Title : VOLUNTIA - Side Story : The Sun Memories
Pairing : -
Genre : Drama
Rate : G
Author Note : มันเป็นเสี้ยวหนึ่งจากฟิคโวลคัลลอยด์เรื่องยาว ซึ่งเรื่องนี้ออกจะเป็นกึ่ง AU ด้วยซ้ำ นึกยังไงอยากเขียน...คงเพราะได้ไปเห็นแฟนอาร์ทญี่ปุ่นคนหนึ่งที่เขาวาดโดเถือก ๆ นี้ เลยอยากลองแต่งฟิคดู จะพยายามไปให้ได้ตลอดลอดฝั่งนะฮา.... ส่วนใครคู่ใครยังไงนี่รอลุ้นในเรื่องหลักแล้วกัน แต่ตอนนี้ขอแต่งพาร์ทเสี้ยวของแต่ละตัวละครหลักในเรื่องเล่นก่อน แคะ ๆ
ในโลกนี้มีสิ่งที่น่าสนใจด้วยหรือ?
ดวงตาสีดุจพระอาทิตย์ร้อนแรงส่องประกายวาววับ สะท้อนกับแสงไฟที่ส่องสว่างภายในห้องประชุม ห้วงเวลาอันมืดมิดส่งให้บรรยากาศโดยรอบนิ่งงัน เรื่องราวที่ถูกหยิบยกผลักดันให้มันดูอึมครึมและน่าหวาดหวั่น ท่ามกลางเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบ ท่ามกลางการถกเถียงซึ่งเหมือนไม่มีที่ท่าว่าจะสิ้นสุดนั่น...
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่อย่างเบื่อหน่าย....
"อย่างน้อยท่านน่าจะให้คำตอบเราได้บ้าง?!" เสียงชราหนึ่งร้องถาม
"ทางเราเองก็ไม่มีข้อมูลที่เพียงพอเหมือนกัน!!" อีกคนร้องตอบ
มันยังคงยืดเยื้อต่อไป ข้อสรุปที่ต่างฝ่ายต่างต้องการดูเหมือนจะมีให้กันไม่ได้ แค่คิดผิดเพียงนิดก็ปรากฏ ‘ความไม่ลงรอย' ให้เห็นเสียแล้ว
มองไปทางไหนก็มีแต่พวกคนแก่โต้เถียง คนแก่ที่อวดอ้างถึงความยิ่งใหญ่ อวดอ้างถึงพลังอำนาจทีไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้คนเราอยู่ค้ำฟ้าได้ จะแย่งชิงกันไปทำไม? อยากได้ไปเพื่ออะไร?
เมื่อเกิดมาทำไมถึงไม่หาความสนุกใส่ตัวเสียบ้าง....
ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาดุจเพลิงแห่งอรุณลุกขึ้นยืนแล้วหันหลังให้กับผู้คนเหล่านั้น สองขายาวก้าวเดินเป็นจังหวะ ทุกห้วงที่เคลื่อนไหวมันถูกมองด้วยความดูหมิ่นเกลียดชัง แต่เขาไม่สนใจ....ยังคงทำอย่างที่ตนต้องการ ละทิ้งยศตำแหน่งเหนือปุถุชนแล้วเดินลงสู่ถนนแห่งความตกต่ำ
ในเมื่ออยู่เบื้องบนไม่มีสิ่งที่น่าสนใจ เขาก็คงต้องจมลงสู่เบื้องล่าง
ในโลกนี้ยังมีอะไรที่สมควรจะทำด้วยหรือ?
เปรี้ยง!!
เสียงกระสุนปืนดังขึ้นหนึ่งนัดท่ามกลางความเงียบ เหล่านกกาที่บินวนเวียนอยู่ต่างแตกฮือด้วยความตกใจ ความรกร้างปล่าวเปลี่ยวที่เกิดขึ้นมานานถูกทำลายลงพร้อมกับหยาดเลือดสีแดงสดและร่างของมนุษย์ที่นอนแน่นิ่ง
และมนุษย์ผู้หนึ่งที่ยืนมองร่างไร้วิญญาณนั่นอย่างเฉยชา....
เขาเก็บปืนสีเงินลงในซองซึ่งสวมติดไว้กับกางเกงสีเข้ม มือข้างหนึ่งยกขึ้นแนบหู วางลงบนเครื่องติดต่อสื่อสารแล้วกดปุ่มเรืองแสงสีเขียวนั่นเบา ๆ "เรียบร้อยแล้ว...."
["โอเค! งั้นก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะกลับมาได้"]
"น่าเบื่อชะมัด ถ่อมาตั้งไกลแต่มีงานแค่นี้??" เขาบ่นอุบ ยกมือขึ้นเสยเส้นผมสีขาวที่ตกลงปรกหน้าอย่างหงุดหงิด
["เอาน่า ๆ ก็นายเล่นรับงานเป็นบ้าเป็นหลังซะขนาดนั้น"]
"แล้วไง? ขนาดฉันรับงานมากมายก็ยังมีคนว่าจ้าง" ชายหนุ่มเอ่ยตอบ สองขายาวเดินตรงไปยังพาหนะที่จอดอยู่ไม่ไกลมากนัก
เสียงปลายสายถอนหายใจ ["ก็เออ...แต่ใครมันจะบ้าอยากฆ่าคนได้ทุกวัน"] เขาหยุดคำพูดเหมือนว่าสิ่งที่ต้องการจะบอกนั้นหมดลง แต่แล้วก็ต้องส่งเสียงขึ้นอีก ["ลืมไป...ยกเว้นนายสินะ"]
คนฟังหัวเราะในลำคอเบา ๆ "ช่างเถอะ...แค่นี้ก็แค่นี้"
หลงใหลในการฆ่าหรือทำไปเพราะความอยู่รอดกัน?
สำหรับเขาแล้ว....
มันไม่ใช่ทั้งสองอย่าง....
ในโลกนี้ยังมีสิ่งที่มีค่าพอให้ฉันรู้สึกไม่เสียดายชีวิตด้วยหรือ?
ถุงของมากมายถูกยกขึ้นหิ้ว มันมากเสียจนชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเหมือนเสาที่ถูกแขวนด้วยสัมภาระมากมาย เขาเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน ผ่านบ้านเรือนร้านค้าเก่า ๆ โทรม ๆ ตามสภาพเมืองที่อาศัย เมืองชั้นล่างที่บอกได้เลยว่า ‘มีอาหารให้กิน มีที่ให้อยู่' ก็นับว่าบุญโขแล้ว
ถึงแม้มันจะเปรียบเหมือนท่อระบายน้ำสำหรับพวกคนชั้นบน แต่สำหรับใครหลาย ๆ คนไม่ใช่แบบนั้น ยิ่งถูกรังเกียจมากเท่าไหร่ ยิ่งไม่มีใครกล้าเหยียบย่ำมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีสำหรับพวกที่ทำงานผิดกฎหมาย พูดง่าย ๆ ว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการหลบซ่อนตัว
เพราะถูกแบ่งแยกมากเกินไป ช่องโหว่ใหญ่นี้จึงพาลถูกมองข้ามไปด้วย...
เนื่องจากถูกบดบังด้วยข้าวของจำนวนมาก ชายหนุ่มจึงไม่ทันสังเกตเห็นเด็กเล็กที่วิ่งตรงเข้ามาใส่ ทั้งสองชนกันอย่างจัง เด็กน้อยหงายท้องลงจากแรงกระแทก ส่วนชายหนุ่มอาศัยความเคยชินจากประสบการณ์ก้าวขาหนึ่งถอยหลังและหยัดหลักยืนไว้ได้
เขาก้มลงมอง "ไม่เป็นไรนะเจ้าหนู?" แม้คิดว่าตนเองคล้ายหุ่นยนต์เข้าไปทุกทีก็ตาม แต่คำว่าผิดชอบชั่วดีในบางเรื่องก็ไม่ได้หายไปจากใจของเขา
เด็กน้อยส่ายศีรษะไปมาเป็นเชิงตอบรับ เขาวางมือลงบนศีรษะเล็ก ๆ นั่นก่อนจะเดินเลี่ยงไป แต่ไม่ทันจะพ้นสามก้าวก็ต้องหันกลับมาอีกครั้ง
ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตคู่นั้นยังคงจ้องมองมาทางเขา นิ้วมือข้างหนึ่งถูกฟันสีเหลืองขุ่นกัดไว้ เห็นดังนั้นเขาก็รับรู้ได้ถึงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ
ชายหนุ่มหยิบขนมปังแถวใหญ่ในถุงของหนึ่งออกมา แล้วส่งให้ "เอ้า..."
มือเล็กคู่นั้นรีบคว้าไว้แล้วส่งไปแนบอกตนแน่น ศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมยุ่งเหยิงผงกขึ้นลงอย่างแรง
ดวงตาเขาจ้องมองภาพที่เด็กคนนั้นวิ่งไป วิ่งไกลออกไปเรื่อย ๆ ..... "ชีวิตที่ไร้จุดหมาย......??" เหมือนต้องการย้ำถามตนเอง
เขาสูดหายใจลึกพลางเดินต่อไปตามทาง ผ่านตรอกซอกซอยเล็กใหญ่มากมาย แต่ไม่รู้เหตุใดจึงรู้สึกว่าต้องหยุดยืนยังที่นี่ ตรอกขยะที่ส่งกลิ่นโชยน่าขยะแขยงแห่งนี้
ชายหนุ่มมองเข้าไป สองขาก้าวตามวิถีของดวงตา
ภาพที่เห็นคือร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่ เส้นผมสีแดงสดนั่นทำให้เขารู้สึกสนใจ "เห....มีสุนัขตัวโตมานอนอยู่แถวกองขยะด้วยแหะ...."
สีแดงที่เหมือนกับดวงตาของเขา....
==============================
ยังเล่นตอบคำถามกันได้นะงับ
edit @ 4 Jun 2009 14:18:21 by derick
edit @ 4 Jun 2009 14:30:24 by derick