2009/Jun/25

[AuFic Vampire Knight] Lost Mind  : Part I

 

Pairing : KanameXZero

 

Author : derick

 

Rating : G - NC??

 


 

 

 

 

 

 

 

 

เซโร่นอนบิดกายไปมาบนเตียงนอนในห้องพักอย่างกระสับกระส่าย  จะว่าไปนี่ก็สองวันมาแล้วที่เขาไม่มี อาหาร' ตกถึงท้องเลย  เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องเอกสารการย้ายโรงเรียน  รวมถึงงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาจำเป็นต้องเก็บกวาดให้เสร็จสรรพไร้ร่องรอยทุกอย่างในการจะสืบค้นหาตัว

 

แขนเรียวยาวยกขึ้นวางบนหน้าผาก  ลมหายใจหอบกระชั้น  ยิ่งมืดเท่าไหร่  เขาก็ยิ่งรู้สึกกระหายมากเท่านั้น  เพราะแบบนี้แหละถึงได้รังเกียจตัวเองที่ยังมีชีวิตอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้

 

ล่าสุดที่เขาจำความได้คือชายคนหนึ่งที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา  ภาพนั้นเลือนลางเกินกว่าจะจดจำใบหน้าอย่างชัดเจนได้   อีกฝ่ายช้อนตัวเขาแล้วพาไปที่ไหนสักแห่ง  และพอลืมตาตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าความทรงจำต่าง ๆ ในช่วงเวลากว่าแปดปีที่ผ่านมาหายไปจนหมดสิ้น

 

เหลือทิ้งไว้เพียงรสชาติอะไรบางอย่างที่กรุ่นอยู่ในประสาทรับรสและกระแสเลือด  รวมทั้งรอยเขี้ยวที่เป็นแผลเด่นชัดบริเวณลำคอ  เขาใช้มือลูบบนรอยสักเบา ๆ มันยังคงสัมผัสได้  "น่าขยะแขยงสิ้นดี...."  ริมฝีผากบางขบเม้มแน่นอย่างโกรธแค้น

 

ทำไมถึงไม่ตายไปเสีย  เซโร่เฝ้าคิดตลอดเวลา  หลายต่อหลายครั้งเขารู้สึกหวาดกลัวตัวเอง  มนุษย์ที่ปฏิเสธข้าวและน้ำ  มนุษย์ที่อ่อนแอเวลาโดนแสงตะวัน  มนุษย์ที่มีพละกำลังและประสาทสัมผัสพิเศษเกินเผ่าพงศ์  มนุษย์ที่อยู่ได้ด้วยการดื่มเลือด...มนุษย์ที่กลายเป็นแวมไพร์

 

ความทรมานที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะมีผู้รับรู้  เสียงโทรศัพท์ข้างกายดังเบา ๆ เซโร่เอื้อมมือคว้า  "คิริยูครับ"

 

["น้ำเสียงแบบนั้นฟังดูแย่เอาการนะคิริยูคุง"]

 

น้ำเสียงนั้นคุ้นเคยเป็นอย่างดี  เซโร่ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่ง  "มีงานรึครับ?"

 

ความกระตือรือร้นที่แฝงอยู่ทำเอาปลายสายหัวเราะ  ["ใช่...ทางเราได้ข่าวมาว่าบริเวณ xxx มีคดีตายปริศนาขึ้น  ศพเสียชีวิตสาเหตุเพราะเลือดหมดตัว...."]

 

เขาเว้นจังหวะ  ["คงรู้สินะ?"]

 

"ครับ" 

 

["ดี....ฝากด้วยนะคิริยูคุง"]  พอกล่าวจบคู่สนทนาก็ตัดสายทิ้ง

 

ดวงตาสีม่วงหันมองท้องฟ้าที่มืดไปด้วยเมฆหนา  อีกไม่นานฝนคงตก  เขาต้องรีบจัดการภารกิจนี้ให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  เด็กหนุ่มลุกขึ้นเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อโคทสีดำตัวยาวสวม  พลางคว้าเอากระเป๋าเอกสารใบสี่เหลี่ยมใหญ่ขึ้นวางบนเตียง

 

มือไขรหัสล็อคอย่างรวดเร็ว  สิ่งที่เห็นคือปืนสีเงินขนาดใหญ่และลูกกระสุนสีเงินสว่างที่วางเรียงรายด้านข้างอย่างเป็นระเบียบ  เซโร่ปลดแม็กกระสุนออกสำรวจให้แน่ใจว่ามันจะมีพอใช้สำหรับคืนนี้  แล้วเหน็บปืนนั้นไว้ที่ช่องเก็บซึ่งทำติดไว้พิเศษในเสื้อโคทด้านใน

 

โชคดีที่เป็นช่วงดึกแล้วเลยไม่ค่อยมีนักเรียนคนไหนออกมาเดินเพ่นผ่านนอกห้อง  พอคิดถึงจุดนี้เซโร่ก็ชักหวั่นใจ  หากวันหนึ่งเกิดมีคนเข้ามาพักห้องเดียวกับเขาล่ะ  เขาจะทำงานได้สะดวกเช่นเดิมรึเปล่า?

 

ตอนมาที่นี่ครั้งแรกเซโร่ก็สำรวจที่ทางทุกอย่างอย่างละเอียด  เขาออกทางประตูด้านหลังหอ  ก้าวเดินต่อไปยังต้นไม้ใหญ่  อาศัยกิ่งก้านสาขาที่แตกหน่อออกมาอย่างแข็งแรงนั่นไต่ขึ้นไปเรื่อยจนสูงพอจะสามารถกระโดดข้ามอ่านรั้วโรงเรียนไปได้ 

 

เด็กหนุ่มย่อตัวลงเพื่อลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้น  ก่อนสองเท้าแตะลงบนพื้นอย่างนิ่มนวล   "อีก 15 นาทีงั้นหรือ?"

 

โดยปกติแวมไพร์จะออกล่าเหยื่อในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน  แต่เพื่อความปลอดภัยพวกมันจะออกล่าเหยื่อในยามวิกาลตั้งแต่ราว ๆ ห้าทุ่มขึ้นไปจนถึงเกือบรุ่งสางของวันใหม่  ฉะนั้นเหยื่อส่วนใหญ่จึงเป็นพวกเที่ยวกลางคืนที่ไร้สติสัมปชัญญะในการระแวดระวังตัว

 

เป้าหมายของเขาเป็นย่านซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก  นั่งรถไฟไปหนึ่งสถานีก็ถึง  เซโร่กวาดสายตามองทันทีที่เท้าแตะพื้นถนนด้านนอกสถานี  แล้วอาศัยสัญชาตญาณเป็นตัวนำทางไป

 

เหมือนจะได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา  ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าออกวิ่งอย่างรวดเร็ว  "ขอให้ทันทีเถอะ!"

 

กว่าร้อยละเก้าสิบของงานที่อยู่ในมือเซโร่  เหยื่อทุกรายจะสามารถรอดชีวิตเพราะเขาช่วยไว้ได้ทัน  และนับว่าเป็นโชคดีอย่างยิ่งที่เหยื่อแต่ละรายนั้นอยู่ในสภาพช็อคจนหมดสติ  ทำให้ง่ายต่อการจัดการกับแวมไพร์

 

เซโร่วิ่งหักเลี้ยวไปตามทางแล้วหยุดอยู่หน้าตรอกเล็ก ๆ ตรอกหนึ่ง  กลิ่นคาวเลือดมาจากที่นี่  ดวงตาสีม่วงที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจ้องมองแหวกผ่านความมืด  มือหนึ่งล้วงเข้าจับปืนคู่กายไว้แน่น

 

เมื่อแน่ใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น  เด็กหนุ่มจึงเปล่งเสียงร้องเรียกเบา ๆ  "เฮ้"  ปากกระบอกปืนถูกจ่อไปยังร่างที่ยืนกึ่งก้มหน้าอยู่

 

ใบหน้านั้นค่อย ๆ หันมา  คมเขี้ยวขาวโผล่พ้นริมฝีปาก  "แวมไพร์ฮันเตอร์!!"  พอเห็นอาวุธนั่นแวมไพร์ตนนั้นก็ถึงกับเปล่งเสียงร้องดัง  มือทั้งสองปล่อยร่างของเหยื่อลง  แล้วก้าวกระโดดอย่างรวดเร็วขึ้นไปตามกำแพงสูง

 

เซโร่สบถพลางก้มลงดูร่างที่นอนนิ่งอยู่บนพื้น  ใบหน้าของหล่อนซีดเผือดจนน่ากลัว  "เฮ้ ๆ..."  เขาพยายามร้องเรียกแต่มันก็ไร้ปฏิกริยาตอบรับใด ๆ  เด็กหนุ่มจึงยกมือข้างที่กำปืนไว้อังบริเวณจมูก

 

ไม่หายใจ....  "โธ่เว้ย!!" 

 

ดวงตาสีแดงสดเงยหน้ามองไปยังทางที่แวมไพร์ตนนั้นหนีไปด้วยความโกรธแค้น  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาช้าเกินไป  แต่เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่มันเกิดขึ้น  ซ้ำเซโร่ยังอยู่ในอารมณ์กระหายอย่างมาก  ความโกรธและไม่พอใจจึงเพิ่มพูนขึ้นเป็นสองเท่า

 

โดยปรกติแล้วแวมไพร์จะมีความสามารถทางกายสูงมากกว่ามนุษย์หลายเท่า  ทั้งประสาทสัมผัส  ความรวดเร็ว  สายตาและการหลบหลีก  เพราะเหตุนี้จึงยากที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรด้วยได้

 

เหล่าแวมไพร์ฮันเตอร์จึงเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว  คนพวกนี้จะมีสายเลือดที่ตกทอดกันมาแต่โบราณ  เขาจะมีการฝึกฝนและได้รับการพัฒนาศักยภาพให้ไล่เลี่ยกันกับแวมไพร์

 

เซโร่เองก็เป็นหนึ่งในนั้น  เขาคือทายาทของตระกูลนักล่าแวมไพร์ชื่อดังที่ยังคงหลงเหลืออยู่  แต่มันก็เป็นเรื่องตั้งแต่เมื่อเกือบสิบปีก่อน  ตั้งแต่ตอนที่ครอบครัวของเขาถูกฆ่าล้างตระกูลจากแวมไพร์ชั้นสูงกลุ่มหนึ่ง

 

แล้วเขาก็ถูกแวมไพร์ชั้นสูงที่มีเลือดบริสุทธิ์อันเข้มข้นกัด  แต่ก็ไม่ตาย....ซ้ำยังได้รับพลังอะไรบางอย่าง  ทำให้เขามีประสิทธิภาพ  พลังและความสามารถต่าง ๆ เหนือกว่ามนุษย์และแวมไพร์ทั่วไป

 

ปัง!!

 

เซโร่ลั่นไกปืนอย่างไม่รอช้าทันทีที่เห็นเป้าหมาย  กระสุนนัดนั้นยิงโดนบริเวณต้นแขน  แม้จะไกลจากจุดตายไปมาก  แต่เพียงแค่โดนกระสุนศักดิสิทธิ์นี่ไป  พวกแวมไพร์ก็ถึงกับหยุดชะงัก  มันมีฤทธิ์เช่นเดียวกับยาชาของมนุษย์

 

แวมไพร์จะไม่ดิ่มเลือดเหยื่อที่เสียชีวิตไปแล้ว  และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเซโร่ถึงไม่จัดการระเบิดสมองของแวมไพร์ตนนี้เสียทั้ง ๆ ที่เขาสามารถทำได้ 

 

สองขายาวขยับเข้าไปใกล้อย่างช้า ๆ  แสงของดวงจันทร์สาดส่องสว่างไปทั่ว  หากมีใครเกิดเงยหน้ามองขึ้นมา  คงได้เห็นเงาร่างสองร่างที่อยู่บนหลังคาสูงท่ามกลางความมืดมิดเป็นแน่

 

"ไม่ใช่....ฉันไม่ได้ฆ่าเธอ!!!"  แวมไพร์ตนนั้นปฏิเสธด้วยความหวาดกลัว  ร่างค่อย ๆ อ่อนแรงลงก่อนทรุดลงนั่งคุกเข่า

 

ดวงตาสีแดงสดจ้องมอง  "คิดว่าฉันจะเชื่อคำโกหกของแกรึไง?"

 

"ฉันแค่ไปเจอหล่อนนอนตายอยู่ก่อนแล้วเท่านั้นเอง!!"

 

ใบหน้าคมยังคงเฉยชา  "ช่างเป็นการแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ จริง ๆ"  เขาเข้าประชิด  มือเรียวจับเส้นผมนั่นกระชากขึ้นจนตึงมือ  "งี่เง่าที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน"

 

ร่างนั้นสั่นเทา  "ไม่ใช่ฉัน  ได้โปรด!!!"  เสียงวิงวอนร้องขอความตายที่เซโร่มักจะได้ยิน 

 

คิ้วเรียวขมวดมุ่น  นัยน์ตาสีแดงสดแสดงความสมเพชเวทนา  "แล้วพวกแกเคยฟังคำขอร้องจากมนุษย์บ้างไหม?  พวกแกเคยฟังคำขอร้องจากเหยื่อที่พวกแกจ้องจะทำร้ายชีวิตเขาบ้างหรือเปล่า?"

 

ไม่รอให้ตอบคำถาม  เขี้ยวสีขาวคมกริบของเด็กหนุ่มก็ฝังลงไปบนลำคอของแวมไพร์ตนนั้นอย่างรุนแรง  ร่างที่ไร้ซึ่งแรงขัดขืนกรีดร้องลั่น  แต่ถึงแม้จะดังสักแค่ไหนก็ไม่มีผู้ใดสนใจ  มันก็แค่เสียงลมที่พัดผ่านในยามค่ำคืนเท่านั้น 

 

มนุษย์น่ะเห็นแก่ตัว.....

 

เซโร่ถอนเขี้ยวออกช้า ๆ แล้วปล่อยให้ร่างนั้นร่วงหล่นลงกองกับพื้นหลังคา  มือข้างหนึ่งยกขึ้นปาดเลือดบริเวณริมฝีปาก  ดวงตาสีแดงสดกลายเป็นสีม่วงตามเดิมแล้ว  นั่นหมายถึงความกระหายที่บังเกิดขึ้นหมดลงแล้วเช่นกัน...

 

"ถ้าพวกแกฟังเสียงขอร้องของมนุษย์สักนิด  ฉันก็คงไม่ต้องกลายมาเป็นแบบนี้..."

 

บางทีที่เขายังคงมีชีวิตอยู่อาจเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าก็เป็นได้....

พระประสงค์ที่จะให้เขากลายเป็น แวมไพร์ล่าแวมไพร์'

 

รุ่งเช้าเมื่อพระอาทิตย์ส่องสว่างทำหน้าที่แทนพระจันทร์ในยามค่ำคืน  ร่างที่ไร้วิญญาณตรงหน้าเขาก็จะกลายเป็นแค่เศษฝุ่นผงลอยไปตามสายลมเท่านั้น  แวมไพร์ที่เสียชีวิตไม่ว่าจะสูงส่งแค่ไหน  ยามต้องต่อแสงแห่งอรุณก็ต้องกลับไปยังจุดกำเนิดทั้งนั้น

 

เกิดมาจากผืนดินก็ต้องกลับไปเป็นส่วนหนึ่งของผืนดินเช่นเดียวกัน

 

เซโร่กลับมาในตอนเช้ามืด  ชายหนุ่มถอดเสื้อโคทโยนไว้บนเก้าอี้นั่ง  แล้วล้มตัวลงคว่ำหน้ากับเตียงนอน  ดวงตาสีม่วงเหลือบมองเวลา  "ตี 2 ยังนอนได้"  ว่าแล้วเปลือกตานั่นก็ปิดลง  พร้อมกับความฝันที่ไม่ได้เห็นมากว่าห้าปี

 

เช้าวันรุ่งขึ้นข่าวการเสียชีวิตของหญิงสาวคนนั้นก็แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียน  การพูดคุยอย่างออกรสชาติดังมาตลอดทางที่เขาเดินไปยังห้องเรียน  แม้แต่ภายในก็ยังคุยกันโดยไม่มีทีท่าว่าจะเงียบสงบลง 

 

อาจเพราะเห็นจนชิน  จึงคิดว่าเรื่องพวกนี้มันน่าเบื่อหน่าย  ดวงตาสีม่วงเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่าง  วันนี้จะมีวิชาที่เขาเกลียดที่สุด  นั่นคือวิชาพละกลางแจ้ง....แม้จะเป็นครึ่งคนครึ่งแวมไพร์  แต่เขาก็ไม่ได้รับสิทธิพิเศษให้สามารถทนต่อแดดได้นานนี่นา....

 

เซโร่ไม่ได้จงใจจะทำตัวเด่นแต่อย่างใด  เนื่องด้วยเขาเป็นคนฉลาด  ซ้ำยังเดินทางไปไหนมาไหนบ่อย ๆ ทำให้การเรียนเป็นเรื่องง่าย  ยิ่งภาษาต่างประเทศด้วยแล้วเขายิ่งถนัด 

 

เด็กหนุ่มโดนถามคำถามยากสุดกู่ในชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษด้วยเหตุผลที่เขาเอาแต่เหม่อไม่ตั้งใจเรียน  แต่มันก็เท่านั้น....เพราะไม่ว่าจะโดนถามอะไรเซโร่ก็ตอบออกมาได้หมด

 

ซ้ำยังสวนกลับไปจนอาจารย์สอนยังต้องตกใจ  "คิริยูคุงเก่งมาก ๆ เลย!! ไม่คิดว่าจะเก่งภาษาอังกฤษขนาดนี้"  เสียงหนึ่งดังขึ้นในเวลาหมดคาบ

 

คนถูกชมหันมอง  "ขอบคุณ"  เขายันกายลุกขึ้นยืนเดินไปยังด้านหลัง

 

"จะไปไหนหรือจ๊ะ??"  เธอยังคงถาม  เมื่อเห็นท่าทีว่าเซโร่ไม่ได้โหดร้ายอะไร

 

"เปลี่ยนเสื้อผ้า  เธอเองก็มีเรียนพละไม่ใช่หรือไง?"  เขากล่าวจบก็เดินออกไปจากห้อง 

 

ระหว่างทางเซโร่แอบคิดว่าเขาควรจะหนีไปห้องพยาบาลอีกดีไหม  เพราะถ้าเกิดเขาเป็นลมล้มฟุบกลางสนามขึ้นมาคงเป็นเรื่องใหญ่แน่  ที่สำคัญการเป็นแบบนั้นต่อหน้าคนอื่นมันไม่ใช่วิ่งที่เขาจะยอมรับได้

 

พอคิดถึงห้องพยาบาล  ใบหน้ายิ้มแย้มของอาจารย์สาวก็ย้อนกลับมา  "โดดก็แล้วกัน"

 

สิ่งที่เขาเห็นภายในกลับเป็นใบหน้าของอาจารย์หนุ่มใบหน้าสวยกับเรือนผมสีทองสว่างแทน  ดวงตาและความนิ่งเฉยนั่นมันทำให้เซโร่รู้สึกถึงความไม่เป็นมิตรอย่างรุนแรง  "เป็นอะไรมา?"  เสียงนั้นเอ่ยถาม

 

"รู้สึกปวดหัวครับ  อยากจะขอนอนพักสักครู่"  เขาตอบกลับ

 

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมอง  "งั้นขอตรวจร่างกายหน่อยแล้วกัน  ถ้าเป็นอะไรหนักผมจะได้แจ้งเรื่องถูก"

 

"ผมแค่ปวดหัวนิดหน่อยเท่านั้นครับ  ไม่ได้เป็นอะไร"  เซโร่สวนทันควัน

 

"ผมเป็นอาจารย์ห้องพยาบาลก็ต้องดูแลพวกเธอ  ความรับผิดชอบมันสูงนะ"

 

พอเห็นท่าว่าไม่สำเร็จเป็นแน่เซโร่ก็ตัดสินใจขอตัวออกไป  เห็นทีการหนีมานอนที่ห้องพยาบาลจะไม่ใช่ของง่ายเสียแล้ว  "งี่เง่าชะมัด..."

 

ดวงตาสีฟ้ายังคงมองตามร่างนั้น  เหมือนกับเขาจะรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่าง  "กลิ่นคาวเลือด..."

 

เซโร่จำใจต้องเข้าเรียนพละกลางแจ้ง  ชายหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะวิ่งเข้าสมทบกับเพื่อน ๆ  อาจารย์ประจำวิชามองหน้าเขาอย่างหงุดหงิด  แล้วเอ่ยปากถามถึงเหตุผล  "ทำไมถึงมาสาย? เป็นนักเรียนใหม่แทนที่จะทำตัวให้ดี ๆ หน่อยแท้ ๆ"

 

"ผมไปห้องพยาบาลมาครับ"

 

"หึ....คิดจะโดดเรียนสินะ"

 

ดวงตาสีม่วงแย้มยิ้ม  "ผมจำได้ว่าในประวัติของผมมีบอกไว้อย่างชัดเจนว่าผมเป็นโรคลมแดด ไม่สามารถถูกแดดได้นาน ๆ เพราะเหตุนี้ผมจึงไปห้องพยาบาลเพื่อขอยาทานป้องกัน  เป็นอาจารย์มานานการอ่านประวัตินักเรียนแค่นี้ก็ไม่รู้หรือครับ?"

 

สิ่งที่สวนมาทำเอาอาจารย์หนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง  มันก็ถูกที่อาจารย์จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของนักเรียนอย่างถี่ถ้วน  ยิ่งวิชาที่มีผลต่อร่างกายของนักเรียนอย่างวิชาพละด้วยแล้วยิ่งจำเป็นมาก

 

"อะ....หัวเราะอะไรกันพวกเธอ!! ไปวิ่งรอบสนามคนละ 3 รอบเดี๋ยวนี้!!!"  เขาหันมาชี้หน้าเซโร่  "ส่วนเธอ...อย่านึกว่าจะรอด  พอสอบจริงขึ้นมาเดี๋ยวจะได้รู้กัน"

 

เซโร่เดินไปนั่งในร่มของอัศจรรย์ที่ตั้งอยู่ริมสนาม  จริง ๆ เขาไม่ได้คิดจะบอกเรื่องประวัติอะไรนี่หรอก  ถ้าอาจารย์คนนี้ไม่ได้มีนิสัยไม่น่าเคารพแบบนี้ละก็นะ....

 

จริง ๆ เด็กหนุ่มไม่ได้ห่วงเลยเรื่องการสอบวิ่ง  เพราะไม่ว่าอย่างไรเขาก็วิ่งอยู่ทุกวันอยู่แล้ว  จะแตกต่างก็ที่มันเป็นตอนกลางวันกลับกลางคืนเท่านั้นเอง  เหลือแค่ภาวนาให้ก่อนสอบท้องของเขาอิ่มอย่างเต็มที่ก็พอ  เพราะถ้าขาดเลือดแล้วยังต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง  อย่าว่าแต่รอบสนามเลย  แค่สิบเมตรยังไม่รู้ว่าจะไปรอดไหมด้วยซ้ำ

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจหนัก  "เบื่อชะมัด..."  ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องทำงานสำคัญล่ะก็  ป่านนี้คงย้ายไปอยู่โรงเรียนที่ไม่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งแล้ว 

 

เสียงร้องบอกหมดเวลาดังทั่วโรงเรียน  เขากระโดดลงจากที่นั่งแล้วเดินกลับไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งอยู่ทางด้านหลังของสนาม  ในระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงบ่นด่าของนักเรียน  ท่าทางอาจารย์คนนี้คงนิสัยแย่จริง ๆ นั่นแหละ

 

"ว่าแต่นายยอดไปเลยนะคิริยู  ฉันเพิ่งเคยเห็นคนตอกหน้าเจ้าจุนเบะได้ขนาดนั้น"  เด็กหนุ่มคนหนึ่งหัวเราะร่วน  มือยกขึ้นตบบ่าของคนตัวสูงกว่าเล็กน้อยเบา ๆ อย่างสะใจ

 

เซโร่ตอบเพียงเล็กน้อย  "ฉันก็แค่พูดความจริง"  เขาเดินออกไปจากห้องทันทีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ

 

เขาแอบสังหรณ์ใจไม่ดีเหมือนกัน  เพราะรู้สึกว่าไปทำให้อาจารย์ไม่พอใจถึงสองคนเสียแล้ว  และแต่ละคนก็ดูจะไม่ใช่เล่น ๆ ทั้งนั้น  "ใช่ว่าจะอยู่ยันจบการศึกษาสักหน่อย..."  เผลอ ๆ ไม่เกินเดือนเขาอาจต้องย้ายโรงเรียนอีกแล้ว

 

พอคิดถึงเรื่องย้ายโรงเรียนบ่อย ๆ เขาก็คิดถึงงานที่ทำให้เขาต้องมาเข้าเรียนที่นี่ทันที  เซโร่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมอง  ยังไม่ได้รับการติดต่อมา  แสดงว่าอาจยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม

 

"เอาเถอะ..."  บางทีการใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วไปแบบนี้อาจดีเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 TBC.

 

 

 

 

อย่าลืมรดน้ำน้า~ ไม่รดไม่ต่อ~ 5555  (ล้อเล่น...)

edit @ 25 Jun 2009 13:54:30 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
//วิ่งไปรดน้ำอย่างร่าเริง

สมน้ำหน้า... อ.พละพวกนี้ โดนเซโร่ตอกกลับไปเลย!! สะใจค่ะ ฮ่าๆๆๆ


เมื่อไหร่เซโร่กับคานาเมะจะได้รัก(?)กันซะทีน้า
#1  by  gold~Fish At 2009-06-25 15:06, 
กรี๊ดดดดดดดดดดด มาแล้ววววว คู่นี้ที่รอคอย~~~ >///<

เซโร่เอ๊ยยย มาแบบเคะกวนประสาท(โดยไม่ได้ตั้งใจจะกวน แต่นิสัยมันเป็นยังงั้น)จริงๆ สมน้ำหน้าอ.พละเล็กๆค่ะ

ว่าแล้วก็รอบทคานาเมะออก อะฮร้า~ <3

จิ้มรดน้ำทันทีค่ะ อะฮร้า~~ <3
#2  by  +hiyuura+ At 2009-06-25 19:31, 
อ่านไปได้นิดเดียวเอง=w="
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาอ่านต่อนะ*w*


ปล.ใช่ก่ะมี๊จะคอสโตะ=A=b+ !!!!
เลนยังมีอีกหลายงาน เฮื้อก - -


รดน้ำๆ=w=
#3  by  peez At 2009-06-25 21:50, 
เด็กมาใหม่
.
.
.
ชอบโร่จังมากเลยค่ะ อยากอ่านฉากของคานาเมะกับเซโร่เร็วๆจัง
#4  by  kazuka (118.173.217.238) At 2009-06-29 20:21, 

<< Home