2009/Mar/26

 

SFic KHR : Surrender to you

 

Pairing : 6927

 

Author note :  สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะเซล  มีความสุขมาก ๆ เน้อ  พี่ต้องขอโทษจริง ๆ ถ้าแต่งออกมาแล้วไม่ถูกใจเรา  ช่วงนี้สกิลการแต่งตกต่ำมาก ๆ อาจเพราะมัวแต่หมกมุ่นกับแอดเฮียร์จนทำให้แต่งอย่างอื่นไม่ออก เหอ ๆ ต้องขอโทษจริง ๆ เน้อ

 

 

Happy Birth Day

To

Selzere

26/03/2009

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความพ่ายแพ้ที่เกิดขึ้นช่างน่าขบขันนัก....

 

 

 

 

ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองใบหน้าของผู้ที่ยืนถือแฟ้มเอกสารอยู่ข้างโต๊ะทำงานตัวใหญ่  มือเรียวเท้าปลายคางของตนนิ่ง  เหมือนจงใจจะหาคำตอบอะไรสักอย่างให้ได้จากนัยน์ตาสองสีแปลกประหลาดนั่น  นาทีแล้วนาทีเล่า ผ่านไปจนคนถูกมองรู้สึกหงุดหงิด

 

มุคุโร่สาวเท้ามาใกล้  ใบหน้าคมเลื่อนเข้าปะทะ  "จะมองอีกนานไหมครับ?"

 

"ก็จนกว่าจะหาคำตอบได้ละมั้ง?"  สึนะยิ้มกว้าง  ไม่ได้หวั่นเกรงอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

ชายหนุ่มยืนตรงพลางถอนหายใจยาว  มือข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นกุมศีรษะ  "ถ้ามองแล้วงานเอกสารเดินไปด้วยผมก็จะไม่ว่าหรอก  แต่นี่วองโกเล่หยุดทำงานมาจะร่วม 20 นาทีแล้วนะครับ"  เสียงทุ้มเอ่ยแกมต่อว่า

 

คนถูกว่าก้มลงมองเอกสารบนโต๊ะ  แล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มสลับไปมา  "ถ้าฉันทำได้จริง ๆ ฉันคิดว่าฉันคงรู้คำตอบที่ต้องการไปนานแล้วล่ะ"

 

มุคุโร่รู้สึกว่าตนเองกำลังนั่งเถียงอยู่กับเด็กเอาแต่ใจที่ไม่มีวันรู้จักโต  ให้ตายเถอะ...ตั้งแต่เมื่อไหร่นะที่ดวงตาคู่สวยส่องประกายของเพลิงนภางดงามนั่นถึงได้กลายเป็นแบบนี้  ไม่สิ...ต้องถามว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่กลายมาเป็นแบบนี้

 

ตามปกติแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยที่จะต้องมายืนคอยเฝ้าดูแลการทำงานของบอสวองโกเล่  แต่โกคุเทระมือขวาแสนหวงเจ้าของรายนั้นดันติดภารกิจสำคัญที่จะต้องบินไปเจรจาการค้าแทน  เพื่อลดความเสี่ยงโดยไม่จำเป็นต่อชีวิตของสึนะโยชิ

 

ทำให้ภาระที่เหลือตกมาเป็นของเขาที่ดันไม่มีงานจำทำในช่วงนี้พอดิบพอดี  "รีบสะสางให้เสร็จเถอะครับ  ผมไม่ได้มีเวลามานั่งรอคุณทั้งวันหรอกนะ"

 

ริมฝีปากบางทำท่าจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่างก่อนจะปิดนิ่งลง  ดวงตาสีน้ำตาลก้มลงมองงานตรงหน้านิ่ง  มือเริ่มขยับลงนามในเอกสารต่อดังเดิม  "ฉันรู้..."  เขาพึมพำเบา ๆ

 

คิ้วเรียวเลิกสูงอย่างแปลกใจให้กับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันนั่น  มุคุโร่พยายามมองสีหน้าอีกฝ่าย  ใบหน้าหวานดูหม่นหมองลงทันตา  เพราะเขางั้นหรือ?

 

ความรู้สึกมากมายไหลล้นท่วมในห้วงความคิดและจิตใจ  ชายหนุ่มกำมือแน่นอยู่นานก่อนจะตัดสินใจวางแฟ้มในมือของตนลงบนที่ว่างที่เหลือเพียงน้อยนิดบนโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่นั่น  แล้วหันหลังให้คนก้มหน้าก้มตา

 

"ผมจะให้คนมาคอยดูแลแทน  หากมีอะไรก็ให้คนไปตามผมได้ที่ห้องสมุดนะครับ"  มุคุโร่เอ่ยพลันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

 

เสียงบานประตูปิดลงแผ่วเบา  ดวงตาสีน้ำตาลเงยมองไปยังทิศทางนั้น  "ฉันยังไม่รู้คำตอบเลยนะ...."

 

 

 

 

ทั้ง ๆ ที่ไม่คิดจะเปิดใจ  ทั้ง ๆ ที่ไม่คิดจะให้ใครเข้ามาครอบครอง....

 

 

 

 

มุคุโร่ไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือเลยสักนิด  ถึงจะเป็นเล่มที่ตนโปรดปรานแค่ไหนก็ตาม  เขาปิดมันลงอย่างหงุดหงิด  แล้วเอนกายลงจนศีรษะพิงบนพนักของโซฟาตัวใหญ่นุ่มได้ 

 

เปลือกตาบางปิดลงทาบทับดวงตาสองสี  มือสองข้างวางบนหนังสือที่ถูกวางไว้บนตัว  หากเป็นไปได้ก็อยากนอนหลับไปเรื่อย ๆ แบบนี้  ไม่ต้องรับรู้ความเป็นไปหรืออะไรที่มารบกวนจิตใจในตอนนี้  ไม่อยากทำหรือคิดอะไรเลยสักนิด

 

เพราะกลัว...กลัวใจของตัวเอง  "จะเป็นแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่...?"

 

สึนะลงนามเอกสารฉบับสุดท้ายบนโต๊ะเสร็จสิ้น  เขาปิดมันลงพร้อมกับหันไปยิ้มให้กับลูกน้องที่ยืนอยู่ข้าง ๆ  "รบกวนจัดการต่อทีนะ"

 

อีกฝ่ายค้อมศีรษะให้  "ครับบอส"

 

บอส...เป็นคำเรียกที่เขาน่าจะชินหูได้แล้วแต่กลับไม่  สึนะรู้สึกถึงลำดับชั้นและความห่างไกล  จริง ๆ เขาชอบจะให้เรียกเป็นชื่อตนเองมากกว่า  แต่ธรรมเนียมก็ต้องเป็นธรรมเนียม  ใช่ว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ง่าย ๆ

 

แบบนี้เขาเลยรู้สึกกดดันทุกครั้งที่ต้องทำงานร่วมกับคนอื่นที่ไม่ใช่ผู้พิทักษ์ตน  "ขอบคุณนะ"  เขาเอ่ยกับลูกน้องระดับสูงในวองโกเล่แฟมิลี่  อีกฝ่ายก็ยังคงทำความเคารพเพื่อรักษาความห่างไว้ดังเดิม

 

เมื่อมั่นใจว่าอยู่ในห้องเพียงลำพังสึนะจึงลุกขึ้นยืน  บิดกายไปมาน้อย ๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งอยู่กับที่มาทั้งวัน  แล้วหันมองออกไปยังท้องฟ้าสีแสดด้านนอก

 

อีกไม่นานก็คงจะมืดแล้ว  และจะเป็นอีกคืนที่เขาต้องนั่งทานอาหารเย็นเพียงลำพังคนเดียว...  "ชินเสียเถิดเรา.."

 

ความจริงเขาควรจะดีใจไม่ใช่หรือที่เวลาที่เหลือต่อจากนี้จะเป็นเวลาว่างเพียงน้อยนิดของบอสมาเฟีย  สึนะมองนาฬิกาบนโต๊ะพลางคิดในใจ  ตอนนี้เวลาห้าโมงเย็น...ถ้าออกไปข้างนอกก็คงจะพอได้ผ่อนคลาย

 

ที่สำคัญ...เผื่อเขาจะนึกคำตอบที่ค้างคาอยู่ในใจออกบ้าง...

 

"ออกไปแค่นี้ไม่ต้องบอกก็คงไม่เป็นไรมั้ง..."  เขานึกถึงคนที่ยังอยู่อีกคนหนึ่ง  แต่ถึงอย่างไรซะก็คงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกหากบอกไป

 

ไม่รู้ว่าเพราะความหละหลวมในการป้องกันดูแลหรือสึนะนั้นเชี่ยวชาญชำนาญทางเกินไปกันแน่  จึงไม่มีใครรู้เลยว่าบอสของพวกเขากำลังออกไปจากคฤหาสน์เงียบ ๆ ตามลำพัง  ไม่แม้กระทั่งจะสนใจสังเกตหรือไถ่ถามสักนิด

 

มั่นใจว่าจะไม่มีใครกล้าเข้าไปรบกวนโดยพละการเลยสามารถจะออกมาได้อย่างสบาย ๆ  "จะว่าไปออกมาแบบนี้คนเดียวนี่นับครั้งได้เลยแหะ..."

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สึนะแอบออกมาคนเดียวเพียงลำพัง  แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสบ่อยครั้งนักที่จะทำได้  ปกติอย่าว่าแต่จะออกจากคฤหาสน์เลย  แค่จะก้าวออกจากห้องทำงานของตนยังต้องมีคนคอยตามติด  อย่างน้อยสายลมของเขาก็ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนง่าย ๆ หรอก...

 

"หาอะไรกินเล่นดีกว่า..."

 

สึนะดูเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ  รูปร่างเล็กผอมเพรียวในเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว  สวมทับด้วยเสื้อกันหนาวมีฮูดสีเข้ม  เส้นผมสีน้ำตาลนุ่มยาวกับดวงตาสีเดียวกัน  ดูยังไงก็เหมือนเด็กชายชาวเอเชียที่ไม่น่าจะมาเดินเล่นคนเดียวในเมืองใหญ่แบบนี้ได้

 

และนี่เป็นข้อเสียสำคัญที่ทำให้ความปลอดภัยของเขาลดต่ำลง  "อะไรดี...."  สึนะกำลังคิดถึงคำตอบของสิ่งที่ตนพยายามค้นหา  ขนาดนั่นมองหน้าอีกฝ่ายตั้งนานสองนานยังนึกไม่ออก

 

ไม่มีมาเฟียคนใดในอิตาลีที่จะไม่รู้ว่าบอสรุ่นที่สิบแห่งวองโกเล่เป็นคนเอเชีย  แต่ที่พวกเขาไม่รู้คือผู้ยิ่งใหญ่เหนือคนอื่นคนนี้นั้นจะเป็นแค่ชายหนุ่มตัวเล็กซึ่งดูไม่ออกเลยว่าเคยผ่านความมืดมนโหดร้ายมาก่อน

 

ถือว่าเป็นโชคดีในโชคร้ายสินะ  "อ๊ะ...."  ดวงตากลมโตเหลือบมองไปในร้านขายเครื่องประดับ  จะว่าไปสึนะก็เคยได้ยินเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวเนื่องกับพวกของเหล่านี้อยู่เหมือนกัน

 

"เข้าไปดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่นะ...."

 

มุคุโร่เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาเรือนใหญ่  ใกล้จะหกโมงเย็น  ป่านนี้งานต่าง ๆ ที่มีคงจัดการได้เรียบร้อยหรือไม่ก็คงใกล้จะสำเร็จเต็มทน   เขาวางหนังสือในมือลงบนโต๊ะเล็ก ๆ พลางลุกขึ้นยืน

 

"เป็นสีที่สวยแต่ไม่น่ารื่นรมย์เอาเสียเลยนะครับ"  ดวงตาสองสีมองออกไปยังท้องฟ้าด้านนอก  แสงสีแสดที่เริ่มถูกปะปนด้วยความมืดหม่นของช่วงเวลากลางคืน

 

ชายหนุ่มเดินตรงไปยังห้องทำงานของบอสแห่งวองโกเล่  มือแกร่งยกขึ้นเคาะประตูเป็นสัญญาณบอกคนภายในให้รับรู้ถึงการมาเยือนของตนเบา ๆ  ก่อนจะหยุดนิ่งฟังเสียงตอบรับ

 

ทุกอย่างเงียบงัน...  "วองโกเล่ครับ?"

 

ยังคงไม่มีเสียงตอบรับคำใด ๆ มุคุโร่เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี  เขาผลักบานประตูเข้าไป  กวาดสายตามองโดยรอบแต่กลับไร้วี่แววของร่างที่สมควรจะปรากฏให้เห็น  "บ้าจริง..."  เขากัดฟันแน่น  นึกโมโหตัวเองและคนรอบข้างที่ไม่ได้คิดจะสนใจคอยดูแล

 

หากเกิดอะไรขึ้นกับคน ๆ นี้เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิตแน่...  "สึนะโยชิคุง..."  

 

 

 

 

แต่สุดท้าย...ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปดังคาดหวัง...

 

 

 

 

สึนะมองกล่องผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินในมือของตนด้วยรอยยิ้มกว้าง  ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจซื้อมาจนได้  อาจเพราะคำแนะนำของหญิงสาวผู้ขายที่บังเอิญมาตรงกับใจของเขาเสียเหลือเกินก็ได้  ทำให้คิดตัดสินใจที่จะซื้อ

 

ต่างหูน่ะเหมาะดีนะคะสำหรับจะซื้อให้คนสำคัญ  ยิ่งถ้าต่างคนต่างใส่ไว้คนละข้างล่ะก็  จะยืนยันความเป็นคู่ได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ  แม้จะเป็นสิ่งที่คนทั่วไปอาจไม่ได้สังเกตเห็น แต่สำหรับคนที่ใส่มันไว้คงจะมีความหมายและยินดีมากอย่างแน่นอนค่ะ'

 

ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสังเกต...แต่มีความหมายมากสำหรับผู้สวมใส่....

 

"หวังว่าคงจะชอบนะ..."  เสียงหวานกล่าวกับตนเองด้วยรอยยิ้ม  สองมือกำของสิ่งนั้นไว้แนบอก

 

ความปลอดภัยที่ตั้งอยู่บนความไม่ปลอดภัย  จริง ๆ แล้วทุกฝีเท้าที่ก้าวเดินของเขาถูกจับตามองจากใครบางคนโดยตลอด  จากที่ไหนสักแห่งไกลห่างออกไป  แต่ก็ไม่ไกลเกินกว่าระยะซึ่งจะสามารถเข้าถึงได้ 

 

ผิดพลาดครั้งใหญ่...ความเสียใจที่เกิดขึ้นไปตลอดชีวิต....

 

ปัง!!!!!

 

เสียงกระสุนนัดหนึ่งดังขึ้น  มันแล่นตรงไปยังเป้าหมายที่ถูกเล็งไว้เป็นอย่างดี  สึนะซึ่งมีความไวต่อเสียงเหล่านี้เป็นพิเศษหันหลังมองตามทิศทางที่มา 

 

ดวงตาสีน้ำตาลเห็นเพียงกระสุนที่พุ่งตรงเข้าหาเพียงเท่านั้น....

 

มุคุโร่ซึ่งออกมาตามหาสึนะพอได้ยินเสียงปืนไกล ๆ ก็รู้สึกใจไม่ดี  รีบเร่งไปยังทิศทางนั้นทันที  บรรดาลูกน้องพรรคพวกที่เหลือก็แยกกันออกตามหาให้จ้าละหวั่น  ด้วยกลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับบอสของตน  ชีวิตที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวนี้อาจจะถูกพรากไปด้วยเช่นกัน

 

เสียงพูดคุยด้วยความตื่นตระหนกดังเข้าโสตการฟัง  "น่ากลัวจริง ๆ เห็นว่าเป็นเด็กหนุ่มคนเอเชียนะ..."

 

หัวใจกระตุกวาบ  ใบหน้าคมเริ่มซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด  มือสั่นไปด้วยอารมณ์ความหวั่นเกรง  ขอให้ไม่เป็นดั่งที่คิด  ขอให้ไม่เป็นดั่งที่ได้ยิน  ขอให้ปลอดภัย....

 

แล้วเขาคนนี้จะยอมทุกอย่าง....ยอมทุกอย่างอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ  "สึนะโยชิคุง..."

 

คราบเลือดสีแดงสดบนทางเดินเท้าทำเอามุคุโร่แทบคลั่ง  ดวงตาสองสีกวาดมองโดยรอบ  ความสุขุมเยือกเย็นดูเหมือนจะค่อย ๆ เลือนหายไป  ยิ่งได้กลิ่น  ยิ่งมองเห็น  มันก็ทำเอาสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดแทบขาดออกจากกัน

 

มุคุโร่เหลือบเห็นแสงบางอย่างซึ่งอยู่ภายในความมืดมิดของตัวอาคารเก่า  สองขายาวออกวิ่งตรงไปอย่างรวดเร็ว  สุดแรงชีวิตเท่าที่ตนจะทำได้  "วองโกเล่!!!"

 

ภาพที่เห็นคือร่างของคนร้ายที่นอนหมดสติอยู่ภายใต้เปลวเพลิงสวยของท้องนภา  ดวงตากลมโตหันมองก่อนค่อย ๆ หรี่ลงและแปรเปลี่ยนเป็นสีปกติ  สึนะทรุดลงกับพื้นทันทีที่พลังไฟมอดลง 

 

"วองโกเล่!"  ชายหนุ่มตรงเข้าประคอง

 

ใบหน้าหวานค่อย ๆ แหงนมอง  "มุคุโร่...มาได้ยังไงกัน??"

 

อีกฝ่ายไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม  เขามองเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุดจากต้นแขนทางซ้าย  "เกิดอะไรขึ้นครับ?!"

 

"ประมาทไปหน่อยน่ะ....แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอก  โชคดีที่เบี่ยงหลบได้ทัน..."  เขาพูดราวคนใกล้หมดแรง  อาจเพราะเสียเลือดมากเกิน

 

มุคุโร่ช้อนร่างเล็กขึ้นทันทีหลังจากทำการห้ามเลือด  "อยู่เฉย ๆ นะครับ"

 

สึนะไม่ขัดขืน  ศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มเอนพิงอกแกร่ง  เขาไม่อาจมองภาพข้างหน้าได้ชัด  เพราะทุกอย่างเริ่มดูเลือนลางไปหมด  แม้แต่เสียงที่ได้ยินก็เหมือนอยู่ไกลออกไป  ไกลจนทุกอย่างค่อย ๆ เบาลง  มืดมัว...และดับวูบในที่สุด

 

ดวงตากลมโตลืมตื่นขึ้นอีกครั้งในห้องสีขาวสะอ้าน  เขากระพริบตาเบา ๆ สองสามครั้งแล้วมองไปยังร่างในชุดสูทสีดำสนิทที่นั่งเอนกายอยู่ข้าง ๆ  ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างรู้สึกถึงความผิด  "ขอโทษนะ...ฉันไม่ระวังเอง"

 

"รู้ก็ดี  แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดแกคนเดียว  ฉันจำได้ว่าสั่งให้หมอนั่นคอยดูแลแก"  รีบอร์นนั่งกอดอกนิ่ง

 

"ฉันแอบหนีออกไปเองแหละ..."

 

นักฆ่าหนุ่มถอนหายใจยาว  "แกก็แบบนี้ทุกที  โชคดีนะที่คราวนี้โดนที่แขน"

 

"รู้แล้วน่า...จะไม่ออกไปคนเดียวอีกแล้ว...."  สึนะเบ้ปาก  ให้ตายสิ...โตขนาดนี้แล้วยังต้องทำอะไรเหมือนเด็ก ๆ อีก  สงสัยต้องมีพี่เลี้ยงคอยตามไปไหนมาไหนด้วยจนตายนั่นแหละ!

 

เขานึกขึ้นได้  "นี่ยังไม่มีใครรู้ใช่ไหม?"

 

"ยัง มีแค่ฉันกับมุคุโร่"

 

คนฟังถอนหายใจอย่างโล่งอก  "ดีแล้วล่ะ...."  เขายิ้ม  "อ๊ะ!!จริงสิ!! กล่องสีน้ำเงินล่ะ???"  สึนะนึกถึงของที่ตนซื้อไว้  พอถูกยิงแล้วไล่ตามคนร้ายไปก็ลืมเรื่องของเสียสนิท

 

รีบอร์นเลิกคิ้วถาม  "กล่องอะไรของแก?"

 

"กล่องผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินน่ะ  ฉันเพิ่งซื้อมา" 

 

ชายหนุ่มนักฆ่านิ่งคิด  "ไม่มีนะ....คนเราที่ไปตรวจบริเวณนั้นก็ไม่พบอะไร"

 

"ทำไงดี....."  ใบหน้าหวานก้มลงต่ำ  จริง ๆ กับแต่ของชิ้นสองชิ้นเขาจะซื้อเมื่อไหร่ก็ซื้อได้  แต่ไอ้ของที่ว่ามันคือของที่เขาอุตส่าห์ได้มีโอกาสเลือกกับมือ  ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจที่ไม่ว่าของสิ่งไหนก็อาจไม่มีค่าเทียมเท่า

 

"พักผ่อนซะ  เดี๋ยวฉันจะไปจัดการเคลียร์งานแทนให้  ถ้ามีอะไรก็บอกเจ้าพวกนั้นแล้วกัน"  เขาชี้ไปยังด้านหน้าของห้องพักที่สึนะพักรักษาตัวอยู่

 

เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเอนตัวลงนอน  "ขอบใจนะ..."

 

เป็นเวลาดึกมากแล้ว  มุคุโร่เข้ามาภายในห้องอย่างเงียบเชียบที่สุด  สองขาก้าวเดินมาหยุดข้างเตียงคนไข้ตรงกลาง  แล้วก้มลงมองใบหน้าหวานที่บัดนี้กำลังนอนหลับอย่างเป็นสุข 

 

มือหนึ่งหยิบเอากล่องผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินวางไว้ยังโต๊ะด้านข้าง  ก่อนเลื่อนขึ้นสัมผัสพวงแก้มใสเบา ๆ  "ขอโทษนะครับ...."

 

"อืม...."  อาจเพราะฤทธิ์ยาที่เขาได้รับหมดลง  ทำให้ประสาทการรับรู้ของสึนะกลับมาเป็นปรกติ  การถูกสัมผัสแม้เพียงบางเบาจึงทำให้เขารู้สึกตัวได้ไม่ยาก  "มุคุโร่?"

 

"ขอโทษครับที่ทำให้ตื่น  ผมแค่จะนำของที่คุณทำตกไว้มาคืนเท่านั้น"  มือที่ยกสัมผัสเลื่อนลงมาวางแนบลำตัวอย่างรวดเร็ว  ดวงตาสองสีเบนมองไปยังกล่องที่ตนเพิ่งวางไว้

 

สึนะเบนหน้ามอง  "คืนทำไมล่ะ...."

 

คำพูดที่ได้ยินทำเอาคนฟังงุนงง  "ไม่ใช่ของ ๆ คุณหรือครับ?"

 

"ใช่....แต่ฉันให้นาย..."

 

"ให้ผม?"

 

ร่างที่นอนอยู่บนเตียงแย้มยิ้ม  "ใช่....มันคือคำตอบของคำถามที่ทำให้ฉันมองหน้านายเมื่อเช้าไงล่ะ"

 

ยิ่งฟังก็ยิ่งไม่เข้าใจ  พอเห็นมุคุโร่ทำหน้าแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมา  "ลองเปิดดูสิ..."

 

ชายหนุ่มลังเลอยู่พักก่อนจะหยิบมันออกมาเปิดดู  "ต่างหู?"  ต่างหูคู่หนึ่งจัดวางอย่างเป็นระเบียบ  ก้านของมันทำจากเงินแท้  ตรงยอดเป็นตุ้มสีแดงสดที่ถูกเจียอย่างละเอียด

 

"ฉันเห็นว่านายใส่ต่างหูก็เลยคิดว่าน่าจะชอบ...จริง ๆ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าชอบไหม  แต่คิดว่ามันน่าจะดีน่ะ"  สึนะหัวเราะแห้ง ๆ แก้เก้อ  จริง ๆ แล้วมันมีความหมายแฝงอยู่ต่างหาก

 

แต่ความหมายนั้นมันจะไร้ค่าถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้มองในทิศทางเดียวกัน  "นายชอบไหม?"

 

มุคุโร่เงียบ  มือปิดฝากล่องนั้นลง  "ทำไมถึงให้ผมครับ?"

 

น้ำเสียงที่ถามออกมาอย่างจริงจังนั่นทำเอาคนฟังกลืนน้ำลายฝืดคอ  เขาจะบอกว่าอะไร?  อยากจะซื้อให้?  พอใจจะซื้อให้?  หรือว่าคนอื่นก็ได้แต่เห็นนายยังไม่ได้เลยซื้อให้งั้นหรือ?  เขาควรจะบอกว่ายังไงดี???

 

พอเห็นอีกฝ่ายเงียบอยู่นานเขาก็เอ่ยขึ้น  "ถ้าซื้อให้ผมด้วยเหตุผลแค่อยากซื้อให้ล่ะก็..."  เขาเว้นจังหวะนาน  ดวงตาสองสีจ้องมองสบกับดวงตาสีน้ำตาล  "ผมก็จะขอไม่รับด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากได้เหมือนกัน"

 

คำตอบที่ได้รับทำเอาคนที่กำลังหาเหตุผลสารพัดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างถึงกับนิ่งอึ้ง  ดวงตาที่มองจ้องตอบอีกฝ่ายค่อย ๆ สั่นไหว  ก่อนหยาดน้ำใสจะไหลรินออกมาเป็นสาย  ทำเอามุคุโร่ถึงกับตกใจ

 

"วองโกเล่....?"

 

สึนะพอรู้ตัวว่าตนเองกำลังร้องไห้ก็รีบยกมือขึ้นปิดหน้า  เช็ดน้ำตาที่ดูเหมือนจะไหลบ่าไม่หยุดอย่างลวก ๆ  "ไม่อยากได้ก็ไม่เป็นไร  ช่วยวางไว้ที่เดิมที"

 

"วองโกเล่..."  เสียงทุ้มเอ่ยเรียก  มือทั้งสองยกขึ้นจับมือเล็กที่ปิดหน้าปิดตาอยู่

 

เจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลส่ายศีรษะไปมาราวกับต้องการหลบเลี่ยงมือของอีกฝ่าย  "ฉันอยากนอนแล้ว  ช่วยออกไปที"

 

"วองโกเล่ครับ"

 

"ออกไปเถอะนะ...."  สึนะดูเหมือนจะไม่ฟังที่มมุคุโร่พูดเลยสักนิด  พยายามที่จะไม่ฟังมากกว่า  บอกตามตรงคือเขารู้สึกช็อคกับคำตอบที่ได้รับ  ไม่คิดว่าตนจะไร้ค่าในสายตาอีกฝ่ายถึงขนาดนี้

 

มุคุโร่ออกแรงดึงแขนเล็กทั้งสองให้แยกออกจากกัน  ดวงตาสองสีสบกับดวงตาสีน้ำตาลอีกครั้ง  "สึนะโยชิคุง..."

 

เขาก้มลงจูบซับน้ำตาที่ยังคงไหลเรื่อยไม่หยุดเบา ๆ  "ขอโทษครับที่พูดแบบนั้น..."

 

รู้ไหมว่าคุณทำลายกำแพงในใจของผมลงอย่างไม่มีชิ้นดี

 

"ผมไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น  ผมไม่คิดว่ามันจะทำให้คุณเสียใจเพียงนี้"

 

รู้ไหมว่าสิ่งที่ผมพยายามสร้างมันขึ้นเพื่อขวางตนเองไว้มันพังย่อยยับไม่มีเหลือ

 

"ต่างหูนั่น...ผมดีใจมากที่ได้รับจากคุณ  และจะดีใจมากหากมันมาจากเหตุผลที่นอกเหนือจากเหตุผลอื่น.."  เขามองดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง 

 

ความอ่อนโยนจากคำพูดและการกระทำที่ได้รับทำให้สึนะหลั่งน้ำตาออกมาอีกครั้ง  ความคิดแก้ตัวต่าง ๆ นา ๆ ที่เคยมีหายไปสิ้น  ตอนนี้มีเพียงจิตใจพองโตที่กำลังเต้นระส่ำกับความลับภายในที่อยากจะบอกให้อีกฝ่ายรู้เท่านั้น

 

"ฉันตั้งใจซื้อมันให้นาย  อยากให้นายเก็บไว้  ให้เป็นตัวแทนของฉัน  ให้มันอยู่กับนายตลอดไป..."  มือเรียวยกขึ้นสัมผัสใบหน้าคมที่อยู่ห่างไปเพียงช่องว่างเล็กกั้น

 

มุคุโร่ยิ้มบาง  เขายืดตัวตรงพลางหยิบกล่องที่ถูกวางไว้ขึ้นมาอีกครั้ง  "ต่างหูข้างนี้..."  ชายหนุ่มถอดต่างหูของตนเองออกพลางใส่ต่างหูที่ได้รับแทน  "จะอยู่กับผมตลอดไป"

 

เขาหยิบต่างหูที่เหลืออีกข้างขึ้นกำไว้ในมือที่ถือไฟแช็คอยู่  "และต่างหูข้างนี้..."  เข็มกลัดแหลมถูกนำขึ้นลนไฟ  มุคุโร่ก้มลงเลียใบหูบาง  แล้วใช้ปลายเข็มแทงลงไปอย่างเบามือที่สุด

 

สึนะหรี่ตาลง  ความเจ็บปวดบริเวณใบหูแล่นผ่านชั่วครู่  "อ๊ะ..." 

 

"มันจะอยู่กับคุณตลอดไปเช่นกัน"  เขาใส่ต่างหูที่เหลือให้กับสึนะ

 

ความสำคัญไม่ได้อยู่ที่สิ่งของหรือราคา  แต่อยู่ที่ความตั้งใจและเจตนาของผู้ให้ต่างหาก....

 

"ขอบคุณนะครับ...สำหรับสิ่งที่มีค่า"  ริมฝีปากได้รูปก้มลงจุมพิตริมฝีปากสีระเรื่อของผู้ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้  สึนะหลับตารับสัมผัสอย่างเต็มใจ...

 

 

 

 

สุดท้าย....ผมก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับใจของตนเอง....   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

End.

 

 

 

 

 

 

 

แต่งไม่ดีแต่งไม่ถูกใจขออภัยอย่างแรงนะเซล!!!!!!! TTwTT

 

สุขสันต์วันเกิดอีกครั้งเน้อ~

 

   

 

 

 

edit @ 26 Mar 2009 13:20:12 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
แต่งอ่าเราชอบ
แต่งมาอีกนะ
ขอให้มีความสุขcry
#1  by  草の 明ら  At 2009-03-26 13:32, 
ขอบคุณมากๆเลยคร่าท่านพี่ >[]<

ชอบอ่า!! ยังไงๆหนูก็ชอบภาษาที่ท่านพี่เอามาเขียนอยู่ดีล่ะคะ ^^

ขอบคุณสำหรับคำอวยพรวันเกิดนนะคะ ^^
#2  by  > > s e l z e r e __ ,, At 2009-03-26 20:30, 
แอร๊ยยยยย อ่านแล้วกรี๊ดด

HBD ให้พี่หนึ่งย้อนหลังด้วยอีกคน
#3  by  c . ó n x ♥ At 2009-03-27 09:55, 
เริ่มมารู้สึกอยากตบตีมุคุโร่อย่างบอกไม่ถูก =w=
/โดน69FCโดดถีบ...

แต่ช่วงหลังมันหวานโฮกซะจนอยากกรี๊ดดังๆ โดยเฉพาะซีนเจาะหู -////////-
ชอบช็อตนั้นจังค่า!

HBDกับเซลซังด้วยนะคะ ขอให้มีความสุขค่า ^ ^

ปล.งานแคป...คงไม่ได้ไปล่ะค่ะพี่นุ๊ก พรุ่งนี้นัดกับเพื่อนว่าจะไปงานหนังสือ วันอาทิตย์คงไม่ได้ออก ที่สำคัญ.......งบประมาณไม่มี!!!! =[]=!!!

ไว้งานไหนไปคงได้เจอกันล่ะค่า แล้วจะเอาโด1827ไปให้ยลแทนนะคะ TTwTT
#4  by  ~Kumi~ At 2009-03-27 11:25, 

<< Home