Title : Eternal Online [EO] : เก็บเลเวลหรรษา (??)
Author : Derick
Genre : Fantasy / Adventure / Sci-Fi (Comedy)
Rating : G
Disclaimer : แต่งมาจากความบ้าเกมเป็นทุนเดิม จริง ๆ อยากแต่งนานแล้วล่ะ แต่ว่าไม่กล้าเพราะรู้สึกว่ามันยากจริง ๆ แถมตอนแรกกะให้เป็นแบบจบในตอน เอาเป็นว่าเริ่มตอนหน้าแล้วกันเนาะ ส่วนโปรไฟล์ตัวละครจะค่อย ๆ ลงหลังจากตอนหน้าแล้วกัน แคะ ๆๆ
**เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงใด ๆ ทั้งสิ้นจ้า**
"ในที่สุด...."
"ในที่สุดก็เปลี่ยนอาชีพแล้ว!!!!!!!!!" นพตะโกนดังลั่นอย่างยินดี มือทั้งสองกำแน่นด้วยความปลาบปลื้มใจ ดวงตาคลอไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความปิติยินดี
.
.
.
.
.
มาย้อนความนิด ๆ กันเถอะ...
เริ่มจากวันที่สุดแสนมหัศจรรย์ของหนุ่มน้อยนาม เกี้ยวซ่า แรนเจอร์ผู้ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้อาวุธโจมตีระยะไกลเอาเสียเลย ด้วยสถานภาพทางร่างกายที่มีความรวดเร็วทะลุเป้า ตามติดด้วยพลังโจมตีด้วยอาวุธระยะประชิด แต่ความแม่นยำที่จำเป็นต้องใช้ในสายอาชีพตนนั้นกลับต่ำต้อยร่อยดิน....
ซึ่งมัน....อุบาทว์สิ้นดี...
ด้วยมิตรภาพอันสูงส่งของเพื่อนรักทั้งในเกมและนอกเกม ชายหนุ่มหน้าตาดีที่เพรียบพร้อมทั้งสติปัญญาและฐานะ พรีสนาม อัสสัม ผู้ซึ่งโลกนี้มีเพียงฉัน(กู)และเพื่อนของฉัน(มึง)เท่านั้น คนอื่นช่างหัวมัน
การช่วยเหลือ(ด้วยความสมเพช)เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เกี้ยวซ่าเดินทางสายผิด อาจเพราะประสบการณ์จากเกมเดิม ๆ ที่เป็นแต่อาชีพสายต่อสู้ระยะประชิด ทำให้เขาไม่รู้ว่าเมื่อเล่นอาชีพต่อสู้ระยะไกลแล้วจำเป็นต้องเลือกอัพค่าสถานะอย่างไรบ้าง
อัสสัมช่วยเกี้ยวซ่าเก็บเลเวลจนสามารถเปลี่ยนอาชีพเป็นขั้นที่สองได้ และในระหว่างการเปลี่ยนอาชีพอันหฤโหดนั่นเองทำให้พวกเขาทั้งคู่ได้พบกับเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นดาร์คพรีสสาวผู้มีดีกรีเป็นถึงหญิงงามแห่งเกม ชายหนุ่มเนโครแมนเซอร์ สุดยอดอาชีพหายากซึ่งเขามีความสามารถพิเศษในการกลมกลืนไปกับสิ่งรอบข้างได้อย่างไม่น่าเชื่อ และนักรบสาวบ้าพาวน์ซึ่งตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดยันตายเธอเป็นเจ้านายตนเองเพียงคนเดียวเท่านั้น
จากความช่วยเหลือ(??)ของคนทั้งสามทำให้อัสสัมสามารถพาเกี้ยวซ่าไปเปลี่ยนอาชีพได้สำเร็จ กลายเป็นเดสพาราโดผู้บ้าระห่ำ ซึ่ง....ใช้มีดเป็นอาวุธ....
จบการย้อนความอันแสนทุเรศ...
.
.
.
.
.
ความจริงทุกข์(??)ของเขามันน่าจะหมดลงตั้งแต่การเปลี่ยนอาชีพแล้วล่ะ แต่ดูเหมือนว่าดาร์คพรีสสาวขนมหวานจะไม่ยอมปล่อยเพื่อนรักของเขาไปง่าย ๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเหมือนกัน เคยได้ยินมาว่าพวกผู้หญิงมักจะรักและหึงหวงรุนแรง.....ก็คงแบบนั้นละมั้ง?
พอเธอไม่ออกคนที่เหลือก็ดูเหมือนว่าจะไม่ออกตาม ในรายของมาม่าต้มยำเหมือนเธอจะค้นพบอะไรบางอย่างในปาร์ตี้นี้ ส่วนบัวลอยผู้ไม่เคยออกปากออกเสียงไม่ต้องบอกเหตุผลน่าจะได้....
ดวงตาสีฟ้ามองไปรอบ ๆ "ลมเย็นสบายจังน้า~"
วันนี้จุดนัดพบของพวกเราอยู่ที่เมืองท่ามาลาร์ด เป็นเมืองท่าเรือสำคัญที่อยู่ในผืนทวีปเดียวกันกับนครแห่งนักบุญ ทางตอนเหนือของแผนที่โลก Eternal Online
ผู้คนมากมายจะมาเลือกซื้อสินค้าที่นับว่ามีราคาค่อนข้างถูก อีกทั้งยังสดใหม่กว่าที่ใด สำคัญกว่านั้นคือเรือของที่นี่เป็นที่เดียวในเกาะนี้ที่จะพาพวกเขาไปยังเกาะและทวีปอื่น ๆ ได้
เส้นทางต่าง ๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสองทางหลักคือทางบกและทางทะเล แน่นอนว่าการเดินทางข้ามทวีปแต่ละครั้งหากใช้การเดินทางทางบกผู้เล่นจะเสียเวลาค่อนข้างมาก ซ้ำยังอาจต้องเสี่ยงชีวิตเดินผ่านฝูงมอนสเตอร์กระหายเลือดแบบไร้ทางชุบแล้วเด้งกลับจุกเกิดง่าย ๆ อีก
การเดินทางทางน้ำจึงปลอดภัยและรวดเร็วที่สุดในตอนนี้ อย่างน้อยจะไปดันเจี้ยนตามเกาะต่าง ๆ ก็คงไม่มีใครบ้าว่ายน้ำไปหรอกนะ "ช้ากันจริง..." เขาบ่นพึมพำ
นักผจญภัยในเกมเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ เด็กหนุ่มขยับกายเพื่อให้พื้นที่ว่างทางฝั่งขวามือของตนเองกว้างมากพอให้ผู้อื่นได้นั่งบ้าง แต่รู้สึกว่าจะขยับมากไปนิด "อ่ะ!! ขอโทษครับ!!!" นพหันไปทางซ้าย ขอโทษขอโพยคนที่เขาคิดว่าเพิ่งทับมืออีกฝ่ายไปเมื่อครู่
พอหันมาประจันหน้าก็ต้องตกใจ ดวงตาและใบหน้าแสนคุ้นเคย "คุณบัวลอย!!!มาแต่เมื่อไหร่ครับ??!!"
เขาไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ ว่ามีคนในปาร์ตี้มาถึงแล้ว สงสัยจะมัวแต่มองที่อื่นเพลินจึงลืมมองรอบตัว ที่สำคัญ....คน ๆ นี้เงียบเกินไป......เงียบเกินไปจริง ๆ (จะเงียบไปไหน...)
ชายหนุ่มยกมือขึ้นชูสาวนิ้ว เล่นใบ้คำอีกแล้ว "3 นาที?" นพว่า
อีกฝ่ายส่ายศีรษะ มืออีกข้างชูสองนิ้วแล้วยกไว้เหนือเลขสาม จนทำให้นพอยากจะซื้อกระดานไวท์บอร์ดให้อีกฝ่ายมาเขียนแทนจริง ๆ พูดได้ทำไมไม่พูดฟ่ะเนี่ย!!! "3....2....2 เท่า?"
เหมือนบัวลอยจะนิ่งคิดอยู่ครู่ แล้วส่ายศีรษะไปมา "ถ้าไม่ใช่ก็....3....30 นาที??!!!" ดวงตาสีฟ้าหันขวับมอง อีกฝ่ายหยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
จะบ้าตาย....มาถึงก่อนเขาอีกเหรอเนี่ย อะไรจะเนียนเทพได้ขนาดนั้น นพยกมือขึ้นเกาศีรษะพลางผงกหัวขึ้นลงเบา ๆ "ขอโทษนะครับผมไม่ได้ทันมองจริง ๆ เลยไม่รู้ว่าคุณบัวลอยมาถึงนานแล้ว"
คนนั่งฟังอยู่ส่ายศีรษะไปมาอีกครั้ง เป็นเชิงว่าไม่เป็นไร นพมองแล้วยิ้มแห้ง ๆ ให้ "ทำไมคุณบัวลอยไม่พูดล่ะครับ?"
อย่าว่าแต่แกเลยเจ้านพ คนเขียนยังสงสัยว่าทำไมหมอนี่มันไม่อ้าปากพูด... เดี๋ยวเขียนไปเขียนมาดันนึกว่าเป็นใบ้ไปทำไงเนี่ย? บัวลอยมองใบหน้าของเด็กหนุ่มพลางนิ่งคิด แล้วทำท่ายักไหล่ ประมาณว่า ‘ก็ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องพูดนี่' อาเมน....
ช่างเป็นการรอคอยที่เงียบเหงาเสียเหลือเกิน นพมองคนรอบข้างตาละห้อย คนช่างพูดอย่างเขามาอยู่กับคนที่ไม่อ้าปากพูดเลยนี่มัน น่าอึดอัดชะมัดยาด....
"ขอโทษนะครับคุณบัวลอยที่ผมคิดแบบนั้น" เขาก้มหน้าลงพึมพำเบา ๆ น้ำตาคลอเบ้าน้อย ๆ ด้วยความรู้สึกผิด
ดูเหมือนคนถูกนินทาจะได้ยิน ชายหนุ่มก้มหน้าลงต่ำแล้วแหงนมองใบหน้าของอีกฝ่ายที่ก้มอยู่นั่น ดวงตาสีฟ้าลืมสบมองประจันเข้ากับสายตาคมเข้มเป็นมิตรนั่นพอดิบพอดี
"เหวอ!!" ตกใจรอบที่ร้อย เขารีบเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียหลักหงายหลัง
แต่โชคดีที่ดันไปหงายใส่ใครบางคนเสียก่อน "อยากหัวแตกตายรึไง?" อัสสัมก้มหน้าลงลองเพื่อนตนซึ่งบัดนี้หัวกลม ๆ ของมันพิงอยู่บนช่วงท้องเขา
"แหะ ๆ" จะบอกได้ไงว่าตกใจจนเกือบฆ่าตัวเองทางอ้อมน่ะ....
อัสสัมเหลือบมองยังสมาชิกอีกคน "หวัดดี" เสียงเข้มเอ่ยทัก อย่างน้อยการทักทายกับคนอื่นที่นอกเหนือจากนพนั่นหมายถึงระดับความเป็นมิตรที่เด็กหนุ่มตัวสูงคนนี้มีให้ อย่างน้อย....อะนะ...
บัวลอยยิ้มน้อย ๆ พลางยกมือขึ้นเป็นเชิงทักทายตอบ นพหันมองทั้งสองสลับไปมา เวลาโดนล้อมด้วยสองคนนี้มันรู้สึกไม่ชินทุกทีสิน่า....ใครดันใช้ให้เขาเกิดมาหน้าตาธรรมดาในหมู่หนุ่มหล่อเองล่ะ!
แล้วก็เข้าสู่อีหรอบเดิม สายตาหลายคู่ที่เคยมองไปที่อื่นกับมากระจุกรวมกันด้วยความสนใจอย่างรุนแรงยังที่นี่ นพคิดว่าตอนนี้ตนเองกำลังตัวหดเหลือแค่นิ้วสองนิ้ว โดยที่เพื่อนเขาทั้งคู่กลับยิ่งขยายใหญ่ขึ้น ๆ ชักอยากได้สกิลความไม่สนใจชาวบ้านของไอ้สองคนนี้มาบ้างจริง ๆ
"หน้าตาดีทำไรไม่น่าเกลียดสินะ...เฮ้อ...." เขาถอนหายใจยาว
เกือบชั่วโมงแล้วที่เขานั่งรอสองสาวของกลุ่ม เด็กหนุ่มพยายามกวาดสายตามองไปทั่ว ติดต่อไปก็ไม่รู้ได้รับข้อความรึเปล่า ทั้ง ๆ ที่สถานะมันก็ขึ้นว่ากำลังออนไลน์อยู่แท้ ๆ
"แบบนี้ไงฉันถึงได้เบื่อ" อัสสัมเบ้หน้าไม่สบอารมณ์ให้กับการรอคอยที่ไม่รู้จะจบลงเมื่อไหร่นี่
นพตบบ่าเพื่อน "เอาเหอะน่า...บางทีคุณหวานกับมาม่าเขาอาจเดินหาซื้อของกันอยู่ก็ได้"
ดวงตาคมเหลือบมอง "นายมันก็เป็นเสียแบบนี้"
นินทาได้ไม่ทันไรคนที่พวกเขารอคอยก็ปรากฏตัวขึ้น สองสาวเดินมาอย่างมาดมั่น แหวกผ่านผู้คนมากมายเข้าหาชายหนุ่มทั้งสามที่ตกเป็นเป้าสายตาในขณะนั้น ซ้ำยังทำท่าทีแปลก ๆ แล้วจงใจก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างที่ข้างหูของนพ
เด็กหนุ่มผู้นั่งอยู่ตรงกลางถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก "อะ....เอ๋??"
พรีสสาวหัวเราะคิกคักพลางขยิบตาให้เด็กสาวที่เดินมาด้วยกัน ทั้งสองปฏิบัติหน้าที่ก้มลงประกบใบหูคนละฝั่ง ตอนนี้นพผู้ดูจะโดนกลั่นแกล้งง่ายที่สุดถึงกับมึนตึบ ใบหน้าแดงจนออกสีชัดเจน
ริมฝีปากบางขยับพร้อมกัน "เป็น__สาธารณะนี่ลำบากจังเลยเนาะ!!" (จงเติมคำในช่องว่างให้ถูกต้อง)
คนถูกเอ่ยใส่อ้าปากค้างอย่างงง ๆ พยายามจะนึกถึงสิ่งที่ตนได้ยินเมื่อครู่ ก่อนจะเงยหน้ามองหญิงสาวทั้งสองสลับกันไปมา แล้วหันไปหาเพื่อนของตนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"อะไร??" อัสสัมเอ่ยถาม คนทั่วไปฟังคนเป็นการตัดพ้อ แต่จริง ๆ แล้วหมอนี่มันถามว่าเกิดอะไรขึ้นต่างหากล่ะ
นพส่ายศีรษะไปมา "ไม่รู้สิ...."
ขนมหวานหัวเราะ มือหนึ่งฉุดร่างตรงกลางให้วิ่งตามไป "ไปกันเถอะค่ะ!!"
จุดหมายของวันนี้คือ เกาะไจเมส เกาะของเลเวลระดับกลางที่ว่ากันว่าคือบ่อเงินบ่อทองอันดับต้น ๆ ของเกม นอกจากเลเวลที่สามารถขึ้นได้เรื่อย ๆ แล้ว ไอเท็มและของมีค่าต่าง ๆ ยังขายได้ในราคาสูง ที่สำคัญเกาะแห่งนี้ยังมีแรร์ไอเท็มอันเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่ถึงสามชิ้นด้วยกัน!
แน่นอนว่าช่องทางหาตังนี่ดูจะเป็นความลับในหมู่ของผู้ชื่นชอบของแปลกประหลาดเท่านั้น นพเหล่มองบัวลอย คนที่จิ้มเกาะแห่งนี้ในแผนที่ใหญ่เพื่อตอบคำถามของขนมหวานที่ว่า ‘เลเวลไหนรวยเร็วสุด?!'
มันทำให้เขาอยากรู้จริง ๆ ว่าปัจจุบันหมอนี่มีเงินเก็บอยู่เท่าไหร่ "ว่าแต่อีกนานไหมหว่าจะถึง?"
"ทำไมคะ?" ขนมหวานเอ่ยถาม ดูเธอจะเพลิดเพลินกับสายลมและทะเลอันแสนกว้างใหญ่นัก
ผิดกับเขาที่จะตายแหล่มิตายแหล่ เอาคอพาดขอบเรืออยู่อย่างหมดแรง "มะ....ไม่มีอะไรครับ..."
อัสสัมที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หัวเราะ "แม้แต่ในเกมแกยังเมาเรืออีกนะ"
ดวงตาสีฟ้าค้อนขวับ "ก็ใครใช้ให้มันทำเหมือนจริงขนาดนี้ละเว้ย!!" พูดมากก็จะอ้วกตาม...
นั่งเรือมาได้เกือบยี่สิบนาที เล่นเอาของภายในกระเพาะออกมาเป็นอาหารปลาไปแทบหมด นพพยายามเงยหน้ามองเกาะที่เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างไกลอยู่ลิบ ๆ อย่างยากลำบาก อัสสัมหัวเราะพลางยกมือขึ้นลูบหลัง
"หมดไส้ยัง?"
ไม่มีแรงจะเถียงแล้ว "เออ...."
หากนับพวกเขาทั้งห้าคนด้วยแล้ว ผู้คนบนเรือที่เดินทางมาเกาะแห่งนี้ก็มีราว ๆ ร่วมสามสิบคน ตอนแรกเขาก็แปลกใจว่าเหตุใดไอ้เกาะทำเงินนี่ถึงได้มีคนไปมาน้อยนัก แต่พอเท้าแตะผืนทราย ตามองลอดผ่านช่องทางของป่าเข้าไปภายในก็พบคำตอบ
ว่าต้นไม้หนาทึบแล้ว แต่ผู้คนเยอะเสียยิ่งกว่า... "อะไรมันจะมากมายขนาดนี้ ชักอยากเมาคนมากกว่าเมาคลื่นแล้วสิ..."
"กลับเหอะ...คนเยอะเดี๋ยวก็มีปัญหาอีก" พรีสหนุ่มว่า เบื่อกับการเก็บเลเวลที่ต้องมีคนคอยช่วยแบบไม่ต้องการจริง ๆ
แต่ดูเหมือนว่าคนมาก ๆ จะไม่ได้เป็นอุปสรรคให้สองสาวเลยสักนิด มาม่าหยิบเอาดาบของตนออกมาเตรียมพร้อม นัยน์ตาสีม่วงเป็นประกายวาววับ "ใครกวนก็ฆ่ามันเสียเลยสิ!"
นพรู้ว่าเธอไม่ได้พูดเล่น.... "เอาไงดีครับ?" เขาหันมองคนชวน
บัวลอยยิ้มพลางชี้ไปทางด้านซ้ายของเกาะ แล้วออกเดินนำไป ทุกคนมองหน้ากันก่อนจะเดินตามไปติด ๆ แม้จะไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่ แต่ในที่นี้ก็มีเพียงบัวลอยเท่านั้นที่เคยมา
หวังว่าคงจะไม่เป็นไรนะ "จะไปไหนหรือครับคุณบัวลอย?"
พวกเขาเดินลึกเข้ามาตามทางที่ชายหนุ่มเป็นคนนำ นพพยายามกวาดสายตามองโดยรอบเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีตัวอะไรโผล่เข้ามาทำร้ายพวกเขาจริง ๆ ยิ่งเดินก็ยิ่งลึก ลึกจนผู้คนมากมายที่อยู่ภายนอกเริ่มหดหายไปเรื่อย ๆ จนเหลือเห็นได้บ้างเพียงประปราย
บัวลอยหยุดเดินแล้วชี้ไปยังเบื้องหน้า เดสพาราโดหนุ่มเดินแหวกต้นพืชเตี้ยเข้าไปยังภายใน พื้นที่โล่งรอบ ๆ น้ำตกขนาดพอประมาณ แอ่งน้ำกว้างที่มีมอนสเตอร์ชุกชุม "สุดยอด....มีที่แบบนี้ด้วย...." ที่ ๆ สวย เงียบ และไม่มีคนมาคอยรบกวน
"ไม่แปลกไปหน่อยหรือไง คนตั้งมากมายแต่ไม่เห็นมีใครมาแถวนี้เลย" อัสสัมยืนเอามือเท้าคางคิด
มือเรียวตบเข้ากลางแผ่นหลังกว้างจนเกิดเสียงดัง "อะไรกันจ้าพ่อพรีสหนุ่มรูปงาม กลัวรึไงกัน?" ขนมหวานส่งสายตากวนให้
"จะกลัวทำไม!!ลุยมันเลยสิ!!!" ไนท์สาวเดินจ้ำพรวด ๆ เข้าไป แต่เพียงแค่เท้าของเธอแตะผืนดินที่เข้าสู่เขตน้ำตกนั่น มือของบัวลอยก็คว้าเอาแทบหงายหลัง
ใบหน้าคมส่ายไปมาอย่างรวดเร็ว นพจับความได้อะไรบางอย่าง "คุณบัวลอยกำลังจะบอกว่าอันตรายงั้นหรือครับ?"
ชายหนุ่มพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว มือหนึ่งหยิบเอาตุ๊กตาประหลาดขึ้นมา พลางใช้มีดพกกรีดนิ้วตนจนหยาดโลหิตสีแดงข้นไหลซึม แล้วเขียนอักขระอะไรบางอย่างลงไป
ตุ๊กตาตัวนั้นกลายเป็นมอนสเตอร์รูปร่างประหลาด เหมือนกับการเอาวัตถุหลาย ๆ อย่างมาประกอบรวมกันจนเป็นตัวเป็นตนขึ้นมา นพพยายามนึก....มันเหมือนกับปีศาจในพวกเกมหรือการ์ตูนที่เกี่ยวกับฮาโลวีนยังไงยังงั้น
มันมุ่งหน้าตรงเข้าไปยังน้ำตกด้านใน แต่เพียงแค่เข้าเขต เท้ายังมิทันจะได้สัมผัสกับน้ำ มอนสเตอร์ที่อยู่รายรอบนับสิบก็กรูกันเข้ามารุมเจ้าตัวนั้นด้วยความกระหายการต่อสู้ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเมื่อไม่สามารถจับสัญญาณการมีชีวิตได้
ภาพทั้งหมดปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มเพื่อนรักสองคนกลืนน้ำลายฝืดคอ "ขะ....เข้าใจแล้ว ต้องระวังให้มากสินะ...."
บัวลอยปรบมือพลางทำหน้ายิ้มแย้ม ทำไมเขาไม่ดีใจกับสิ่งที่ได้รับสักนิดเลยนะ "ท่าทางจะงานใหญ่ แค่พวกมันฟาดกันคนละตุบก็แย่แล้ว"
ขนมหวานใช้ไอเท็มตรวจดูความสามารถของมอนสเตอร์ โดยส่องผ่านไปยังมอนสเตอร์ตัวใหญ่ มือและเท้าเป็นพังพืด หางเป็นปลา มีคลีบกลางหลัง เล็บยาวคม ลำตัวเป็นเกล็ดสีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำ
"เมอร์แมน ธาตุน้ำระดับ 3 แพ้สายฟ้า โจมตีสูง ป้องกันระดับกลาง ระดับการเคลื่อนไหวถือว่าช้า..." ดาร์คพรีสสาวว่า
"จุดอ่อนแค่เคลื่อนไหวช้าเนี่ยนะ...เรื่องธาตุไม่ต้องพูดถึง เราไม่มีเวทมนตร์เลยสักคน...." อัสสัมกอดอกพิงต้นไม้อย่างหงุดหงิด
นพเริ่มรู้สึกอยากจะออกไปแย่งตีกับพวกข้างนอกขึ้นมาบ้างแล้วสิ "แล้วอีกตัวล่ะครับ?" เขาเหลือบมองไปยังตัวสีดำ ๆ ที่มีขนาดเล็กกว่าเจ้าเมอร์แมนเล็กน้อย อยากจะบอกว่ามันคือ ปลิงควาย ดี ๆ นี่เอง!!!
"ลีเชอร์ ธาตุน้ำระดับ 1 แพ้สายฟ้า โจมตีสูง ป้องกันต่ำ การเคลื่อนไหวปานกลาง มีสกิลพิเศษในการดูดซับเลือดของศัตรูเป็นของตนเอง"
"จบเห่...ปกติโจมตีก็จะไม่ได้อยู่แล้วนะ!!!" นพยกมือขึ้นขยี้ผมตนเอง อยากจะเป็นบ้าตาย
อัสสัมมองเพื่อนตน "จะพึ่งกระสุนสายฟ้าก็ไม่ได้ ดันมีแรนเจอร์ห่วย ๆ ที่อัพ STA ทะลุล้านอยู่..."
ราวกับโดนหอกนับพัน ธนูนับล้านพุ่งตรงมาเสียบกลางใจดำ ฉึก ๆๆๆ ไม่หยุด "เออ...กุผิดเองล่ะ ก็คนมันไม่เคยเล่นนี่เว้ย!!"
ขนมหวานมองการสนทนาของเพื่อนทั้งสอง "แล้วทำไมไม่เล่นอาชีพที่เคยล่ะคะ?" เธอยิ้ม ในใจนี่คงด่าโง่ไปหลายตลบแล้วล่ะ
"เพราะปืนคู่มันเท่ห์น่ะครับ!!!" ดวงตาสีฟ้าเป็นประกายมาดมั่น
คำตอบที่ทำเอาคนฟังต่างนิ่งอึ้ง มาม่าที่ยืนกำดาบอยู่อยากจะเอาดาบของเธอเฉาะกบาลไอ้บ้านี่จริง ๆ "งี่เง่าชะมัด..."
พอโดนรุมด่าเขาก็พยายามเปลี่ยนเรื่อง "แล้วตกลงจะเอายังไงดีครับ? ไปข้างนอกดีไหม?"
"ถ้าใช้เวทย์ของเนโครฯทำให้กลายเป็นผีดิบล่ะ?" พรีสหนุ่มว่า
"เอาสมองส่วนไหนคิดยะ กว่าจะสาปติด กว่าจะฆ่าตาย วันนี้ก็ไม่มีทางได้เลเวลเกิน 10 เปอร์แน่!" ขนมหวานสวนกลับทันควัน
นพคิดว่าการที่บัวลอยพามาคงต้องมีวิธีบางอย่าง "คุณบัวลอยมีวิธีอะไรจัดการไหมครับ?"
สายตาทุกคู่จ้องไปยังผู้ถูกถาม บัวลอยทำท่านิ่งคิดก่อนพยักหน้าขึ้นลง เขาหยิบไอเท็มประหลาดออกมาอีกครั้ง พลางบอกให้นพและมาม่าเอาอาวุธของตนออกมา
ทั้งคู่หยิบอาวุธตนเองออกมาอย่างงง ๆ "แล้ว?"
บัวลอยหยดน้ำยาภายในขวดนั้นลงบนตัวดาบ แล้วร่ายคาถาบางอย่าง ครู่หนึ่งดาบและมีดของพวกเขาก็เกิดประจุไฟฟ้าห่อล้อมโดยรอบ อัสสัมมองก่อนทุบบนมือของตนอย่างเข้าใจ "เปลี่ยนธาตุอาวุธ!! ไม่คิดว่าอาชีพเนโครฯจะทำได้!!"
ก่อนที่จะเป็นอาชีพเนโครแมนเซอร์นั้น บัวลอยเป็นอาชีพเอนเชนท์เจอร์สายเอลละเมนท์มาก่อน ซึ่งสายนี้มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงธาตุต่าง ๆ ได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง
"งั้นก็ดีเลย เกี้ยวซ่า เธอมีเอจิเยอะสุดในกลุ่มพวกเราฉะนั้นออกไปล่อมันมาซะ มาม่าน้องรอคอยโจมตีอยู่แถวนี้ บัวลอยคอยใช้เวทย์เปลี่ยนธาตุแล้วก็สนับสนุนเท่าที่ทำได้ ส่วนนายบาทหลงก็คอยเพิ่มพลังชีวิตแล้วก็สนับสนุนไปด้วย โอเคไหม?"
คนถูกสั่งปลายตามอง "แล้วเธอล่ะ?" อัสสัมถาม
"ฉันเป็นแค่ดาร์คพรีสสาวบอบบาง แถมเวทย์ของฉันก็ใช้กับพวกนี้ไม่ได้ผล ฉะนั้นจะคอยช่วยอยู่ไกล ๆ นะจ๊ะ" ใบหน้าหวานทำท่าทางไร้เดียงสา น้ำเสียงออดอ้อนเป็นที่สุด
นพเห็นเพื่อนยืนกำมือแน่นก็รีบเข้าไปคว้าอย่างถูกจังหวะ "ใจเย็น ๆ คุณหวานเขาแค่ล้อเล่นน่า เดี๋ยวก็ช่วย ๆ กันนั่นแหละ"
ใครว่าล้อเล่น...อัสสัมมั่นใจล้านเปอร์เซนต์ว่าคุณเธอจะนั่งดูดอย่างสบายอารมณ์แน่ ๆ!! แต่เอาเถอะ....พูดไปก็ใช่ว่าจะทำให้อะไรดีขึ้น "ช่างมัน..." เขาหันไปเพิ่มเวทย์ซัพพอร์ดต่าง ๆ ให้คนที่เหลือ
นพกำมีดในมือแน่น ก่อนจะพุ่งตรงไปยังมอนสเตอร์รอบนอกที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว พอเห็นว่าอยู่ในระดับสายตาของมันเขาก็หยุดการเคลื่อนไหว แล้วเปลี่ยนเป็นค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้แทน
มอนสเตอร์ตัวนอกสุดเดินตามเขามาอย่างสุดกำลังที่มันจะทำได้ เด็กหนุ่มล่อมันมาจนถึงระยะโจมตีที่ตั้งไว้ โชคดีที่เขามีอัตราการหลบหลีกสูง ไม่ยังงั้นกว่าจะรอให้มาถึงที่หมายก็ตายได้เหมือนกัน
ก็ใครใช้ให้มันเดินช้าขนาดนี้ล่ะ "มาแล้ว!!"
เด็กสาวผู้ถือดาบแสยะยิ้ม "กำลังรออยู่เลย...เอานี่ไปกิน! BullRock!!" ดาบถูกเงื้อจนสุดแขนแล้วฟาดลงบนตัวมอนสเตอร์เต็มกำลัง ก่อนจะงัดขึ้นจากพื้นดินแล้วฟันเสยอีกครั้ง
1120!
1330!!
2450 DMG!!!
ตัวเลขสีน้ำเงินสดอันเกิดจากการสร้างความเสียดายปรากฏขึ้นซ้อนกันสองครั้ง ก่อนจะขึ้นเป็นค่าความเสียหายรวม ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านักดาบหญิงจะมีพลังโจมตีสูงขนาดนี้ พวกที่เหลือมองอย่างอึ้ง ๆ
พอตั้งสติได้นพก็จับมีดของตนเองฟันเข้าใส่มอนสเตอร์บ้าง "เอาละนะ!"
257! DMG!
221! DMG!
226! DMG!
Merman Dead!
เขาฟันมอนสเตอร์เป็นจังหวะตามความรวดเร็วของการโจมตีเท่าที่ตนสามารถทำได้ เพียงไม่กี่ครั้งมันก็ล้มตัวลงนอน ค่าประสบการณ์ เงินที่ได้และไอเท็มต่าง ๆ ถูกหารกันไปตามการสุ่มของระบบ
ได้รับ!!
เกี้ยวซ่า EXP+320 Gold+200
อัสสัม EXP+380 Gold+200
ขนมหวาน EXP+250 Gold+200 Item+สมุนไพรระดับ 3
บัวลอย EXP+180 Gold+200
มาม่าต้มยำ EXP+650 Gold+200 Item+แร่อัพเกรดระดับ 2
สำหรับคนที่สร้างความเสียดายได้มากที่สุดก็ไม่แปลกหรอกว่าจะได้ของดีและค่าประสบการณ์เยอะ แต่ไอ้คนที่นั่งเฉย ๆ นี่สิ...พลังเวทย์ได้เสียสักนิดก็ไม่มี พลังชีวิตลดสักนิดก็ไม่ แต่ดันได้ของไปเสียเฉย
ดวงตาของอัสสัมหันมองอย่างไม่สบอารมณ์ ขนมหวานนั่งอมยิ้มอยู่ห่าง ๆ "สู้ ๆ นะค้า~"
พวกเขาเก็บเลเวลโดยอาศัยแผนแบบเดิมไปเรื่อย ๆ แต่แล้วจู่ ๆ เวทย์วงใหญ่จากไหนก็ไม่รู้ปรากฏขึ้นกลางลาน มันหมุนวนอยู่ครู่ก่อนจะทิ้งสายฟ้ารุนแรงลงสู่เบื้องล่างหลายสิบสาย แล้วระเบิดจนพื้นน้ำแตกกระจาย มอนสเตอร์ที่อยู่ในบริเวณนั้นได้รับความเสียหายไปตาม ๆ กัน...
"มาเลยเจ้าพวกมอนงี่เง่า!!!" เสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนลั่น
พวกเขาทั้งหมดหันมองไปยังต้นเสียงซึ่งโผล่ออกมาจากป่าทางฝากด้านข้าง เลยจากพวกเขาไปทางด้านบนเล็กน้อย เธอเป็นหญิงสาวผมสีดำสนิท ดวงตาสีฟ้าใส ตัวเล็กน่ารัก อ่า....ถ้าเทียบกับคนอื่นอาจจะดูเตี้ยไปหน่อยละมั้ง
"เด็กเหรอเนี่ย?" นพพึมพำ ดูจากขนาดตัวแล้วคิดว่าคงไม่เกินประถมแน่ ๆ
ว่าแล้วอีกฝ่ายก็หันขวับราวกับมีหูนรก "ไม่ใช่เด็กนะยะ!!! Thunder Storm!!!!" เวทย์สายฟ้าแบบเดิมถูกร่ายอีกครั้ง มันลงตรงจุดเดิมอย่างรุนแรง
เล่นเอามอนสเตอร์โดยรอบนั่นหายวับไปกับตา ความน่ากลัวของนักเวทย์เป็นแบบนี้เองสินะ เด็กสาวเดินมามองพวกเขาพลางก้มลงเก็บของอย่างอารมณ์ สายตาของเธอส่งมาเย้ายวนกวนให้โมโหนัก
แต่แล้วการกระทำของเธอก็หยุดลงแทบจะทันที นพดูจะงงเป็นพิเศษ ทำไมวันนี้โดนมองจังเลยว่ะ "มะ...มีอะไรครับ?" เขาค่อย ๆ ถอยหลังเข้าไปหาเพื่อนรักตามสัญชาตญาณเดิม
เด็กสาววิ่งพรวดเข้าหา ดวงตาสีฟ้าจ้องมองชายหนุ่มทั้งสามสลับกัน "หืม....."
มาม่ามองแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ในตอนแรกเธอนึกอยากจะฆ่า ๆ ให้ตายในข้อหารบกวนการเก็บเลเวลของเธอ แต่พอเห็นปฏิกริยา และเหลือบมองไปยังพี่สาวของหลุ่มที่นั่งยิ้มอยู่ก็ทำเอาเธอเปลี่ยนใจ
"พวกเดียวกันสินะ...." ดวงตาสีม่วงแย้มยิ้ม
นพไม่รู้หรอกว่าเธอมองทำไม เพราะตอนนี้ดวงตาของชายหนุ่มมองผ่านเด็กสาวร่างเล็กไป มองไปยังมอนสเตอร์กลุ่มใหญ่ที่ต่างกรูกันเข้ามาทางพวกเขา ทำไมรู้สึกว่าตอนนี้มันวิ่งกันเร็วนักก็ไม่รู้
"แย่แล้ว!!" เขาร้องพลางชี้ไปทางด้านหลัง
เด็กสาวนักเวทย์คนเดิมหันมองตาม เธอยิ้มก่อนจะวิ่งเข้าใส่แล้วเริ่มร่ายเวทย์ด้วยความสนุกอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันจะจบบท มือที่เต็มไปด้วยพังพืดหนาของเมอร์แมนก็หวดใส่เธอเข้าเต็มรัก จนกระเด็นไปติดกับต้นไม้อีกฝั่ง
1569 DMG!!
ตัวอักษรสีแดงปรากฏชัดจนน่ากลัว ดูจากอาการแล้วไม่น่าจะรอด เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายก่อนค่อย ๆ ถอยหลังหนี "แบบนี้ท่าจะแย่นะ...."
"จะไปกลัวอะไร...." ขนมหวานลุกขึ้นยืนพลางเดินไปด้านหลังของนพ
เธอหยิบหนังสือของเธอแล้วหวดเข้าเต็มแผ่นหลังของแรนเจอร์หนุ่ม "เอจินายเยอะสุดก็ไปล่อมันซะ!"
พอเห็นเพื่อนถูกผลักเข้าหาความตายอัสสัมก็เริ่มอยู่ไม่นิ่ง "เฮ้ย!!!ทำอะไรของเธอน่ะ!!"
"ก็....หาทางเอาตัวรอดให้ปาร์ตี้ไงจ๊ะ~" เธอยิ้มกว้าง
บัวลอยมองเพื่อนในกลุ่มที่พยายามจะวิ่งหลบดงฝ่าเท้าของมอนสเตอร์สุดชีวิตอย่างลน ๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร จะใช้เวทย์บทไหนได้ และในขณะที่กำลังคิดหาทางอยู่นั่นเอง มือของใครบางคนก็คว้าเอาตัวของเขาให้ก้าวตามไป พอเหลือบมองอีกทีสิ่งที่เห็นก็กลายเป็นมือและเท้าที่เต็มไปด้วยพังพืดนั่น
865 DMG!
1010 DMG!
756 DMG!
ค่าความเสียดายสีแดงสดปรากฏขึ้นรวดเดียว ทำเอาคนยืนเถียงอยู่สะดุ้งเฮือก ร่างของบัวลอยปลิวละล่องลงไปตกใกล้ ๆ กับศพของนักเวทย์หญิงเมื่อครู่ แล้วนอนแน่นิ่งไปอย่างไร้การตอบโต้ใด ๆ มีเพียงข้อความที่ถูกส่งให้คนในปาร์ตี้เห็นเท่านั้น
บัวลอย Dead...
มองแล้วสถานการณ์คงรอดยาก อัสสัมพยายามช่วยเพิ่มพลังชีวิตให้นพไม่หยุด และสุดท้ายก็ประสบชะตากรรมเดียวกับบัวลอย เขาถูกไนท์สาวที่ถึกที่สุดในกลุ่มคว้าเอาไปเป็นโล่กันมือกันเท้ามอนสเตอร์
442 DMG!
357 DMG!
661 DMG!
337 DMG!
224 DMG!
เพิ่งจะตระหนักได้ถึงคำว่า ‘เลือดไหลเป็นน้ำ' ก็คราวนี้ นพมองค่าความเสียหายที่เพื่อนของตนได้รับก็ถึงกับพูดไม่ออก "เวรกรรม..." สองขาแม้จะยังคงไม่หยุดวิ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะหลบหลีกการโจมตีได้ทุกเม็ด
"สถานการณ์ไม่ดีอีกแล้ว อันเจอกันบนจุดเซฟเกาะนะจ๊ะ บาย~" ว่าจบเธอก็โบกมือลาแล้วใช้สกิลของดาร์คพรีสพาตนเองกลับจุดเซฟทันที
ดวงตาสีม่วงของนักรบสาวกวาดมอง ดาบในมือถูกเก็บเข้าฝัก "งั้นฉันก็ไปรอที่นั่นนะ ไปและ..." สกิลที่ใช้สำหรับหนีฉุกเฉินถูกงัดออกมาใช้ เพียงชั่วครู่ร่างของเธอก็วิ่งไปโผล่อยู่ตรงกลางทางด้านในป่าแล้ว
นพมองแล้วอยากจะร้องไห้... ทำไมไอเท็มที่ใช้พากลับเซฟมันถึงไม่มีขายให้พวกเลเวลต่ำ ๆ อย่างเขาบ้างนะ!! ไอ้เกมโหด!!! "ตายอีกแล้วสินะ....ฮะ ๆ" หัวเราะทั้งน้ำตา...
อัสสัมเองก็ใช่ว่าจะถึกหนักหนา แม้จะมีพลังป้องกันสูงกว่าอาชีพอื่นบ้างก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าพลังชีวิตจะสูงตามไปด้วย ซ้ำค่าความเสียหายที่โดนเมื่อครู่ก็ทำเอาเขากระอักเลือดเหมือนกัน ชายหนุ่มกวาดตามอง
"ขอโทษนะ..." ว่าแล้วก็ใช้สกิลพาตนเองหนีออกจากพื้นที่บริเวณนั้นทันที
นพนอนมองคำสั่งที่ปรากฏขึ้น ช่างเป็นอะไรที่แสนคุ้นเคยเสียเหลือเกิน...เลเวล 45...ลดไป 45 เปอร์เซนต์ สรุปแล้วการมาหาเลเวลในวันนี้ สิ่งที่ได้กลับไปจุดเซฟคือเงินจำนวน 1500 ไอเท็มเติมพลังระดับ 3 จำนวน 2 ชิ้น และ...ค่าประการณ์ 0 ....
สรุปแล้ว...
การเก็บเลเวลเป็นปาร์ตี้มันทำให้เลเวลขึ้นไวจริง ๆ หรือ?....
ยังคงเป็นปริศนาต่อไปสินะ...
.
.
.
.
.
.
Profile 02
Name : อารัสซัน
Age : 17 ปี
Height : ประมาณ 185 cm.
Weight : ประมาณ 70 - 75 kg.
Hair Color : ทองสว่าง
Eye Color : สีเขียว
ข้อมูลเกม
User ID : อัสสัม
Hair Color : ทองสว่าง
Eye Color : เขียว
Class : White Magic
Job : Priest >> Holy Priest (ยังไม่เปลี่ยน)
Lv : 46 (ปัจจุบัน)
Weapon : แกรนด์ครอส (ไม้เท้ายาวสีเงินตรงปลายมีกางเขนประดับ)
Status :
edit @ 17 Mar 2009 13:44:26 by derick