[AuFic Vampire Knight] Lost Mind : Prologue
Pairing : KanameXZero
Rating : G - NC??
Warning : ฟิคแวมไพร์ไนท์ที่เกิดขึ้นจากความอยากแต่งจนตัวสั่น กร๊ากกกกกก แต่กว่าจะคิดพลอตลงตัวก็เล่นเอาแทบบ้าเหมือนกัน เหอ ๆ เรื่องนี้ยังคงความมืดมนเหมือนเดิม หึหึ~
หากแวมไพร์คือความมืดมิดอันน่าหวาดหวั่น
ผมก็คงเป็นมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความมืดมนและน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า
ดวงตาสีม่วงสวยกวาดมองโดยรอบชั้นเรียนใหม่ หูนิ่งฟังเสียงของอาจารย์หนุ่มพร่ำสาธยายเกี่ยวกับความเป็นมาเป็นไปของตัวเขาให้เหล่านักเรียนภายในห้อง ก่อนผู้ที่ยืนข้าง ๆ จะหันมายิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้าให้เป็นเชิงบอกว่าถึงตาเขาที่ควรจะต้องเอ่ยทักทายบ้างแล้ว
"แนะนำตัวสิครับ"
เด็กหนุ่มก้าวขึ้นไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง "เซโร่ คิริยู ฝากตัวด้วยครับ" เขากล่าวสั้น ๆ แล้วถอยหลังกลับไปที่เดิม
อาจารย์ได้แต่ส่งสายตามองมาเหมือนต้องการให้เขาเอ่ยอะไรมากกว่านี้ แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงความนิ่งเงียบ "เอาล่ะ....คิริยูคุงเขาเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ยังไงก็ช่วยกันดูแลด้วยนะ"
เซโร่เป็นคนเด่นสะดุดตาหากเทียบกับนักเรียนร่วมชั้นคนอื่น ด้วยเส้นผมสีเงินทอประกายสวยยามต้องกับแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านทางหน้าต่างเข้ามาภายใน ร่างกายสูงโปร่ง ผิวสีขาว ใบหน้าคมสวยที่ตัดกับดวงตาสีอเมทิสต์
ดวงตาที่ดูลึกลับและน่าค้นหาเป็นที่สุด.....
จึงไม่แปลกหากช่วงเวลาพักหรือยามว่างแม้น้อยนิดก็ตามเขาจะถูกรุมล้อมด้วยเหล่าเพื่อนภายในชั้น ชายหนุ่มทำหน้าเฉยชาในการตอบรับคำถามซึ่งถูกถามอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเกิดที่ไหน ทำไมสีผมกับสีตาถึงได้แปลกแบบนั้น มากมายเหลือคณานับ
มันเป็นคำถามที่เขาเกลียดชังที่สุด......
ปึง!!!
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นตบโต๊ะเรียนจนมันสั่นสะเทือนและส่งเสียงดังก้องไปทั่ว "ห้องพยาบาลไปทางไหน?" เขาถามเรียบ ๆ
ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้สุดถึงกับผวา ใบหน้าของเธอดูซีดเผือด "ทะ....ทางซ้ายสุดของชั้นล่างค่ะ" นิ้วชี้ไปตามทางที่ปากบอก
"ขอบใจ" เซโร่เดินออกไปอย่างไม่รอช้า ฝ่าฝูงคนที่รายล้อมท่ามกลางความตกใจระคนหวาดหวั่น
เขาจะไม่แสดงอาการแบบนี้เลยหากคำถามเหล่านั้นมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับสีผมสีตาและชาติกำเนิดของเขา เซโร่ถือวิสาสะเข้าไปภายในห้องพยาบาลประจำอาคาร ถอดเสื้อนอกโยนไว้ข้างหมอนแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้านริมสุด โดยไม่สนใจอาจารย์ประจำที่คอยควบคุมดูแลอยู่เลยสักนิด
เขาหงุดหงิดเกินกว่าจะนึกถึงใครหน้าไหนได้ "บ้าเอ้ย..." เด็กหนุ่มพึมพำ
ผ้าม่านสีเขียวอ่อนถูกดึงเลื่อนออก ดวงตาสีม่วงสบเข้ากับดวงตาสีน้ำตาล "เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ? ครูเห็นจู่ ๆ เธอก็เดินพรวดพราดเข้ามา ไม่สบายมากรึเปล่า?"
เซโร่ขยับกายลุกขึ้นนั่ง "ปวดหัวนิดหน่อยน่ะครับ"
"ไม่สบายรึเปล่า? ทานยาไหม?"
"ไม่หรอกครับ คงแค่ไม่ชินกับเวลาเลยมึน ๆ ยังไงผมขอนอนพักสักครู่ก็คงจะค่อยยังช่วย" เขาตอบอย่างสุภาพ เด็กหนุ่มรู้สึกว่าการให้เกียรติคนที่อายุมากกว่าเป็นเรื่องพึงกระทำเสมอ
"ไม่ทานยาแน่หรือจ๊ะ? วัดไข้หน่อยดีไหม?" เธอว่าอย่างเป็นห่วง อาจเพราะเด็กหนุ่มในสายตาเธอช่างดูอิดโรยและเหนื่อยล้าอย่างน่าประหลาด
เขายิ้มบาง ๆ "ไม่เป็นไรครับ แค่นอนพักก็พอ"
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนยันคำเดิมเธอก็ไม่อยากจะรบเร้า หญิงสาวในชุดกาวน์สีขาวยิ้มบาง เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนมากสำหรับเซโร่ "ยังไงก็พักผ่อนแล้วกันนะจ๊ะ หากมีอะไรก็เรียกครูได้ตลอด" เธอทำท่าจะเดินจากไป "จริงสิ....ครูชื่อยูกินะจ๊ะ คุโรสึ ยูกิ เป็นอาจารย์ประจำห้องพยาบาล"
"เซโร่ คิริยูครับ" เขาแนะนำ
ม่านผืนเดิมถูกรูดปิดลงอีกครั้ง เซโร่หลับตาลงช้า ๆ ผ่อนลมหายใจออกยาว จากการพบกับอาจารย์เมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกว่าที่นี่คงไม่ได้เป็นสถานที่เลวร้ายอะไรแน่
รอยยิ้มจากผู้หญิงที่ดูใจดีและอบอุ่น....
รอยยิ้มที่เขาเฝ้านึกถึงมาตลอด.....
รอยยิ้มที่.....
"บ้าชะมัด!" เด็กหนุ่มกัดฟันเมื่อนึกถึงเรื่องที่ไม่ต้องการนึกถึงขึ้นมา
ดวงตาสีม่วงเปิดขึ้นแล้วปิดลง พยายามข่มตาเพื่อสงบจิตใจให้พร้อมแก่การหลับไหล เขาต้องพักผ่อน ไม่อยากคิด ไม่อยากนึกถึง ไม่อยากเฝ้าคอยรำพึงรำพันเหมือนคนบ้า อยากลืม....ลืมให้หมดทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งตัวเอง อยากลืม....
"อยากลืม...." เขาพึมพำเบา ๆ ไม่นานก็เข้าสู่ห้วงนิทราไป
เสียงเปิดประตูส่งให้หญิงสาวภายในห้องหันมอง ดวงตาสีน้ำตาลของยูกิสบเข้ากับดวงตาสีแดงของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ร่างของเขาสูงโปร่ง สวมเสื้อเชิ้ตสีดำที่ถูกทับด้วยสูทสีขาวดูภูมิฐาน เส้นผมสีน้ำตาลสั่นไหวน้อย ๆ ตามการขยับของร่างกาย
"เป็นยังไงบ้างยูกิ? ทำงานวันแรกเหนื่อยไหม?" เขาทุ้มนุ่มเอ่ยถาม รอยยิ้มบางแต้มบนใบหน้าคมได้รูป
หญิงสาวส่ายศีรษะไปมาเบา ๆ "ไม่เลยค่ะ นักเรียนที่นี่สุภาพมาก"
"ดีแล้วล่ะ" มือแกร่งวางลงบนศีรษะเล็กนั่นอย่างเอ็นดู
"อ๊ะ....จริงสิคะ ถ้าอยู่ในโรงเรียนพี่ห้ามเรียกว่ายูกินะ ต้องเรียกว่าคุโรสึ หรือไม่ก็อาจารย์คุโรสึ" เสียงใสกล่าวแกมอารมณ์ขัน
"หึ....ดูท่าจะพร้อมเป็นอาจารย์เต็มตัวเลยนะ แต่เมื่อเธอขอร้องพี่ก็จะไม่ขัด" เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มอีกครั้ง "อาจารย์คุโรสึ"
"ค่ะ!!คุรันซัง!!"
รู้สึกว่าเสียงพูดคุยของคนทั้งสองจะดังกระทบโสตประสาทอันไวกว่ามนุษย์ทั่วไปของเซโร่ เด็กหนุ่มตื่นขึ้นด้วยความหงุดหงิด เขาคว้าผ้าห่มขึ้นคลุมทั้งกายก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้กับเสียงนั้น อดนึกต่อว่าไอ้ความพิเศษนี้ของตนเองไม่ได้
แต่ยังไม่ทันจะหนีพ้นเสียงมนุษย์ เจ้าเสียงเครื่องมือสื่อสารตัวดีภายในกระเป๋าเสื้อนอกของเขามันก็ดังขึ้นรบกวนอีก เขาลุกพรวดขึ้นนั่งแล้วคว้ามันมารับ "เซโร่ครับ!"
น้ำเสียงกระแทกกระทั้นนั่นส่งให้คนปลายสายถึงกับหัวเราะ ["โมโหอะไรกันเซโร่คุง?"]
"อะ...ท่าน....เปล่าครับ ไม่มีอะไร" เขาเบนสายตาหลบ เหมือนกับกำลังประจันหน้ากับอีกฝ่ายอยู่
["เป็นอย่างไรบ้างเข้าเรียนวันแรก?"]
"ก็ดีครับ"
คู่สนทนาหัวเราะ ["น้ำเสียงแบบนั้นแสดงว่าคงถูกรบเร้าเรื่องเดิม ๆ สินะ?"]
เขานิ่งเงียบอยู่ครู่ "ครับ..."
["อย่าคิดมากสิ ผมเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่หรือไง ว่าสีผมและดวงตาของเธอน่ะมันแสดงถึงความพิเศษ ความพิเศษที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือมนุษย์"]
"ครับ....ต่อไปผมจะระวัง" เซโร่ตอบรับอย่างว่าง่าย
["ดีแล้ว....ยังไงก็ฝากด้วยล่ะเซโร่คุง"]
"ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด"
["แล้วสักวันเราคงได้เจอกัน"]
"ครับ"
เซโร่มองโทรศัพท์ในมือของตนนิ่ง สายถูกตัดไปแล้ว แต่เสียงของคู่สนทนาเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท คำพูดปลอบประโลมจากน้ำเสียงที่อ่อนโยนมันทำให้เขารู้สึกว่าตนไม่อาจฝ่าฝืนได้ ไม่ว่าจะคำสั่งหรือความต้องการใด ๆ ของเจ้าของเสียงนั้นก็ตาม
ผู้ที่มีบุญคุณ ช่วยเลี้ยงดูและชุบชีวิตเขาขึ้นมาจากขุมนรก.....
เขามองนาฬิกาข้อมือก่อนหยิบเสื้อที่วางไว้ข้าง ๆ ขึ้นสวม มือยังคงกำเครื่องมือสื่อสารนั้นไว้ "คงไม่ทันเรียนคาบสุดท้าย...."
เสียงห่วงคล้องผ้าม่านที่รูดไปกับราวเหล็กดังขึ้น ส่งให้ผู้ที่พูดคุยกันอยู่ด้านนอกหันมอง ดวงตาสีม่วงจ้องกลับ เขาเห็นดวงตาสีน้ำตาลคู่เดิมและดวงตาสีแดงของใครอีกคน.....
ดวงตาที่รู้สึกว่าคุ้นเคยอย่างประหลาด.....
โดยปกติหากโดนจ้องแบบนี้เขาคงต้องเดินเข้าไปถามด้วยความไม่พอใจแน่ แต่ไม่รู้เพราะอะไรเซโร่ถึงได้รู้สึกเคยชินนัก รู้สึกเหมือนว่าแต่ก่อนตนมักถูกจ้องมองอยู่แบบนี้ทุกวัน ๆ มองจนรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตไป
หากแต่นั่นมันก็แค่ความรู้สึกเท่านั้น หญิงสาวผู้เป็นห่วงแต่อาการของนักเรียนเดินตรงเข้าไปถามไถ่ เสียงของเธอขับไล่เอาห้วงบรรยากาศที่ราวกับอยู่ในอีกมิติหนึ่งออก "ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคิริยูคุง?"
"อะ....ครับ" เขาก้มลงมองหญิงสาว
"ดีแล้วล่ะ หายปวดหัวแล้วใช่ไหมจ๊ะ?"
เซโร่พนักหน้า "ครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" เขาค้อมศีรษะให้แล้วเดินเลี่ยงออกไป โดยไม่สนใจจะถามหรือสนทนากับผู้ที่ยืนอยู่ภายในห้องนั้นอีกคน
"เซโร่ คิริยู....." เสียงทุ้มพึมพำ
หญิงสาวเงยหน้ามอง "เอ๋? พี่รู้จักหรือคะ??"
ชายหนุ่มผู้ถูกถามยังคงนิ่ง ก่อนจะก้มลงมองสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "ไม่หรอก....พอดีพี่ก็เห็นจากรายงานนักเรียนใหม่น่ะ"
"งั้นพี่ไปก่อน แล้วเดี๋ยวหลังเลิกเรียนจะมารับนะ"
"รับทราบค่ะท่านคุรัน!!" เธอยกมือขึ้นทำท่าทางเคารพแบบทหาร เห็นแบบนั้นผู้เป็นพี่ก็ยิ้มให้
เซโร่เดินกลับห้องเรียนของตน ในระหว่างทางเขาพยายามขับไล่ความสงสัยที่เกิดขึ้นในหัวสมองออกไป พยายามระงับความเป็นไปนี้อย่างยากลำบาก มันยากลำบากเสียจนทำเอารู้สึกปวดหัวแปลบ ๆ
"ใครกันนะ.....?"
วินาทีแรกหลังจากการพลัดพรากนานนับทศวรรษ
=================================
นุ๊ก - มันออกมาแล้วววววววววววววววววววววววววววววววว~ เป็นปลื้มมมมมมมมมมมมมมม~ เขียนไปเขียนมาได้มาพลอตนี้แหละกรูววววววววว 555555 เป็นพลอตที่ไงดี ชอบ กร๊ากกกกกกกกก ชอบทรมานตัวละครที่ชอบจริง ๆ
แต่จะเป็นไงนั้นก็ต้องรอติดตามกันต่อไปนะฮ้า~ รับรองยาวสะใจแหง ๆ!!
PS.อย่าลืมรดน้ำกันนะคร้าบบบบบบ~
edit @ 8 Jun 2009 13:56:36 by derick