Title : Eternal Online [EO] : สุดยอดปาร์ตี้
Author : Derick
Genre : Fantasy / Adventure / Sci-Fi (Comedy)
Rating : G
Disclaimer : แต่งมาจากความบ้าเกมเป็นทุนเดิม จริง ๆ อยากแต่งนานแล้วล่ะ แต่ว่าไม่กล้าเพราะรู้สึกว่ามันยากจริง ๆ แถมตอนแรกกะให้เป็นแบบจบในตอน เอาเป็นว่าเริ่มตอนหน้าแล้วกันเนาะ ส่วนโปรไฟล์ตัวละครจะค่อย ๆ ลงหลังจากตอนหน้าแล้วกัน แคะ ๆๆ
**เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้นจ้า**
ดวงตาสีดำลืมตื่นขึ้นทันทีที่ภาพที่เห็นกลายเป็นสีดำสนิท เด็กหนุ่มลุกนั่งอย่างช้า ๆ เกาศีรษะไปมาเบา ๆ อย่างงง ๆ ความจริงเขาควรจะต้องหงุดหงิดกับการถูกบังคับออกเกมมากกว่าไม่ใช่หรือ? แต่ไหงถึงได้มีอาการตรงข้ามกันอย่างนั้นล่ะ....
"ช่างมันเหอะ...." เขาเงยหน้ามองนาฬิกา "เพิ่ง 6 โมงกว่าเองเรอะ..."
นพหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าตน "บอกมันก่อนแล้วกัน" เขากดเบอร์โทรออกทันที "เฮ้ยกุเอง"
"เออว่าไง โทษทีว่ะพอดีมีงานด่วนเข้ามา แต่ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ" เสียงทุ้มนุ่มของคู่สนทนาตอบรับ
"ไม่เป็นไร ทำธุระของแกไปเหอะ"
"หา?? แกไม่สบายป่ะวะ หรือไปเดินชนอะไรมาหัวกระแทกรึเปล่า??" ดูเหมือนเพื่อนของเขาจะกวนบาทาโดยไม่ได้เจตนาเสียแล้ว
"กวนส้นและเมิง พอดีแมพเกาะแสงมันดาวน์ทั้งแมพเลยเว้ย เห็นว่ามอนระดับกาเดี้ยนโผล่ ตัวแม่งใหญ่โคตร"
อีกฝ่ายเงียบไปสักพัก "ระดับกาเดี้ยน? ที่มันสูงกว่าบอส 7 ดาวของเกมน่ะเหรอ?"
"งั้นมั้ง กุก็ไม่รู้ว่ะ พอเหมือนกำลังจะทำอะไรสักอย่างก็โดนมันเตะออกมา" เด็กหนุ่มหยิบหนังสือการ์ตูนที่วางอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาเปิดอ่านคร่าเวลา
"ไม่น่า....เพราะมีเรื่องคาในสมองแกนี่เองแกถึงเอ๋อ ๆ แปลก ๆ นี่ก็ไม่ได้หงุดหงิดใส่เกมสินะ..." เพื่อนเขาหัวเราะร่วน
นพปิดการ์ตูนลงอย่างเหลืออด มันแทงถูกจุด...จะเถียงก็เถียงไม่ออก จะย้อนกลับก็ไม่รู้จะย้อนยังไง เกลียดนักไอ้พวกคบกันมานานแล้วดันรู้ไปหมดทุกอย่างเนี่ย!! "เออ!! โทรมาแค่นี้แหละ"
"เดี๋ยวเว้ย!! แล้วอีกนานไหมกว่าจะเข้าได้?"
"ไม่รู้ว่ะ เกมมันยังไม่ได้ส่งข้อความบอกมาว่าอีกนานไหมกว่าจะเข้าได้ เอาไว้รู้แล้วจะโทรบอกอีกที" ดวงตาสีดำจ้องไปยังจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดตัวเกมเพื่อรอรับจดหมายจากเซิฟเวอร์อยู่
"เออ...ใจมาก เดี๋ยวพรุ่งนี้เลี้ยงข้าวขอโทษแล้วกัน"
"แหม ๆ พ่อนายแบบดัง" เขาลากเสียงยาวอย่างยียวน
อีกฝ่ายหัวเราะ "แล้วจะกินไหม?"
"กินดิ! MK นะเว้ย เมิงเลี้ยงทั้งที ฮ่า ๆ"
"เออ ๆ เจอกัน แค่นี้"
รู้สึกเหมือนมีคนเอาเงินมากองไว้ตรงหน้า นพอารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง ก็แหงล่ะ...รุ่งนี้จะได้กินฟรีมื้อใหญ่เชียว สงสัยต้องล้างท้องรอไว้แต่วันนี้ "จะฟาดให้หายอยากเลย ฮ่า ๆ"
เสียงโทรศัพท์ดังทำเอาคนที่เผลอหลับไปสะดุ้งตื่น เด็กหนุ่มรับโทรศัพท์ไปพร้อม ๆ กับพยายามลืมตาให้สว่างเต็มที่ "โหล..." น้ำเสียงสุดยอดแห่งความงัวเงีย เดาได้เลยว่าหากคู่สนทนาพูดอะไรออกมาขัดหูเพียงน้อยอาจนำไปสู่คดีร้ายแรงก็เป็นได้
"เฮ้ยนอนแล้วเหรอวะ แล้ววันนี้จะเล่นไหม?" เจ้าเพื่อนคนเดิมเอ่ยถาม
พอรู้ว่าเป็นใครโทรมาเขาก็หลับตาลงอีกครั้ง แล้วก็ลุกพรวดขึ้นตรงดิ่งไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ ดวงตาจับจ้องไปยังข้อความเตือนรูปซองจดหมายบนหน้าจอ "เล่น ๆ" เขาตอบรับพลางไล่อ่านข้อความ
"เวร..." นพมองเวลา นี่เขาหลับไปตั้งสองชั่วโมงเลยเหรอ "เฮ้ยเซิร์ฟเปิดแล้ว"
"เออ..งั้นเดี๋ยวเจอกันในเกม"
"เออ" นิ้วเรียวกดตัดสายทิ้ง แล้วพาร่างของตนเองกระโดดขึ้นเตียงนอนทันที
เหมือนเวลาหวนคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า การกระทำทุกอย่าง เหตุการณ์เดิม ๆ เริ่มขึ้นอีกครั้ง เขาสวมหูฟังแล้วทิ้งตัวลง ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจระคนตื่นเต้น เหมือนเด็กเล็กที่ได้ของเล่นใหม่ไม่มีผิด
โปรดระบุ User Name...
"เกี้ยวซ่า"
Password..
"***********"
ยินดีต้อนรับสู่โลก Eternal Online ค่ะ...
นพบิดตัวไปมาทันทีที่เห็นแสงสว่างของพระอาทิตย์ สองชั่วโมงของโลกปกติ ถ้านับรวมในช่วงก่อนที่เขาจะออกเกมไป นี่มันก็เหลือเวลาอีกแค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็จะเข้าสู่เวลามืด หากไม่รีบไปที่ดันเจี้ยนเควสล่ะก็มีหวังเดินทางกลางคืนแย่แน่
ก็ใครใช้ให้มอนสเตอร์ในตอนมืดมันโหดกว่าตอนกลางวันกันล่ะ "ส่งข้อความบอกอัสมันก่อนแล้วกัน"
เขากดเข้าคำสั่งการติดต่อด้วยข้อความ ก่อนจะพิมพ์คำพูดลงไปเพียงสองสามคำ "เรียบร้อย..."
"ไอเท็มพร้อมไหมเนี่ย....." เขาเช็คสิ่งของต่าง ๆ ในกระเป๋าใส่สิ่งของ แม้มันจะเป็นเพียงกระเป๋าใบเล็ก ๆ แต่ก็สามารถพกไอเท็มได้ถึงห้าสิบชิ้นเลยทีเดียว
"โอเค!!ไปโลด!!!"
ความจริงแล้วตัวเขาเองไม่ได้ประจำอยู่ที่เมืองนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมบนเกาะแห่งแสงเหมาะที่จะให้อาชีพนักบวชหรือผู้ใช้เวทย์ขาวเก็บเลเวลมากกว่า พวกสายอาชีพใช้แรงหรือลุย ๆ อย่างเขาต้องไปอยู่บนเกาะนักรบซึ่งอยู่ห่างจากเกาะเริ่มต้นเพียงเล็กน้อย
นพแหงนมองระฆังทองอีกครั้ง ก่อนจะก้าวออกจากบานประตูไม้สีน้ำตาลที่อยู่ตรงกลางทางด้านใต้ของกำแพงสีขาวใหญ่ จุดหมายคือหุบเขาซากศพ ดันเจี้ยนระดับสองของพวกเลเวลสี่สิบห้าขึ้นไป
"แหม่....ฟังชื่อก็รู้ชะตากรรมเลยแหะ..."
ความพิเศษของมอนสเตอร์บนเกาะนี้คือมันจะไม่โจมตีเราก่อน ซึ่งนับว่าปลอดภัยต่อการเดินทางอย่างมาก แต่ดันลำบากอย่างยิ่งสำหรับพวกสายโจมตีด้วยกำลัง เพราะมอนสเตอร์เหล่านี้จะมีพลังป้องกันทางกายภาพสูง แต่อ่อนต่อเวทย์อย่างรุนแรง
"พูดง่าย ๆ สายเวทย์กินนิ่ม...." ไม่ยุติธรรมเลยจริง ๆ
ยิ่งเดินรู้สึกเหมือนร่างกายจะหมดแรงเอาง่าย ๆ "ทะ...ทำไมมันไม่ถึงสักทีวะ..."
สภาพอากาศมันก็ไม่ได้ร้อนอะไรมากมายนักหรอก แต่ที่เหงื่อแตกและหมดแรงแทบเป็นลมนี่มันเพราะระยะทางต่างหาก ในแผนที่ที่ได้มาตามเควสดูเหมือนจะไม่ไกล แต่พอเอาเข้าจริง ๆ เหมือนกับเดินจากสยามไปอนุสาวรีย์ชะมัด...
"ฆ่ากันเลย....ดีกว่า..." เขาทรุดลงนั่งอยู่หน้าทางเข้า
มันเป็นเหมือนปากทางเข้าถ้ำธรรมดาทั่วไป สูงราว ๆ สองเมตรกว่า กว้างประมาณคนยืนได้สามคน แต่ใครจะคิดว่าพอผ่านสิ่งที่กั้นระหว่างความมืดและแสงสว่างนี้เข้าไปแล้ว จะพบห้องโถงขนาดมหึมาที่มีคบเพลิงไฟส่องสว่างโดยรอบลานวงกลมขนาดยักษ์
กระถางเพลิงหินขนาดใหญ่สองอันตั้งอยู่สองฝั่งของบันไดหินธรรมชาติซึ่งทอดยาวสู่ดันเจี้ยนที่แท้จริง พอเห็นขั้นบันไดแล้วก็ทำเอาแทบเป็นลมอีกรอบ "กว่าจะเดินมาถึงก็ว่าเหนื่อยแล้ว....แล้วนี่ยังต้องมาขึ้นบันไดเป็นร้อยขั้นอีก!!!"
อยากจะเอามีดที่เพิ่งซ่อมเสร็จมาแทงตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไป "เฮ้อ....."
เด็กหนุ่มนั่งมองปากทางเข้าซึ่งอยู่ปลายสุดของบันไดอยู่พักใหญ่ "เอาวะ!!" เขารวบรวมแรงลุกขึ้นยืน มือทั้งสองปัดฝุ่นผงจากเสื้อผ้าออกเบา ๆ
ขณะกำลังยกขาจะก้าวเดิน เสียงเตือนของข้อความก็ดังขึ้น "อะไรอีกวะ..."
มีข้อความติดต่อถึงคุณเ จะอ่านเลยหรือหรือไม่คะ?
อ่าน ไม่อ่าน
เขากดปุ่มตอบรับข้อความที่ถูกส่งมา แอบนึกเดาถึงผู้ที่ส่งมาในใจ "ไมไม่ถูกหวยแบบนี้บ้างว้า.."
‘เฮ้ย!!อย่าเพิ่งเข้าไปคนเดียวนะเว้ย รอกุก่อน'
20.45 น. - อัสสัม
ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ยิ่งบอกว่าอย่าเข้าไปก็อยากเข้าไป นพยิ้มน้อย ๆ ก่อนรีบวิ่งขึ้นไปด้านบนอย่างไม่สนใจขั้นบันไดสูงชันนั่น เพียงชั่วครู่ก็ขึ้นสู่ทางเข้าด้านบน "เอาจริง ๆ ก็แปปเดียวเองนี่หว่า" เขาผิวปากเบา ๆ
"ว่าแต่มันออนไลน์แล้วไมไม่ชวนตี้มาวะ คุยด้วยข้อความลำบากชะมัด ด่าไม่มันเลย" นพบ่นพึมพำ
ระบบของเกมจะสามารถคุยแบบ Voice Chat ได้ต่อเมื่ออยู่ใกล้กัน หรืออยู่ในปาร์ตี้ แคลนและสังกัดเดียวกันเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถคุยกันแบบตัวต่อตัวได้นอกจากผู้เล่นจะมีระดับที่สูงตามความต้องการของระบบและมีไอเท็มพิเศษที่ใช้สำหรับการสนทนาเฉพาะเท่านั้น
"โอ้...คนโล่งเลยแหะ" เขายกมือขึ้นป้องหน้าผาก ทำท่าเหมือนคนกำลังมองทัศนียภาพโดยรอบอย่างชื่นชม
นพยังก้าวเดินต่อไปตามทางเรื่อย ๆ ดวงตาจ้องมองแผนที่เควสในมือ ตามที่ได้ข้อมูลมา เขาจะต้องลุยเข้าไปในดันเจี้ยนระดับสองเพื่อเอาของจาก NPC ที่อยู่ภายใน "จะโหดไปไหนวะเนี่ย....เปลี่ยนอาชีพระดับสองนะเว้ยไม่ใช่เปลี่ยนอาชีพขั้นสูง..."
ถึงปากจะบ่นด่ายังไงแต่เท้าก็ยังคงก้าวต่อไปไม่หยุด "เอ.....เสียงอะไรหว่า..."
เด็กหนุ่มได้ยินเสียงหนึ่งแว่วผ่าน มันเป็นเสียงของอาวุธมีคนที่หวดผ่านอากาศอย่างรุนแรงจนเกิดเสียง ด้วยความสนใจจึงเดินเข้าไปยังทิศทางนั้น ซึ่งอยู่ห่างจากเส้นทางหลักเพียงเล็กน้อย
"มีคนอยู่ด้วย!!" เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มทันทีที่เห็นเด็กสาวคนหนึ่ง
เส้นผมสีเงินยาว รูปร่างสูงสมส่วน สวมชุดทะมัดแมงคลุมทับด้วยโคทขนสัตว์สีดำยาว เห็นแบบนี้ต่อให้เป็นควายก็รู้ว่าผู้หญิงชัวร์ ๆ และด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเดินร้อยจึงเดินเข้าไปทักตามมารยาท "สวัสดีครับ มาเก็บเลเวลคนเดียวหรือครับ?" เขายิ้ม
ดวงตาสีม่วงคมตวัดมอง เหมือนเขาเป็นศัตรูสิบแปดชาติที่เคยไปทำมิดีมิร้ายเธอไว้ยังไงยังงั้น "เห็นว่ามาหลายคนรึไงคะ?"
กระแทกอย่างสุภาพสินะ....นพรู้สึกว่าตัวเองคงมาทักคนผิดที่ผิดเวลาอย่างแรง... "อะ.....คนเดียวจริง ๆ ฮะ ๆ งั้นผม...ไม่รบกวนแล้วนะครับ โชคดีครับ!!" พอทักทายอย่างเป็นกันเอง(?)เสร็จปุบก็รีบจรลีปับ
เรียกได้ว่ามีความเร็วสูงแค่ไหนก็ใส่มันสุดชีวิต มารู้ตัวอีกทีเขาก็เข้าสู่ดันเจี้ยนระดับสองแล้ว เด็กหนุ่มหอบหายใจหนักพลางเอนกายพิงผนังถ้ำเย็นยะเยียบ "คนไรฟ่ะหน้าตาน่ารักดีแท้ ๆ แต่ดันน่ากลัวกว่ามอนอีก.."
สงสัยโรคแพ้ทางผู้หญิงเวอร์ชั่นเจ๊โหดจะกลับมาอีกเสียแล้ว นพคิดอย่างปลงตกก่อนหยิบแผนที่เควสขึ้นมาดูอีกครั้ง "น่าจะไปทางซ้ายต่อสินะ..."
เขาจ้องมองทางเดินพลางคำนวณตามความเข้าใจ แอบนึกว่าโชคดีสุดแสนที่มอนสเตอร์ในชั้นแรกไม่มีตัวโจมตีอัตโนมัติเลยสักตัว (ความจริงคือมีแต่มันอยู่บนเส้นทางหลักเลยไม่เจอเท่านั้น...- -")
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงร้องของหญิงสาวดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ ด้วยความที่เป็นสถานที่ที่ได้ยินเสียงอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทำให้แก้วหูของนพซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ไม่ไกลจากเจ้าหล่อนนักออกมาเต้นระบำอยู่บ้านนอก "อูย......."
เขายกมือปิดหู "มีอะไรหรือไงกัน?"
ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปเบื้องหน้า เห็นร่างของหญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาววิ่งตรงมาด้วยใบหน้าตื่นกลัว เธอโผเข้าซบเด็กหนุ่มทันทีที่เห็นแสงสว่างในทางรอดของชีวิต "ชะ....ช่วยด้วยค่ะ" ร่างกายบอบบางสั่นเทาน้อย ๆ ดวงตาสีดำขลับช้อนมอง
สายเลือดความเป็นผู้ชายในตัวหลั่งไปทั่วร่างกาย เขาจับร่างของอีกฝ่ายอย่างใบมือ "เกิดอะไรขึ้นครับ??"
"นั่นค่ะ....เจ้าตัวนั้น!!" นิ้วเรียวชี้ไปทางด้านหลัง
เขาได้ยินเพียงแต่เสียงของพื้นดินที่สั่นสะเทือนและเสียงคำรามก้องด้วยความโกรธาเท่านั้น "หลบไปด้านหลังผมก่อนนะครับ" สุภาพบุรุษยอดเยี่ยมยืนอยู่ตรงนี้แล้ว!!
เงาสีดำทมิฬค่อย ๆ ปรากฏ ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ...จนสมองอันน้อยนิดของเด็กหนุ่มเริ่มจะวิเคราะห์ถึงความน่ากลัวของมันได้ เขาพยายามหันมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
เอาวะ....ตายอย่างชายชาตินักรบดีกว่าเป็นหมาข้างถนนหนีอย่างจนตรอกเว้ย!!
พอตัดสินใจได้แบบนั้นมีดที่เพิ่งซ่อมเสร็จใหม่ ๆ ก็ถูกนำออกมาใช้ นพกระชับมันไว้แน่นมือ ตั้งท่าเตรียมพร้อมสำหรับต่อสู้ ดวงตาจดจ้องไปยังเป้าหมาย "แม่เจ้า......"
ไม่อยากจะบรรยายถึงหน้าตาของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้เลยสักนิด เอาเป็นว่านึกถึงโทรลในเดอะลอร์ดออฟเดอะริงก์ก็คงจะพอ ๆ กัน เพียงแต่ขนาดลำตัวจะเล็กกว่าหน่อย แถมกลิ่นความเน่าเหม็นก็อาจจะมากกว่า....
นพหันขวับมองหญิงสาว อยากจะถามว่าเธอเอาความสวยไปล่อไอ้เจ้าตัวนี้ออกมารึไงกัน!! "อะ....เอ่อ...."
"ฉันคิดว่า....คงเป็นบอสของดันเจี้ยนนี้น่ะค่ะ น่ากลัวจังเลย...." เธอซบแผ่นหลังของเด็กหนุ่ม กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยแตะจมูก
เอาวะ!!!เป็นไงเป็นกัน!!!
มอนสเตอร์เปลี่ยนเป้าหมายจากหญิงสาวกลายเป็นเด็กหนุ่มทันทีที่มันเห็นอาวุธในมือของเขา ค้อนไม้ขนาดยักษ์ถูกเหวี่ยงออกไปด้านข้างลำตัว ก่อนจะจงใจฟาดไปยังร่างของมนุษย์ทั้งสอง
"หลบเร็วครับ!!!"
แขนของชายหนุ่มถือวิสาสะโอบไหล่ของหญิงสาว แล้วออกแรงกดร่างของเธอลงกับพื้นเพื่อหลบการโจมตี โชคดีที่ถ้ำนี้ไม่ได้กว้างใหญ่มากพอ จึงทำให้พลังการโจมตีของมันถูกทอนลงไปด้วย
"หลบไปก่อนครับ!!" นพประคองร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน
ด้วยประสาทสัมผัสทางการต่อสู้ทำให้เขาสามารถจับจิตสังหารที่แผ่ออกมาในขณะที่คู่ต่อสู้กำลังจะโจมตีใส่ได้ นพผลักร่างของหญิงสาวกระเด็นออกไปไกล ส่วนตัวเองนั้นพยายามจะเบี่ยงหลบ แต่ก็ยังคงไม่พ้น โชคดีที่ยังรักษาไม่ให้โดนจุดตายไว้ได้
เลือดสีแดงสดทะลักออกจากปาก แขนข้างซ้ายทิ้งดิ่งลง จากการโจมตีเมื่อครู่กระดูกเขาคงหักไปไม่สองก็สามท่อนแน่ ๆ "แย่ชะมัด..." ริมฝีปากพึมพำเบา ๆ แค่จะพาร่างกายตัวเองให้หนีการโจมตีได้อีกครั้งก็ลำบากแล้ว อย่าหวังเลยว่าจะทำอะไรได้
"โอเวอร์อีกรอบแหงเลยกุ...."
ทันใดนั้นแสงสีเขียวบริสุทธิ์ก็รายล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มไว้ทั้งร่าง พลันปรากฏแสงสีขาวอีกสายพุ่งเข้าใส่บริเวณบาดแผลที่เกิดจากการโจมตี นพมองสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองก่อนคลี่ยิ้มบาง "มาช้าชะมัดเลยว่ะ"
"ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมให้รอก่อนก็ไม่เชื่อกันบ้าง อยากตายรอบที่ 270 หรือไงกัน?" เสียงทุ้มเช่นเดียวกับในโทรศัพท์ที่เขาเพิ่งคุยไปก่อนเข้าเกมดังขึ้น
เจ้าของเสียงเป็นหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูง ผมหยักศกน้อย ๆ สีทองสว่าง ดวงตาสีเขียวมีสเน่ห์ ดูยังไงก็เหมือนกับนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดังไม่มีผิด "ไหวไหมวะ?" เขาประคองร่างที่นั่งอยู่ให้ลุกขึ้น
"เออ....พอได้ว่ะ...แกช่วยไปดูผู้หญิงคนนั้นหน่อยดิ" เขาชี้
ดวงตาของทั้งคู่สบมองกัน ก่อนฝ่ายชายจะหันขวับกลับมาก่อน พยายามแสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรแล้วลากเพื่อนของตนเองออกมาไกล "แกไปเจอยายป้านี่ได้ไงวะ????"
"ป้า? อะไรของแก? เขาก็แค่คนที่ถูกทำร้ายแล้วมาขอความช่วยเหลือเท่านนั้นแหละ"
ใบหน้าคมดูผิดแปลกไปจากทุกที "เหอะ....แกไม่รู้อะไรเสียแล้ว..ยายป้านี่อะนะ...."
"ฉันทำไมหรือคะคุณอัสสัม..." เสียงหวานลากยาว อัสสัมรู้สึกเหมือนว่าเสียงนั้นมันอยู่ใกล้ตัวอย่างไรชอบกล
ดวงตาสีฟ้ามองไปด้านหลังเพื่อนของตนประหนึ่งว่าคนที่แกกำลังพูดถึงน่ะยืนอยู่ใกล้แต่ปลายนิ้วเองนะ อัสสัมหันมองตามอย่างหวาด ๆ ก่อนจะพยายามปิดปากตนเองไม่ให้ร้องเสียงหลงจนน่าทุเรสออกมา "เหวอ..."
"ฉันได้ยินนะยะ พูดอะไรให้มันดี ๆ หน่อยไอ้บาทหลง!" จากนางฟ้ากลายเป็นซาตานทันควัน นพมองดูคนทั้งสองสลับกันไปมา
"อะ....เอ่อ..." จริง ๆ ก็อยากหัวเราะหรอกนะ เพิ่งจะเคยได้ยินคนเรียกอัสสัมว่า บาทหลง นอกจากตนเองก็ครั้งแรกนี่แหละ
อัสสัมส่งเสียงกระแอมไอเล็กน้อย "ซ่า....แกพร้อมไหม?"
"เห?"
"เวทย์ตรึงที่ฉันร่ายไว้คงใกล้จะหมดเวลาแล้ว เราคงต้องเผ่นแล้วแหละ" เขาอธิบาย
นพหันขวับ "เฮ้ย!!แล้วเควสกุล่ะ??!!!"
"อยากกลับไปรับเควสใหม่หรือว่าจะกลับไปตั้งหลักใหม่แกเลือกเอา" ดวงตาสีเขียวพยายามจะไม่สนใจมองหญิงสาวที่ยืนปั้นหน้ายักษ์อยู่อย่างชัดเจน
น้ำลายถูกกลืนลงอย่างฝืดคอ เอาวะ....ก็ดีกว่าเสียเวลาไปรับเควสใหม่ล่ะ เพราะยังไงซะก็คงออกมาอีหรอบเดิมแน่ ๆ "เออ ๆ..."
วงเวทย์สีน้ำเงินจางค่อย ๆ ปรากฏใต้เท้าของเด็กหนุ่ม เพียงชั่วครู่มันก็เต็มชัดจนเป็นสีเข้ม พร้อมกับกระแสลมแรงที่พุ่งขึ้นจากพื้นเบื้องล่าง นพรู้สึกว่าร่างกายของเขาเบามาก รู้สึกว่าความรวดเร็วของตนเองเพิ่มสูงขึ้น
"ใช้ Free Walk ซะ" อัสสัมพึมพำ
ผู้เล่น อัสสัม เชิญท่านเข้าร่วมปาร์ตี้
ยอมรับ ปฏิเสธ
นพกดตกลงก่อนจะร่ายเวทย์ฟรีวอร์คที่มีผลในการเพิ่มความรวดเร็วในการเคลื่อนที่ให้กับปาร์ตี้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง "เออ..."
"งั้นก็เผ่นเหอะ!!" เขาลากเพื่อนของตนวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ยเดี๋ยว!!แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ!!"
"ปล่อยป้าแกไปเหอะ!!!"
หญิงสาวที่ถูกกล่าวถึงยืนมองอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิด ดวงตาสีดำสวยวาวโรจน์ "แกอย่าหวังจะรอดเลยไอ้บาทหลง!!" เธออัพความเร็วของตนเองก่อนจะวิ่งตามออกมา
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังมีโชคอยู่บ้าง เมื่อทางเดินที่ออกสู่ภายนอกค่อย ๆ หดแคบลงเรื่อย ๆ จากเพดานถ้ำที่สูงร่วมห้าเมตรกลับค่อย ๆ ลดหย่อนความสูงลงตามระยะทาง จนมาถึงชั้นแรกของดันเจี้ยนที่ความสูงของถ้ำหดลงเหลือแค่ราว ๆ สามเมตรเท่านั้น
ซึ่งนั่นเมื่อเทียบกับขนาดตัวของมันแล้วถือว่าพอดิบพอดีเลยทีเดียว "น่าจะรอดแล้วมั้ง...." นพหันมองบอสของดันเจี้ยนที่พยายามตะเกียกตะกายออกมาอย่างเวทนา
ดวงตาสีเขียวหันหลังมองเพื่อนรักที่หยุดอยู่ไกล ยิ่งพอเห็นเงาของใครบางคนรำไร ๆ แล้วเด็กหนุ่มยิ่งรีบวิ่งกลับไปลากคออีกฝ่ายทันที "จะหยุดวิ่งทำไมวะ!! ยังไม่ปลอดภัยเลย!!!"
"อูย.....ทำไมต้องตะโกนวะอยู่ใกล้กันแค่นี้ แล้วจะหนีอะไรอีกมอนมันก็ออกมาไม่ได้แล้ว??"
ใบหน้าคมหันขวับ "แกคิดว่าฉันหนีอะไร????"
"บอส?" เขาชี้ไปทางเจ้าอสูรกายตัวใหญ่ พลางทำหน้าเอ๋อ ๆ
ปากพูด มือล็อคคอแน่น ส่วนขาสองข้างยังคงโกยแน่บไม่หยุด "กุหนียายป้านั่นต่างหากเว้ย!!! ความน่ากลัวระดับเกมโอเวอร์ยังต้องยอมแพ้!!!"
นพไม่รู้ว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนนี้ แต่ที่แน่ ๆ การทำให้เพื่อนผู้ไม่เคยหวาดเกรงอะไรของเขาถึงกลับบูชาความกลัวได้ขึ้นสมองขนาดนี้.... "ขนาดนั้นเลย?"
"เออดิ!!"
ในขณะที่สองขายังคงวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต ดวงตาสีฟ้าก็มองไปเห็นร่างของเด็กสาวคนเดิมที่ยังคงขะมักเขม้นอยู่กับการเก็บเลเวล พอเห็นแล้วก็อดยิ้มให้กับความพยายามของเธอไม่ได้ "ดีจังน้า...."
แต่....ตอนนี้มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมนี่หว่า!!!! "คุณครับ!!!!!"
ดวงตาสีม่วงหันมองในลักษณะเช่นเดียวกับครั้งแรกที่เจอ ประมาณว่า ‘อะไร?' ‘แกมีสิทธิอะไรมาเรียกฉัน??' หรือไม่ก็ ‘รบกวนการหาเวลของฉันเดี๋ยวแม่ฆ่าให้ตาย'
"อะ....เอ่อ ผมว่าระ..รีบหนีออกไปก่อนจะดีกว่านะครับ...."
อัสสัมหยุดฝีเท้าของตนลงเมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังทำตัวเป็นสุภาพบุรุษแบบไม่เจียมตัวนัก ก่อนจะเดินไปยืนข้าง ๆ จ้องมองไปยังสาวน้อยที่ไม่น่าเชื่อว่าจะตัวสูงไล่เลี่ยกันกับนพ ไม่สิ....ถ้ารวมส้นด้วยคงสูงกว่าสักสองสามเซนติเมตร
"มีอะไร???" เธอขึ้นเสียงอย่างหงุดหงิด
ดวงตาสีเขียวของหนุ่มหล่อก้มมองอย่างไม่สนใจนัก "บอสอยู่ด้านหลัง จะหนีไม่หนีก็ตามใจเธอแล้วกัน..."
คนกลางมองแล้วกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก ไอ้โรคไม่ถูกกับผู้หญิงแข็ง ๆ ดูท่าว่าคงแก้ไม่หายยันตายแน่ ๆ "ใจเย็นดิวะ.....เอ่อ คือพอดีบอสประจำดันเกิดน่ะครับ ยังไงผมว่าหนีออกไปก่อนดีกว่าไหม?" นิ้วของเด็กหนุ่มชี้ไปยังร่างใหญ่ที่กำลังพยายามออกจากซอกหลืบของถ้ำ
เด็กสาวหันมองก่อนแสยะยิ้มเย็น มือข้างที่ถามดาบสะบัดอย่างแรงหมายจะให้เลือดสีขุ่นของมอนสเตอร์ที่เธอเพิ่งกำจัดไปเมื่อครู่กระเด็นออกไป "ก็ดีสิ....อยากลองมานานแล้ว"
"อยากหาเรื่องก็ปล่อยไป ส่วนแกน่ะออกมาได้แล้ว..." และแล้วก็ถูกลากออกไปตามระเบียบ
ทางฝั่งหญิงสาวที่วิ่งตามมาอยู่ห่าง ๆ ด้วยความหงุดหงิดก็รู้สึกขัดใจเป็นอย่างมาก วิ่งหนีไอ้บอสบ้าบอไม่พอยังต้องมาไล่ตามไปชำระแค้นกับบาทหลวงรุ่นน้องที่เคยทำกับเธอไว้อย่างแสบทรวง ยิ่งคิดยิ่งแค้น มือเรียวกำแน่น ริมฝีปากกัดฟันกรอด
ดวงตาสีดำเหลียวมองด้านหลัง จะว่าไปแรงสั่นสะเทือนและเสียงฝีเท้าหนักก็หยุดลงได้ครู่หนึ่งแล้ว "เวรกรรม.." เธอมองสภาพยักษ์ติดเพดานถ้ำด้วยความอนาจ
รอยยิ้มบางเปรยบนริมฝีปากทันทีที่เริ่มจะคิดอะไรออก แม้มันจะเป็นการเสี่ยงต่อชีวิตของเธอแต่ก็ยอมเพื่อแลกกับการแก้แค้นอย่างสาสม "หึ.....ไม่รู้จักฉันเสียแล้ว..."
วงเวทย์สีดำสนิทปรากฏบริเวณฝ่ามือของเธอ ก่อนจะพุ่งตรงไปยังร่างของอสูรกายเบื้องหลัง ดูจากระยะห่างแล้วต้องยอมรับว่าเวทย์ชนิดนี้เป็นเวทย์ที่มีระยะการใช้กว้างมากทีเดียว "บทที่ 12 คำสาปร่างแคระ!!"
ดูเหมือนว่านอกจากเธอจะพกความแค้นแล้วยังพกเรื่องดวงมาด้วยเต็ม ๆ ปกติเวทย์นั้นหากใช้กับบอสหรือมอนสเตอร์พิเศษแล้วโอกาสการติดสภาพจะลดต่ำลงเกือบครึ่งหนึ่ง แต่จากขนาดร่างยักษ์ที่ค่อย ๆ หดเล็กลง ๆ แล้ว..สรุปได้ประเด็นเดียวว่าเวทย์มนตร์ของเธอได้ผล
"หึ...." รอยยิ้มเย็นแต้มบนใบหน้า
ในช่วงเวลาที่โดนสาปมอนสเตอร์จะหยุดการเคลื่อนไหว หญิงสาวใช้โอกาสนี้ใช้ท่าเพิ่มพลังความรวดเร็วแล้วออกวิ่งอีกครั้ง มองไปยังแสงสว่างจากคบเพลิงของดันเจี้ยนชั้นหนึ่งส่วนกลางตรงหน้า
ดวงตาสีดำสบกับดวงตาสีม่วงของเด็กสาวผู้มาดมั่น เหมือนเป็นสัญญาณสื่อความนัยอะไรบางอย่างที่มีเพียงพวกเธอสองคนเท่านั้นที่รู้ "อะฮ้า~" เธอร้องเบา ๆ อย่างยินดี
วงแขนเรียวคว้าเอาร่างของผู้ที่ทำท่าจะยืนประจันหน้ากับมอนสเตอร์ระดับบอสไว้แน่น ก่อนจะกึ่งฉุดกึ่งลากอีกฝ่ายไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ไม่ทันระวังตัวจากสิ่งรอบข้าง จิตใจจดจ่อกับจุดสนใจตรงหน้าเพียงอย่างเดียว ทำให้เธอเสียหลักและเซถลาวิ่งตามไป
"ดะ...เดี๋ยวสิ!!" เจ้าของผมสีเงินร้องลั่น
"ไม่มีเวลาอธิบาย เวทย์คำสาปของฉันอยู่ได้ไม่นานนักหรอก รีบตามไอ้พวกข้างหน้าให้ทันจะดีกว่า"
ไม่รู้ว่าอะไรและหมายถึงอะไร แต่พอนึกหน้าของผู้ชายสองคนที่เพิ่งผ่านไปเมื่อครู่ก็ทำให้เธอยิ้มออก "หมายความว่าพวกนั้นเป็น....??"
เสียงหัวเราะประหลาดดังขึ้นเบา ๆ "ใครจะรู้ หึหึหึ~"
"นั่นสินะคะ...หุหุ~"
ไม่รู้ทำไมแต่นพรู้สึกเสียวสันหลังวาบแปลก ๆ และนั่นเป็นเหตุให้เขาต้องหันมองไปยังด้านหลัง ร่างของอสูรตัวใหญ่หายไปแล้ว "เฮ้ย ๆ มันหายไปแล้ว..." เด็กหนุ่มชะลอฝีเท้า
คนถูกเรียกหันมองบ้าง "เออ...จริงด้วยว่ะ ยายป้านั่น....ก็ด้วย เหวอ!!!!" พอคิดว่าปลอดภัยก็ดันไม่ปลอดภัยเสียเนี่ย ร่างของคนที่หนีมาสุดชีวิตปรากฏอยู่ไกล ๆ
"เฮ้ยวิ่งเร็ว!!!" ว่าแล้วก็โดนลากอีกรอบ
ทางออกดันเจี้ยนชั้นหนึ่งอยู่เบื้องหน้า พวกเขาโผล่พ้นความมืดของถ้ำด้านในออกมา ก่อนจะต้องติดระบบเบรคABSเพื่อหยุดขาทั้งสองข้างของตนเอง "เกือบไปแล้ว....ลืมสนิทว่ามันเป็นบันได...." นพปาดเหงื่อ
"คิดว่าจะหนีรอดรึไง!!!" หนังสือเล่มหนาถูกเหวี่ยงมาด้วยความแม่นยำ อัสสัมเบี่ยงตัวหลบได้ทัน แต่ไอ้คนที่ไม่ทันมองอย่างเขานี่สิต้องมารับเคราะห์แทน
เจ้าปึกหนาสีแดงสดกระแทกเข้าเต็มใบหน้า เด็กหนุ่มหงายหลังทิ้งตัวลงยังเบื้องล่าง แต่ด้วยความรักเพื่อนจึงไม่ลืมที่จะคว้าเอาชายเสื้อของคนที่ทำซวยให้เสียหลักกลิ้งตกตามกันมา "เฮ้ย!!!"
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ไม่รู้วันนี้จะเป็นวันซวยอะไรกันหนักหนา ในระหว่างที่พวกเขาหล่นลงมาเป็นก้อนหินไหลอยู่บนทางลาดก็ดันไปชนเข้าให้กับคน ๆ หนึ่งซึ่งกำลังเดินขึ้นบันไดมา จากสองกลายเป็นสาม ร่างทั้งหมดพากันม้วนตัวเป็นโรตีลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่งดงามนัก
"แอ่ก!!!"
"อ่อก!!"
"อั่ก!!"
เสียงผสานไล่กันอย่างงดงาม นพรู้สึกเหมือนว่าตนเองกระแทกใส่ใครสักคน ก่อนที่จะถูกอัสสัมกลิ้งมาชนอีกที ถึงจะไม่โชคดีที่เป็นคนแรก แต่ก็ไม่น่าโชคร้ายที่ต้องมาถูกบีบอัดแบบนี้เลยจริง ๆ!!
หญิงสาวสองคนที่วิ่งตามมามองภาพด้านหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย มือทั้งสองประกบกันแน่น โอ้ว...สวรรค์ วันนี้ช่างเป็นวันดีเสียนี่กระไร "ว่า 2 ก็โอแล้วนะ แต่นี่เอาเสีย 3 เลย กรี๊ด~" เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงพยายามเก็บเสียงร้องยินดีของตนเอง
อัสสัมยกมือขึ้นสัมผัสศีรษะตน "เฮ้ย...เป็นไรป่ะวะ???"
"จะไม่เป็นไรถ้าแกช่วยลุกออกไปก่อน!!! ตัวก็ควายยังมาทับอีก!!!!" นพตวาดเสียงดัง
ในระหว่างที่ชายทั้งสองยืนมีปากมีเสียงกันอยู่นั่นเอง ร่างที่ดูเหมือนจะซวยที่สุดก็ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาสีฟ้าซีดมองสำรวจตัวเอง มือทั้งสองปัดฝุ่นผงออกจากร่างกายและผมเพ้าสีน้ำตาลยุ่งนั่น
พอรู้สึกถึงเงาร่างหนึ่งซึ่งบดบังแสงสว่างอยู่เด็กหนุ่มก็รีบหันหลังกลับ ลืมไปเสียสนิทว่ามีผู้ร่วมตายด้วยอีกคน "อะ....ขอโทษนะครับ!!! ไม่ทราบว่าเป็นอะไรรึเปล่า? เจ็บตรงไหนไหม???" เขารีบตรงดิ่งเข้าไปสำรวจอีกฝ่าย และนั่นทำให้นพรู้ว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่ดูจะโคตรเตี้ยเลยเมื่อมายืนเทียบกับคนสองคนนี้
ชายหนุ่มยกมือขึ้นโบกไปมาพลางส่ายศีรษะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าไม่เป็นไร เห็นดังนั้นก็โล่งอก เขาควานหาของในกระเป๋าไอเท็มเก่า ๆ ของตน แล้วหยิบน้ำยาเติมพลังออกมาส่วนหนึ่ง "ยังไงก็รับไว้เถอะนะครับ ถือเป็นการขอโทษ"
อีกฝ่ายยังคงส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะหยิบของสัมภาระของตนแล้วมุ่งหน้าตรงกลับไปด้านใน ซึ่งนับว่าโชคดีมากที่เกมกำหนดให้บอสในแต่ละดันเจี้ยนนั้น ๆ ไม่สามารถออกมานอกเขตตนเองได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงได้ตายคาต้นไม้แน่ ๆ
"พวกเราก็ไปเหอะ....เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ค่อยทำเควสแล้วกัน..." อัสสัมเปลี่ยนประเด็นอย่างรวดเร็ว
"เออ...ก็ได้ วันนี้รู้สึกซวยแปลก ๆ ไงไม่รู้ว่ะ" นพเก็บไอเท็มของตนเองลงกระเป๋าตามเดิม
ทันใดนั้นเสียงแหวกผ่านอากาศของวัตถุหนักก็ดังแว่วเสียดเข้าใบหู นพกับอัสสัมเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิด หนังสือเล่มสีแดงเล่มเดิมแหวกผ่านกลางพวกเขาทั้งสองไปโดนต้นไม้จนเกิดเสียงดังสนั่น
ดวงตาของคนสี่คนโดยรอบผู้ก่อการต่างจ้องมองไปยังต้นไม้ต้นนั้น ต้นไม้แสนน่าสงสารที่ค่อย ๆ เกิดเสียงแตกหักแล้วโค่นล้มลง "พวกนายจะไปไหน?"
"ไปเหอะ..." อัสสัมหันมาคุยกับเพื่อนตนก่อนก้าวเท้าเดิน
"ถ้านายขยับอีกก้าวได้เห็นดีกันแน่...." ไอสังหารแผ่ล้อมรอบร่างในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ขนาดยังไม่หันมองก็ทำเอาเสียวสันหลังวาบแล้ว
"จะกลับเมือง" คู่กรณีตอบเรียบ ๆ
พอเห็นไอ้โรคตายด้านไม่ว่าจะทำยังไงก็โมโหไม่ขึ้นของอีกฝ่ายแล้วเธอก็ถอนใจหนัก เปลี่ยนเป้าหมายจากอีกฝ่ายเป็นคนข้างกายนั่นทันที หญิงสาววิ่งเข้าหานพอย่างรวดเร็ว "เดี๋ยวค่ะ..."
เด็กหนุ่มหันมอง คนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรมีหรือจะไม่ตอบรับ "อะครับ? มีอะไรเหรอครับ?"
"ได้ข่าวว่าจะเปลี่ยนอาชีพใช่ไหมคะ? ให้พวกเราช่วยไหม ยังไงหลายหัวก็น่าจะดีกว่านะคะ" เธอแย้มยิ้มอย่างใจดี
แต่ที่ทำให้นพงงคือคำว่า ‘พวกเรา' นี่แหละ ดวงตาสีฟ้าจ้องไปยังคนทั้งสองที่ดูเหมือนจะสะดุดกับคำนี้เหมือนกัน เด็กสาวเจ้าของผมสีเงินเดินตรงเข้ามา "พวกเราหมายถึงใคร?"
"ก็....น้อง.....แล้วก็..." เธอหันหาคนถาม ก่อนจะเบนหน้าไปอีกข้าง "พี่ชายคนนั้นไง"
"หา??" คนที่ถูกเรียกว่าน้องร้องเสียงหลง ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าพี่ชายได้แต่ยืนงง ๆ
เธอหัวเราะเบา ๆ พลางเดินไปลากคนทั้งสองมาใกล้ ๆ "ตกลงไหมจ๊ะ?"
"อ่า.....ผมว่า..." คือดูยังไงมันก็คือการบังคับแหง ๆ อยู่แล้ว แต่ไอ้การไปกันหลาย ๆ คนมันก็ปลอดภัยกว่าจริง ๆ นั่นแหละ...
"ไม่" อัสสัมที่ยืนฟังอยู่เดินมาล็อคคอเพื่อนของตน "น้อยคนสบายอยู่แล้วไม่ต้องเรื่องมากดี"
ดวงตาสีดำสวยฉายแววเจ้าเล่ห์ "อะฮ้า....หรือว่าอยากอยู่กันสองต่อสอง นั่นสินะ.....ตอนเป็นแค่นักบวชเริ่มต้นนายก็...."
"เออ!!! ตี้ ๆๆๆ ตี้ก็ได้เว้ย!!!!" เสียงที่เคยเรียบเฉยดูร้อนรนขึ้นถนัดตา นพมองเพื่อนตนเองอย่างงง ๆ มีเรื่องอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับตัวมันอีกรึไงเนี่ย?
นพมองสมาชิกใหม่ภายในตี้ "อ่า....ผมเกี้ยวซ่านะครับ อาชีพแรนเจอร์ ยังไงก็ฝากตัวด้วยครับ"
อัสสัมที่กำลังส่งคำเชิญให้เข้าร่วมกลุ่มเอ่ยบ้าง "อัสสัม พรีส"
"ขนมหวานจ๊ะ เป็นดาร์คพรีส" เธอยิ้มแย้มพลางส่งเสียงหัวเราะคิกคัก ไม่อยากจะนึกเลยว่าในใจของเธอจะสะใจสักแค่ไหน
เด็กสาวเจ้าของผมสีเงินพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด "มาม่าต้มยำ เป็นไนท์ ยังไงอย่ามาขัดแข้งขัดขาก็แล้วกัน"
ทั้งหมดเบนสายตาไปที่ชายหนุ่มอีกคน "บัวลอย เนโครแมนเซอร์ครับ" เขาตอบเพียงแค่นั้น
นพยิ้มกว้าง จะว่าไปชื่อคนในปาร์ตี้นี้มีแต่ของกินแหะ ตัวเขาเองเกี้ยวซ่า ไหนจะไอ้อัส ชาอัสสัม ขนมหวาน มาม่าต้มยำ บัวลอย เป็นการเจอกันที่แปลกดีแท้
หวังว่าคงจะเป็นปาร์ตี้ที่สุดยอดต่อไปละนะ....
หรือว่ายังไงดี?
.
.
.
.
จบไปอีกตอนแบบเมามันส์คนแต่ง กร๊ากกกกกกกกกก มันเป็นสุดยอดปาร์ตี้จริง ๆ นะ 5555555 แต่จะสุดยอดอีหรอบไหนเดี๋ยวคอยดูกันต่อไป แค่คิดก็ฮาแล้ว~
ตามสัญญา วันนี้ลงโปรไฟล์ตัวเอกของเราก่อนแล้วกัน
Profile 01
Name : นพ
Age : 18 ปี
Height : ประมาณ 175 cm.
Weight : ประมาณ 58 - 60 kg.
Hair Color : สีดำ
Eye Color : สีดำ
ข้อมูลเกม
User ID : เกี้ยวซ่า
Hair Color : สีน้ำตาลทอง
Eye Color : สีฟ้า
Class : Ranger
Job : Sniper >> Desperado (กำลังเปลี่ยน)
Lv : 45 (ปัจจุบัน)
Weapon : ปืน , มีด
Status :
Information 01
- - เกม Eternal Online เปิดให้บริการมาแล้ว 15 วัน
- - เกม Eternal Online มีระบบเวลากำหนดตายตัว ตั้งแต่เลข 1 จนถึงเลข 6 เป็นช่วงเวลามืด และตั้งแต่เลข 6 ขึ้นไปจนถึงเลข 12 เป็นเวลาสว่าง
- - ผู้เล่นจะสูญเสียค่าประสบการณ์ตามเลเวล เช่นหากผู้เล่นมีเลเวล 67 ก็จะสูญเสียค่าประสบการณ์ 67 เปอร์เซ็น ไม่มีการทบเลเวล
- - ค่า Status ถูกแบ่งเป็น 6 สายสำคัญ ได้แก่
Stamina มีผลต่อการโจมตีโดยใช้อาวุธระยะประชิด
Intelligence มีผลต่อการเรียนรู้และการโจมตีทางเวทมนตร์
Agility มีผลต่อความรวดเร็วและการหลบหลีก
Vitality มีผลต่อพลังป้องกันและพลังชีวิต
Accuracy มีผลต่อความแม่นยำและการโจมตีระยะไกล
Continuity มีผลต่อความต่อเนื่องในการโจมตี ดีเลย์เวทย์และความรวดเร็วในการบรรจุกระสุน
- - เควสที่ปรากฏในปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 257 เควส แบ่งเป็นเควสตามสายอาชีพจำนวน 72 เควสและเควสทั่วไปจำนวน 185 เควส
- - ปัจจุบันมีสายอาชีพที่ปรากฏแล้วในเกมจำนวน 8 สาย และมีอาชีพที่ปรากฏในเกมแล้วจำนวน 69 อาชีพ
- - ไม่มีข้อมูลใด ๆ ในการพิชิตมอนสเตอร์ระดับบอส
- - ปัจจุบันเลเวลสูงสุดในเกมคือเลเวล 65
- - ปัจจุบันพื้นที่ของเกมเปิดให้บริการแล้ว 40% มีจำนวนเมืองหลัก 6 เมือง เมืองย่อย 4 เมือง ดันเจี้ยนทั้งหมด 24 แห่ง
- - พบบั๊กของเกมเป็นจำนวน 1 ครั้ง
- - จำนวนผู้เล่นปัจจุบันอยู่ที่ 625,669 คน เป็นคนไทย 587,338 คน
edit @ 13 Mar 2009 22:00:09 by derick