำลัง  เพราะมอนสเตอร์เหล่านี้จะมีพลังป้องกันทางกายภาพสูง  แต่อ่อนต่อเวทย์อย่างรุนแรง

 

"พูดง่าย ๆ สายเวทย์กินนิ่ม...."  ไม่ยุติธรรมเลยจริง ๆ

 

ยิ่งเดินรู้สึกเหมือนร่างกายจะหมดแรงเอาง่าย ๆ  "ทะ...ทำไมมันไม่ถึงสักทีวะ..."

 

สภาพอากาศมันก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมายนักหรอก  แต่ที่เหงื่อแตกและหมดแรงแทบเป็นลมนี่มันเพราะระยะทางต่างหาก  ในแผนที่ที่ได้มาตามเควสดูเหมือนจะไม่ไกล  แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เหมือนกับเดินจากสยามไปอนุสาวรีย์ชะมัด...

 

"ฆ่ากันเลย....ดีกว่า..."  เขาทรุดลงนั่งอยู่หน้าทางเข้า 

 

มันเป็นเหมือนปากทางเข้าถ้ำธรรมดาทั่วไป  สูงราว ๆ สองเมตรกว่า  กว้างประมาณคนยืนได้สามคน  แต่ใครจะคิดว่าพอผ่านสิ่งที่กั้นระหว่างความมืดและแสงสว่างนี้เข้าไปแล้ว  จะพบห้องโถงขนาดมหึมาที่มีคบเพลิงไฟส่องสว่างโดยรอบลานวงกลมขนาดยักษ์

 

กระถางเพลิงหินขนาดใหญ่สองอันตั้งอยู่สองฝั่งของบันไดหินธรรมชาติซึ่งทอดยาวสู่ดันเจี้ยนที่แท้จริง  พอเห็นขั้นบันไดแล้วก็ทำเอาแทบเป็นลมอีกรอบ  "กว่าจะเดินมาถึงก็ว่าเหนื่อยแล้ว....แล้วนี่ยังต้องมาขึ้นบันไดเป็นร้อยขั้นอีก!!!"

 

อยากจะเอามีดที่เพิ่งซ่อมเสร็จมาแทงตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไป  "เฮ้อ....."

 

เด็กหนุ่มนั่งมองปากทางเข้าซึ่งอยู่ปลายสุดของบันไดอยู่พักใหญ่  "เอาวะ!!"  เขารวบรวมแรงลุกขึ้นยืน  มือทั้งสองปัดฝุ่นผงจากเสื้อผ้าออกเบา ๆ

 

ขณะกำลังยกขาจะก้าวเดิน  เสียงเตือนของข้อความก็ดังขึ้น  "อะไรอีกวะ..."

 

มีข้อความติดต่อถึงคุณเ จะอ่านเลยหรือหรือไม่คะ?

 

อ่าน                                ไม่อ่าน

 

 

เขากดปุ่มตอบรับข้อความที่ถูกส่งมา  แอบนึกเดาถึงผู้ที่ส่งมาในใจ  "ไมไม่ถูกหวยแบบนี้บ้างว้า.."

 

 

เฮ้ย!!อย่าเพิ่งเข้าไปคนเดียวนะเว้ย รอกุก่อน'

20.45 น. - อัสสัม

 

 

ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ  ยิ่งบอกว่าอย่าเข้าไปก็อยากเข้าไป  นพยิ้มน้อย ๆ ก่อนรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนอย่างไม่สนใจขั้นบันไดสูงชันนั่น  เพียงชั่วครู่ก็ขึ้นสู่ทางเข้าด้านบน  "เอาจริง ๆ ก็แปปเดียวเองนี่หว่า"  เขาผิวปากเบา ๆ

 

"ว่าแต่มันออนไลน์แล้วไมไม่ชวนตี้มาวะ  คุยด้วยข้อความลำบากชะมัด ด่าไม่มันเลย"  นพบ่นพึมพำ 

 

ระบบของเกมจะสามารถคุยแบบ Voice Chat ได้ต่อเมื่ออยู่ใกล้กัน หรืออยู่ในปาร์ตี้ แคลนและสังกัดเดียวกันเท่านั้น  ซึ่งไม่สามารถคุยกันแบบตัวต่อตัวได้นอกจากผู้เล่นจะมีระดับที่สูงตามความต้องการของระบบและมีไอเท็มพิเศษที่ใช้สำหรับการสนทนาเฉพาะเท่านั้น

 

"โอ้...คนโล่งเลยแหะ"  เขายกมือขึ้นป้องหน้าผาก  ทำท่าเหมือนคนกำลังมองทัศนียภาพโดยรอบอย่างชื่นชม 

 

นพยังก้าวเดินต่อไปตามทางเรื่อย ๆ  ดวงตาจ้องมองแผนที่เควสในมือ  ตามที่ได้ข้อมูลมา  เขาจะต้องลุยเข้าไปในดันเจี้ยนระดับสองเพื่อเอาของจาก NPC ที่อยู่ภายใน  "จะโหดไปไหนวะเนี่ย....เปลี่ยนอาชีพระดับสองนะเว้ยไม่ใช่เปลี่ยนอาชีพขั้นสูง..."

 

ถึงปากจะบ่นด่ายังไงแต่เท้าก็ยังคงก้าวต่อไปไม่หยุด  "เอ.....เสียงอะไรหว่า..."

 

เด็กหนุ่มได้ยินเสียงหนึ่งแว่วผ่าน  มันเป็นเสียงของอาวุธมีคนที่หวดผ่านอากาศอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง  ด้วยความสนใจจึงเดินเข้าไปยังทิศทางนั้น  ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นทางหลักเพียงเล็กน้อย 

 

"มีคนอยู่ด้วย!!"  เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มทันทีที่เห็นเด็กสาวคนหนึ่ง

 

เส้นผมสีเงินยาว  รูปร่างสูงสมส่วน  สวมชุดทะมัดแมงคลุมทับด้วยโคทขนสัตว์สีดำยาว  เห็นแบบนี้ต่อให้เป็นควายก็รู้ว่าผู้หญิงชัวร์ ๆ  และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเดินร้อยจึงเดินเข้าไปทักตามมารยาท  "สวัสดีครับ  มาเก็บเลเวลคนเดียวหรือครับ?"  เขายิ้ม

 

ดวงตาสีม่วงคมตวัดมอง  เหมือนเขาเป็นศัตรูสิบแปดชาติที่เคยไปทำมิดีมิร้ายเธอไว้ยังไงยังงั้น  "เห็นว่ามาหลายคนรึไงคะ?"

 

กระแทกอย่างสุภาพสินะ....นพรู้สึกว่าตัวเองคงมาทักคนผิดที่ผิดเวลาอย่างแรง...  "อะ.....คนเดียวจริง ๆ ฮะ ๆ  งั้นผม...ไม่รบกวนแล้วนะครับ  โชคดีครับ!!"  พอทักทายอย่างเป็นกันเอง(?)เสร็จปุบก็รีบจรลีปับ 

 

เรียกได้ว่ามีความเร็วสูงแค่ไหนก็ใส่มันสุดชีวิต  มารู้ตัวอีกทีเขาก็เข้าสู่ดันเจี้ยนระดับสองแล้ว  เด็กหนุ่มหอบหายใจหนักพลางเอนกายพิงผนังถ้ำเย็นยะเยียบ  "คนไรฟ่ะหน้าตาน่ารักดีแท้ ๆ แต่ดันน่ากลัวกว่ามอนอีก.."

 

สงสัยโรคแพ้ทางผู้หญิงเวอร์ชั่นเจ๊โหดจะกลับมาอีกเสียแล้ว  นพคิดอย่างปลงตกก่อนหยิบแผนที่เควสขึ้นมาดูอีกครั้ง  "น่าจะไปทางซ้ายต่อสินะ..."

 

เขาจ้องมองทางเดินพลางคำนวณตามความเข้าใจ  แอบนึกว่าโชคดีสุดแสนที่มอนสเตอร์ในชั้นแรกไม่มีตัวโจมตีอัตโนมัติเลยสักตัว  (ความจริงคือมีแต่มันอยู่บนเส้นทางหลักเลยไม่เจอเท่านั้น...- -")

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

เสียงร้องของหญิงสาวดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ  ด้วยความที่เป็นสถานที่ที่ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนอยู่แล้ว  ทำให้แก้วหูของนพซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ไม่ไกลจากเจ้าหล่อนนักออกมาเต้นระบำอยู่บ้านนอก  "อูย......."

 

เขายกมือปิดหู  "มีอะไรหรือไงกัน?"

 

ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปเบื้องหน้า  เห็นร่างของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาววิ่งตรงมาด้วยใบหน้าตื่นกลัว  เธอโผเข้าซบเด็กหนุ่มทันทีที่เห็นแสงสว่างในทางรอดของชีวิต  "ชะ....ช่วยด้วยค่ะ"  ร่างกายบอบบางสั่นเทาน้อย ๆ ดวงตาสีดำขลับช้อนมอง

 

สายเลือดความเป็นผู้ชายในตัวหลั่งไปทั่วร่างกาย  เขาจับร่างของอีกฝ่ายอย่างใบมือ  "เกิดอะไรขึ้นครับ??"

 

"นั่นค่ะ....เจ้าตัวนั้น!!"  นิ้วเรียวชี้ไปทางด้านหลัง

 

เขาได้ยินเพียงแต่เสียงของพื้นดินที่สั่นสะเทือนและเสียงคำรามก้องด้วยความโกรธาเท่านั้น  "หลบไปด้านหลังผมก่อนนะครับ"  สุภาพบุรุษยอดเยี่ยมยืนอยู่ตรงนี้แล้ว!!

 

เงาสีดำทมิฬค่อย ๆ ปรากฏ  ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ...จนสมองอันน้อยนิดของเด็กหนุ่มเริ่มจะวิเคราะห์ถึงความน่ากลัวของมันได้  เขาพยายามหันมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง 

 

เอาวะ....ตายอย่างชายชาตินักรบดีกว่าเป็นหมาข้างถนนหนีอย่างจนตรอกเว้ย!!

 

พอตัดสินใจได้แบบนั้นมีดที่เพิ่งซ่อมเสร็จใหม่ ๆ ก็ถูกนำออกมาใช้  นพกระชับมันไว้แน่นมือ  ตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้  ดวงตาจดจ้องไปยังเป้าหมาย  "แม่เจ้า......"

 

ไม่อยากจะบรรยายถึงหน้าตาของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้เลยสักนิด  เอาเป็นว่านึกถึงโทรลในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงก์ก็คงจะพอ ๆ กัน  เพียงแต่ขนาดลำตัวจะเล็กกว่าหน่อย  แถมกลิ่นความเน่าเหม็นก็อาจจะมากกว่า....

 

นพหันขวับมองหญิงสาว  อยากจะถามว่าเธอเอาความสวยไปล่อไอ้เจ้าตัวนี้ออกมารึไงกัน!! "อะ....เอ่อ...."

 

"ฉันคิดว่า....คงเป็นบอสของดันเจี้ยนนี้น่ะค่ะ  น่ากลัวจังเลย...."  เธอซบแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม  กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก

 

เอาวะ!!!เป็นไงเป็นกัน!!! 

 

มอนสเตอร์เปลี่ยนเป้าหมายจากหญิงสาวกลายเป็นเด็กหนุ่มทันทีที่มันเห็นอาวุธในมือของเขา  ค้อนไม้ขนาดยักษ์ถูกเหวี่ยงออกไปด้านข้างลำตัว  ก่อนจะจงใจฟาดไปยังร่างของมนุษย์ทั้งสอง

 

"หลบเร็วครับ!!!"

 

แขนของชายหนุ่มถือวิสาสะโอบไหล่ของหญิงสาว  แล้วออกแรงกดร่างของเธอลงกับพื้นเพื่อหลบการโจมตี  โชคดีที่ถ้ำนี้ไม่ได้กว้างใหญ่มากพอ  จึงทำให้พลังการโจมตีของมันถูกทอนลงไปด้วย

 

"หลบไปก่อนครับ!!"  นพประคองร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน 

 

ด้วยประสาทสัมผัสทางการต่อสู้ทำให้เขาสามารถจับจิตสังหารที่แผ่ออกมาในขณะที่คู่ต่อสู้กำลังจะโจมตีใส่ได้  นพผลักร่างของหญิงสาวกระเด็นออกไปไกล  ส่วนตัวเองนั้นพยายามจะเบี่ยงหลบ  แต่ก็ยังคงไม่พ้น  โชคดีที่ยังรักษาไม่ให้โดนจุดตายไว้ได้

 

เลือดสีแดงสดทะลักออกจากปาก  แขนข้างซ้ายทิ้งดิ่งลง  จากการโจมตีเมื่อครู่กระดูกเขาคงหักไปไม่สองก็สามท่อนแน่ ๆ  "แย่ชะมัด..."  ริมฝีปากพึมพำเบา ๆ แค่จะพาร่างกายตัวเองให้หนีการโจมตีได้อีกครั้งก็ลำบากแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะทำอะไรได้ 

 

"โอเวอร์อีกรอบแหงเลยกุ...."

 

ทันใดนั้นแสงสีเขียวบริสุทธิ์ก็รายล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มไว้ทั้งร่าง  พลันปรากฏแสงสีขาวอีกสายพุ่งเข้าใส่บริเวณบาดแผลที่เกิดจากการโจมตี  นพมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนคลี่ยิ้มบาง  "มาช้าชะมัดเลยว่ะ"

 

"ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมให้รอก่อนก็ไม่เชื่อกันบ้าง  อยากตายรอบที่ 270 หรือไงกัน?"  เสียงทุ้มเช่นเดียวกับในโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งคุยไปก่อนเข้าเกมดังขึ้น

 

เจ้าของเสียงเป็นหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูง  ผมหยักศกน้อย ๆ สีทองสว่าง  ดวงตาสีเขียวมีสเน่ห์  ดูยังไงก็เหมือนกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดังไม่มีผิด  "ไหวไหมวะ?"  เขาประคองร่างที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้น

 

"เออ....พอได้ว่ะ...แกช่วยไปดูผู้หญิงคนนั้นหน่อยดิ"  เขาชี้

 

ดวงตาของทั้งคู่สบมองกัน  ก่อนฝ่ายชายจะหันขวับกลับมาก่อน  พยายามแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรแล้วลากเพื่อนของตนเองออกมาไกล  "แกไปเจอยายป้านี่ได้ไงวะ????"

 

"ป้า?  อะไรของแก? เขาก็แค่คนที่ถูกทำร้ายแล้วมาขอความช่วยเหลือเท่านนั้นแหละ"

 

ใบหน้าคมดูผิดแปลกไปจากทุกที  "เหอะ....แกไม่รู้อะไรเสียแล้ว..ยายป้านี่อะนะ...."

 

"ฉันทำไมหรือคะคุณอัสสัม..." เสียงหวานลากยาว  อัสสัมรู้สึกเหมือนว่าเสียงนั้นมันอยู่ใกล้ตัวอย่างไรชอบกล

 

ดวงตาสีฟ้ามองไปด้านหลังเพื่อนของตนประหนึ่งว่าคนที่แกกำลังพูดถึงน่ะยืนอยู่ใกล้แต่ปลายนิ้วเองนะ  อัสสัมหันมองตามอย่างหวาด ๆ ก่อนจะพยายามปิดปากตนเองไม่ให้ร้องเสียงหลงจนน่าทุเรสออกมา  "เหวอ..."

 

"ฉันได้ยินนะยะ  พูดอะไรให้มันดี ๆ หน่อยไอ้บาทหลง!" จากนางฟ้ากลายเป็นซาตานทันควัน  นพมองดูคนทั้งสองสลับกันไปมา

 

"อะ....เอ่อ..."  จริง ๆ ก็อยากหัวเราะหรอกนะ  เพิ่งจะเคยได้ยินคนเรียกอัสสัมว่า บาทหลง  นอกจากตนเองก็ครั้งแรกนี่แหละ

 

อัสสัมส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย  "ซ่า....แกพร้อมไหม?"

 

"เห?"

 

"เวทย์ตรึงที่ฉันร่ายไว้คงใกล้จะหมดเวลาแล้ว  เราคงต้องเผ่นแล้วแหละ"  เขาอธิบาย

 

นพหันขวับ  "เฮ้ย!!แล้วเควสกุล่ะ??!!!" 

 

"อยากกลับไปรับเควสใหม่หรือว่าจะกลับไปตั้งหลักใหม่แกเลือกเอา"  ดวงตาสีเขียวพยายามจะไม่สนใจมองหญิงสาวที่ยืนปั้นหน้ายักษ์อยู่อย่างชัดเจน

 

น้ำลายถูกกลืนลงอย่างฝืดคอ  เอาวะ....ก็ดีกว่าเสียเวลาไปรับเควสใหม่ล่ะ  เพราะยังไงซะก็คงออกมาอีหรอบเดิมแน่ ๆ  "เออ ๆ..."

 

วงเวทย์สีน้ำเงินจางค่อย ๆ ปรากฏใต้เท้าของเด็กหนุ่ม  เพียงชั่วครู่มันก็เต็มชัดจนเป็นสีเข้ม  พร้อมกับกระแสลมแรงที่พุ่งขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง  นพรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบามาก  รู้สึกว่าความรวดเร็วของตนเองเพิ่มสูงขึ้น

 

"ใช้ Free Walk ซะ" อัสสัมพึมพำ

 

ผู้เล่น อัสสัม เชิญท่านเข้าร่วมปาร์ตี้

ยอมรับ              ปฏิเสธ

 

นพกดตกลงก่อนจะร่ายเวทย์ฟรีวอร์คที่มีผลในการเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับปาร์ตี้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง   "เออ..."

 

"งั้นก็เผ่นเหอะ!!"  เขาลากเพื่อนของตนวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

 

"เฮ้ยเดี๋ยว!!แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ!!"

 

"ปล่อยป้าแกไปเหอะ!!!"

 

หญิงสาวที่ถูกกล่าวถึงยืนมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด  ดวงตาสีดำสวยวาวโรจน์  "แกอย่าหวังจะรอดเลยไอ้บาทหลง!!"  เธออัพความเร็วของตนเองก่อนจะวิ่งตามออกมา

 

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังมีโชคอยู่บ้าง  เมื่อทางเดินที่ออกสู่ภายนอกค่อย ๆ หดแคบลงเรื่อย ๆ จากเพดานถ้ำที่สูงร่วมห้าเมตรกลับค่อย ๆ ลดหย่อนความสูงลงตามระยะทาง  จนมาถึงชั้นแรกของดันเจี้ยนที่ความสูงของถ้ำหดลงเหลือแค่ราว ๆ สามเมตรเท่านั้น

 

ซึ่งนั่นเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันแล้วถือว่าพอดิบพอดีเลยทีเดียว  "น่าจะรอดแล้วมั้ง...."  นพหันมองบอสของดันเจี้ยนที่พยายามตะเกียกตะกายออกมาอย่างเวทนา

 

ดวงตาสีเขียวหันหลังมองเพื่อนรักที่หยุดอยู่ไกล  ยิ่งพอเห็นเงาของใครบางคนรำไร ๆ แล้วเด็กหนุ่มยิ่งรีบวิ่งกลับไปลากคออีกฝ่ายทันที  "จะหยุดวิ่งทำไมวะ!! ยังไม่ปลอดภัยเลย!!!"

 

"อูย.....ทำไมต้องตะโกนวะอยู่ใกล้กันแค่นี้  แล้วจะหนีอะไรอีกมอนมันก็ออกมาไม่ได้แล้ว??"

 

ใบหน้าคมหันขวับ  "แกคิดว่าฉันหนีอะไร????"

 

"บอส?"  เขาชี้ไปทางเจ้าอสูรกายตัวใหญ่  พลางทำหน้าเอ๋อ ๆ

 

ปากพูด  มือล็อคคอแน่น  ส่วนขาสองข้างยังคงโกยแน่บไม่หยุด  "กุหนียายป้านั่นต่างหากเว้ย!!! ความน่ากลัวระดับเกมโอเวอร์ยังต้องยอมแพ้!!!"

 

นพไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนนี้  แต่ที่แน่ ๆ การทำให้เพื่อนผู้ไม่เคยหวาดเกรงอะไรของเขาถึงกลับบูชาความกลัวได้ขึ้นสมองขนาดนี้....  "ขนาดนั้นเลย?"

 

"เออดิ!!"

 

ในขณะที่สองขายังคงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต  ดวงตาสีฟ้าก็มองไปเห็นร่างของเด็กสาวคนเดิมที่ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับการเก็บเลเวล  พอเห็นแล้วก็อดยิ้มให้กับความพยายามของเธอไม่ได้  "ดีจังน้า...."

 

แต่....ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมนี่หว่า!!!!  "คุณครับ!!!!!" 

 

ดวงตาสีม่วงหันมองในลักษณะเช่นเดียวกับครั้งแรกที่เจอ  ประมาณว่า ‘อะไร?' ‘แกมีสิทธิอะไรมาเรียกฉัน??' หรือไม่ก็  ‘รบกวนการหาเวลของฉันเดี๋ยวแม่ฆ่าให้ตาย'

 

"อะ....เอ่อ  ผมว่าระ..รีบหนีออกไปก่อนจะดีกว่านะครับ...."

 

อัสสัมหยุดฝีเท้าของตนลงเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแบบไม่เจียมตัวนัก  ก่อนจะเดินไปยืนข้าง ๆ จ้องมองไปยังสาวน้อยที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตัวสูงไล่เลี่ยกันกับนพ  ไม่สิ....ถ้ารวมส้นด้วยคงสูงกว่าสักสองสามเซนติเมตร

 

"มีอะไร???"  เธอขึ้นเสียงอย่างหงุดหงิด

 

ดวงตาสีเขียวของหนุ่มหล่อก้มมองอย่างไม่สนใจนัก  "บอสอยู่ด้านหลัง  จะหนีไม่หนีก็ตามใจเธอแล้วกัน..."

 

คนกลางมองแล้วกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก  ไอ้โรคไม่ถูกกับผู้หญิงแข็ง ๆ ดูท่าว่าคงแก้ไม่หายยันตายแน่ ๆ "ใจเย็นดิวะ.....เอ่อ  คือพอดีบอสประจำดันเกิดน่ะครับ  ยังไงผมว่าหนีออกไปก่อนดีกว่าไหม?"  นิ้วของเด็กหนุ่มชี้ไปยังร่างใหญ่ที่กำลังพยายามออกจากซอกหลืบของถ้ำ

 

เด็กสาวหันมองก่อนแสยะยิ้มเย็น  มือข้างที่ถามดาบสะบัดอย่างแรงหมายจะให้เลือดสีขุ่นของมอนสเตอร์ที่เธอเพิ่งกำจัดไปเมื่อครู่กระเด็นออกไป  "ก็ดีสิ....อยากลองมานานแล้ว" 

 

"อยากหาเรื่องก็ปล่อยไป ส่วนแกน่ะออกมาได้แล้ว..."  และแล้วก็ถูกลากออกไปตามระเบียบ

 

ทางฝั่งหญิงสาวที่วิ่งตามมาอยู่ห่าง ๆ ด้วยความหงุดหงิดก็รู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก  วิ่งหนีไอ้บอสบ้าบอไม่พอยังต้องมาไล่ตามไปชำระแค้นกับบาทหลวงรุ่นน้องที่เคยทำกับเธอไว้อย่างแสบทรวง  ยิ่งคิดยิ่งแค้น  มือเรียวกำแน่น ริมฝีปากกัดฟันกรอด 

 

ดวงตาสีดำเหลียวมองด้านหลัง  จะว่าไปแรงสั่นสะเทือนและเสียงฝีเท้าหนักก็หยุดลงได้ครู่หนึ่งแล้ว  "เวรกรรม.."  เธอมองสภาพยักษ์ติดเพดานถ้ำด้วยความอนาจ

 

รอยยิ้มบางเปรยบนริมฝีปากทันทีที่เริ่มจะคิดอะไรออก  แม้มันจะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตของเธอแต่ก็ยอมเพื่อแลกกับการแก้แค้นอย่างสาสม  "หึ.....ไม่รู้จักฉันเสียแล้ว..." 

 

วงเวทย์สีดำสนิทปรากฏบริเวณฝ่ามือของเธอ  ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของอสูรกายเบื้องหลัง  ดูจากระยะห่างแล้วต้องยอมรับว่าเวทย์ชนิดนี้เป็นเวทย์ที่มีระยะการใช้กว้างมากทีเดียว  "บทที่ 12 คำสาปร่างแคระ!!"

 

ดูเหมือนว่านอกจากเธอจะพกความแค้นแล้วยังพกเรื่องดวงมาด้วยเต็ม ๆ  ปกติเวทย์นั้นหากใช้กับบอสหรือมอนสเตอร์พิเศษแล้วโอกาสการติดสภาพจะลดต่ำลงเกือบครึ่งหนึ่ง  แต่จากขนาดร่างยักษ์ที่ค่อย ๆ หดเล็กลง ๆ แล้ว..สรุปได้ประเด็นเดียวว่าเวทย์มนตร์ของเธอได้ผล

 

"หึ...."  รอยยิ้มเย็นแต้มบนใบหน้า 

 

ในช่วงเวลาที่โดนสาปมอนสเตอร์จะหยุดการเคลื่อนไหว  หญิงสาวใช้โอกาสนี้ใช้ท่าเพิ่มพลังความรวดเร็วแล้วออกวิ่งอีกครั้ง  มองไปยังแสงสว่างจากคบเพลิงของดันเจี้ยนชั้นหนึ่งส่วนกลางตรงหน้า

 

ดวงตาสีดำสบกับดวงตาสีม่วงของเด็กสาวผู้มาดมั่น  เหมือนเป็นสัญญาณสื่อความนัยอะไรบางอย่างที่มีเพียงพวกเธอสองคนเท่านั้นที่รู้  "อะฮ้า~" เธอร้องเบา ๆ อย่างยินดี

 

วงแขนเรียวคว้าเอาร่างของผู้ที่ทำท่าจะยืนประจันหน้ากับมอนสเตอร์ระดับบอสไว้แน่น  ก่อนจะกึ่งฉุดกึ่งลากอีกฝ่ายไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว  ด้วยความที่ไม่ทันระวังตัวจากสิ่งรอบข้าง  จิตใจจดจ่อกับจุดสนใจตรงหน้าเพียงอย่างเดียว  ทำให้เธอเสียหลักและเซถลาวิ่งตามไป

 

"ดะ...เดี๋ยวสิ!!"  เจ้าของผมสีเงินร้องลั่น

 

"ไม่มีเวลาอธิบาย  เวทย์คำสาปของฉันอยู่ได้ไม่นานนักหรอก  รีบตามไอ้พวกข้างหน้าให้ทันจะดีกว่า" 

 

ไม่รู้ว่าอะไรและหมายถึงอะไร  แต่พอนึกหน้าของผู้ชายสองคนที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ก็ทำให้เธอยิ้มออก  "หมายความว่าพวกนั้นเป็น....??"

 

เสียงหัวเราะประหลาดดังขึ้นเบา ๆ  "ใครจะรู้  หึหึหึ~"

 

"นั่นสินะคะ...หุหุ~"

 

ไม่รู้ทำไมแต่นพรู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลก ๆ และนั่นเป็นเหตุให้เขาต้องหันมองไปยังด้านหลัง  ร่างของอสูรตัวใหญ่หายไปแล้ว  "เฮ้ย ๆ มันหายไปแล้ว..."  เด็กหนุ่มชะลอฝีเท้า

 

คนถูกเรียกหันมองบ้าง  "เออ...จริงด้วยว่ะ ยายป้านั่น....ก็ด้วย เหวอ!!!!" พอคิดว่าปลอดภัยก็ดันไม่ปลอดภัยเสียเนี่ย  ร่างของคนที่หนีมาสุดชีวิตปรากฏอยู่ไกล ๆ

 

"เฮ้ยวิ่งเร็ว!!!"  ว่าแล้วก็โดนลากอีกรอบ

 

ทางออกดันเจี้ยนชั้นหนึ่งอยู่เบื้องหน้า  พวกเขาโผล่พ้นความมืดของถ้ำด้านในออกมา  ก่อนจะต้องติดระบบเบรคABSเพื่อหยุดขาทั้งสองข้างของตนเอง  "เกือบไปแล้ว....ลืมสนิทว่ามันเป็นบันได...."  นพปาดเหงื่อ

 

"คิดว่าจะหนีรอดรึไง!!!"  หนังสือเล่มหนาถูกเหวี่ยงมาด้วยความแม่นยำ  อัสสัมเบี่ยงตัวหลบได้ทัน  แต่ไอ้คนที่ไม่ทันมองอย่างเขานี่สิต้องมารับเคราะห์แทน

 

เจ้าปึกหนาสีแดงสดกระแทกเข้าเต็มใบหน้า  เด็กหนุ่มหงายหลังทิ้งตัวลงยังเบื้องล่าง  แต่ด้วยความรักเพื่อนจึงไม่ลืมที่จะคว้าเอาชายเสื้อของคนที่ทำซวยให้เสียหลักกลิ้งตกตามกันมา  "เฮ้ย!!!"

 

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด  ไม่รู้วันนี้จะเป็นวันซวยอะไรกันหนักหนา  ในระหว่างที่พวกเขาหล่นลงมาเป็นก้อนหินไหลอยู่บนทางลาดก็ดันไปชนเข้าให้กับคน ๆ หนึ่งซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดมา  จากสองกลายเป็นสาม  ร่างทั้งหมดพากันม้วนตัวเป็นโรตีลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่งดงามนัก

 

"แอ่ก!!!"

 

"อ่อก!!"

 

"อั่ก!!"

 

เสียงผสานไล่กันอย่างงดงาม  นพรู้สึกเหมือนว่าตนเองกระแทกใส่ใครสักคน  ก่อนที่จะถูกอัสสัมกลิ้งมาชนอีกที  ถึงจะไม่โชคดีที่เป็นคนแรก  แต่ก็ไม่น่าโชคร้ายที่ต้องมาถูกบีบอัดแบบนี้เลยจริง ๆ!!

 

หญิงสาวสองคนที่วิ่งตามมามองภาพด้านหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย  มือทั้งสองประกบกันแน่น  โอ้ว...สวรรค์  วันนี้ช่างเป็นวันดีเสียนี่กระไร  "ว่า 2 ก็โอแล้วนะ  แต่นี่เอาเสีย 3 เลย กรี๊ด~"  เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงพยายามเก็บเสียงร้องยินดีของตนเอง

 

อัสสัมยกมือขึ้นสัมผัสศีรษะตน  "เฮ้ย...เป็นไรป่ะวะ???"

 

"จะไม่เป็นไรถ้าแกช่วยลุกออกไปก่อน!!! ตัวก็ควายยังมาทับอีก!!!!"  นพตวาดเสียงดัง

 

ในระหว่างที่ชายทั้งสองยืนมีปากมีเสียงกันอยู่นั่นเอง  ร่างที่ดูเหมือนจะซวยที่สุดก็ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน  ดวงตาสีฟ้าซีดมองสำรวจตัวเอง  มือทั้งสองปัดฝุ่นผงออกจากร่างกายและผมเพ้าสีน้ำตาลยุ่งนั่น 

 

พอรู้สึกถึงเงาร่างหนึ่งซึ่งบดบังแสงสว่างอยู่เด็กหนุ่มก็รีบหันหลังกลับ  ลืมไปเสียสนิทว่ามีผู้ร่วมตายด้วยอีกคน  "อะ....ขอโทษนะครับ!!! ไม่ทราบว่าเป็นอะไรรึเปล่า? เจ็บตรงไหนไหม???"  เขารีบตรงดิ่งเข้าไปสำรวจอีกฝ่าย  และนั่นทำให้นพรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ดูจะโคตรเตี้ยเลยเมื่อมายืนเทียบกับคนสองคนนี้

 

ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกไปมาพลางส่ายศีรษะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไม่เป็นไร  เห็นดังนั้นก็โล่งอก  เขาควานหาของในกระเป๋าไอเท็มเก่า ๆ ของตน  แล้วหยิบน้ำยาเติมพลังออกมาส่วนหนึ่ง  "ยังไงก็รับไว้เถอะนะครับ  ถือเป็นการขอโทษ"

 

อีกฝ่ายยังคงส่ายศีรษะไปมา  ก่อนจะหยิบของสัมภาระของตนแล้วมุ่งหน้าตรงกลับไปด้านใน  ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เกมกำหนดให้บอสในแต่ละดันเจี้ยนนั้น ๆ ไม่สามารถออกมานอกเขตตนเองได้  ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงได้ตายคาต้นไม้แน่ ๆ

 

"พวกเราก็ไปเหอะ....เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ค่อยทำเควสแล้วกัน..."  อัสสัมเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว

 

"เออ...ก็ได้  วันนี้รู้สึกซวยแปลก ๆ ไงไม่รู้ว่ะ"  นพเก็บไอเท็มของตนเองลงกระเป๋าตามเดิม

 

ทันใดนั้นเสียงแหวกผ่านอากาศของวัตถุหนักก็ดังแว่วเสียดเข้าใบหู  นพกับอัสสัมเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด  หนังสือเล่มสีแดงเล่มเดิมแหวกผ่านกลางพวกเขาทั้งสองไปโดนต้นไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น

 

ดวงตาของคนสี่คนโดยรอบผู้ก่อการต่างจ้องมองไปยังต้นไม้ต้นนั้น  ต้นไม้แสนน่าสงสารที่ค่อย ๆ เกิดเสียงแตกหักแล้วโค่นล้มลง  "พวกนายจะไปไหน?"

 

"ไปเหอะ..."  อัสสัมหันมาคุยกับเพื่อนตนก่อนก้าวเท้าเดิน

 

"ถ้านายขยับอีกก้าวได้เห็นดีกันแน่...."  ไอสังหารแผ่ล้อมรอบร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์  ขนาดยังไม่หันมองก็ทำเอาเสียวสันหลังวาบแล้ว

 

"จะกลับเมือง"  คู่กรณีตอบเรียบ ๆ

 

พอเห็นไอ้โรคตายด้านไม่ว่าจะทำยังไงก็โมโหไม่ขึ้นของอีกฝ่ายแล้วเธอก็ถอนใจหนัก  เปลี่ยนเป้าหมายจากอีกฝ่ายเป็นคนข้างกายนั่นทันที  หญิงสาววิ่งเข้าหานพอย่างรวดเร็ว  "เดี๋ยวค่ะ..."

 

เด็กหนุ่มหันมอง  คนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมีหรือจะไม่ตอบรับ  "อะครับ?  มีอะไรเหรอครับ?"

 

"ได้ข่าวว่าจะเปลี่ยนอาชีพใช่ไหมคะ?  ให้พวกเราช่วยไหม  ยังไงหลายหัวก็น่าจะดีกว่านะคะ"  เธอแย้มยิ้มอย่างใจดี 

 

แต่ที่ทำให้นพงงคือคำว่า ‘พวกเรา' นี่แหละ  ดวงตาสีฟ้าจ้องไปยังคนทั้งสองที่ดูเหมือนจะสะดุดกับคำนี้เหมือนกัน  เด็กสาวเจ้าของผมสีเงินเดินตรงเข้ามา  "พวกเราหมายถึงใคร?"

 

"ก็....น้อง.....แล้วก็..."  เธอหันหาคนถาม  ก่อนจะเบนหน้าไปอีกข้าง  "พี่ชายคนนั้นไง"

 

"หา??"  คนที่ถูกเรียกว่าน้องร้องเสียงหลง  ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าพี่ชายได้แต่ยืนงง ๆ

 

เธอหัวเราะเบา ๆ พลางเดินไปลากคนทั้งสองมาใกล้ ๆ  "ตกลงไหมจ๊ะ?"

 

"อ่า.....ผมว่า..."  คือดูยังไงมันก็คือการบังคับแหง ๆ อยู่แล้ว  แต่ไอ้การไปกันหลาย ๆ คนมันก็ปลอดภัยกว่าจริง ๆ นั่นแหละ...

 

"ไม่"  อัสสัมที่ยืนฟังอยู่เดินมาล็อคคอเพื่อนของตน  "น้อยคนสบายอยู่แล้วไม่ต้องเรื่องมากดี"

 

ดวงตาสีดำสวยฉายแววเจ้าเล่ห์  "อะฮ้า....หรือว่าอยากอยู่กันสองต่อสอง  นั่นสินะ.....ตอนเป็นแค่นักบวชเริ่มต้นนายก็...."

 

"เออ!!! ตี้ ๆๆๆ ตี้ก็ได้เว้ย!!!!"  เสียงที่เคยเรียบเฉยดูร้อนรนขึ้นถนัดตา  นพมองเพื่อนตนเองอย่างงง ๆ  มีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับตัวมันอีกรึไงเนี่ย?

 

นพมองสมาชิกใหม่ภายในตี้  "อ่า....ผมเกี้ยวซ่านะครับ  อาชีพแรนเจอร์  ยังไงก็ฝากตัวด้วยครับ"

 

อัสสัมที่กำลังส่งคำเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มเอ่ยบ้าง  "อัสสัม  พรีส"

 

"ขนมหวานจ๊ะ เป็นดาร์คพรีส"  เธอยิ้มแย้มพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก  ไม่อยากจะนึกเลยว่าในใจของเธอจะสะใจสักแค่ไหน

 

เด็กสาวเจ้าของผมสีเงินพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด  "มาม่าต้มยำ  เป็นไนท์  ยังไงอย่ามาขัดแข้งขัดขาก็แล้วกัน"

 

ทั้งหมดเบนสายตาไปที่ชายหนุ่มอีกคน  "บัวลอย เนโครแมนเซอร์ครับ"  เขาตอบเพียงแค่นั้น

 

นพยิ้มกว้าง  จะว่าไปชื่อคนในปาร์ตี้นี้มีแต่ของกินแหะ  ตัวเขาเองเกี้ยวซ่า  ไหนจะไอ้อัส ชาอัสสัม  ขนมหวาน  มาม่าต้มยำ  บัวลอย  เป็นการเจอกันที่แปลกดีแท้

 

 

 

หวังว่าคงจะเป็นปาร์ตี้ที่สุดยอดต่อไปละนะ....

 

 

หรือว่ายังไงดี?

 

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

จบไปอีกตอนแบบเมามันส์คนแต่ง กร๊ากกกกกกกกกก มันเป็นสุดยอดปาร์ตี้จริง ๆ นะ 5555555 แต่จะสุดยอดอีหรอบไหนเดี๋ยวคอยดูกันต่อไป  แค่คิดก็ฮาแล้ว~

 

ตามสัญญา  วันนี้ลงโปรไฟล์ตัวเอกของเราก่อนแล้วกัน

 

 

 

Profile 01

 

Name : นพ

Age : 18 ปี

Height : ประมาณ 175 cm.

Weight : ประมาณ 58 - 60  kg.

Hair Color : สีดำ

Eye Color : สีดำ

 

ข้อมูลเกม

 

User ID : เกี้ยวซ่า

Hair Color : สีน้ำตาลทอง

Eye Color : สีฟ้า

Class : Ranger

Job : Sniper >> Desperado (กำลังเปลี่ยน)

Lv : 45 (ปัจจุบัน)

Weapon : ปืน , มีด

 

Status :

 

 

 

 

Information 01

 

  • - เกม Eternal Online เปิดให้บริการมาแล้ว 15 วัน
  • - เกม Eternal Online มีระบบเวลากำหนดตายตัว ตั้งแต่เลข 1 จนถึงเลข 6 เป็นช่วงเวลามืด และตั้งแต่เลข 6 ขึ้นไปจนถึงเลข 12 เป็นเวลาสว่าง
  • - ผู้เล่นจะสูญเสียค่าประสบการณ์ตามเลเวล เช่นหากผู้เล่นมีเลเวล 67 ก็จะสูญเสียค่าประสบการณ์ 67 เปอร์เซ็น ไม่มีการทบเลเวล
  • - ค่า Status ถูกแบ่งเป็น 6 สายสำคัญ ได้แก่

Stamina  มีผลต่อการโจมตีโดยใช้อาวุธระยะประชิด

Intelligence  มีผลต่อการเรียนรู้และการโจมตีทางเวทมนตร์

Agility  มีผลต่อความรวดเร็วและการหลบหลีก

Vitality  มีผลต่อพลังป้องกันและพลังชีวิต

Accuracy  มีผลต่อความแม่นยำและการโจมตีระยะไกล

Continuity  มีผลต่อความต่อเนื่องในการโจมตี  ดีเลย์เวทย์และความรวดเร็วในการบรรจุกระสุน

  • - เควสที่ปรากฏในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 257 เควส แบ่งเป็นเควสตามสายอาชีพจำนวน 72 เควสและเควสทั่วไปจำนวน 185 เควส
  • - ปัจจุบันมีสายอาชีพที่ปรากฏแล้วในเกมจำนวน 8 สาย และมีอาชีพที่ปรากฏในเกมแล้วจำนวน 69 อาชีพ
  • - ไม่มีข้อมูลใด ๆ ในการพิชิตมอนสเตอร์ระดับบอส
  • - ปัจจุบันเลเวลสูงสุดในเกมคือเลเวล 65
  • - ปัจจุบันพื้นที่ของเกมเปิดให้บริการแล้ว 40% มีจำนวนเมืองหลัก 6 เมือง เมืองย่อย 4 เมือง ดันเจี้ยนทั้งหมด 24 แห่ง
  • - พบบั๊กของเกมเป็นจำนวน 1 ครั้ง
  • - จำนวนผู้เล่นปัจจุบันอยู่ที่ 625,669 คน เป็นคนไทย 587,338 คน

 

edit @ 13 Mar 2009 22:00:09 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
บลอคไคโตะมากๆ~ >3<
สีฟ้า่ล้วนๆ...(วู้วววว)

โดฯ Momogumi หลังงานอาจจะมีการ
ขายทางไปรษณีย์ครับ
หากสนใจจะประกาศรายละเอียดทางบอลคอีกทีครับ
cry
#1  by  Ingriz : shall we...? At 2009-03-13 22:36, 
เธอ...โผล่มาแล้ว หึๆๆๆๆ
#2  by  Lynx At 2009-03-13 23:27, 
นึกถึงตัวจิงแล้วเครียด = =
#3  by  Mukkuk At 2009-03-14 03:14, 
มาม่าต้มยำ...

ไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าใคร (ตรูเครียด กร๊ากกก)
#4  by  melody in the world of the tale At 2009-03-14 10:42, 
บัวลอยแม่งพูดไ้ด้ด้วย =[]=!!!!

ตื้นตันใจเป็นอย่างยิ่ง
#5  by  SadoZ At 2009-03-14 11:08, 

<< Home