2009/Jul/01

แต่งไว้นานแล้วกร๊ากกกกกกก

ตั้งแต่ช่วงยังบ้า S27 ฮา...

ไม่เคยเอาไปโพสต์ที่ไหน 

เอามาลงในบล็อคมันนี่แล~

 

=========================

 

 

Title : ที่มาของความแตกต่าง
Category : Romance / Comedy
Rating :  G
Pairing : S27


 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันรู้แล้วล่ะว่า....ทำไมนายถึงได้กลายเป็นเอกนภาของวองโกเล่  "

 

 

 

 

สึนะนั่งตัวเกร็งอยู่ในรถลีมูซีนคันหรู   บรรยากาศโดยรอบไม่ได้กดดัน  ไม่มีสายตากินเลือดกินเนื้อของใครที่จ้องมองมา  แต่มันคือไอ้นั่นต่างหาก.....ไอ้เอกสารซองสีน้ำตาลเข้มปริศนาที่ส่งตรงมาจากบอสของวาเรีย  ส่งตรงมาจากแซนซัส  พี่ชายในนามของเขา

 

ข้อความภายในระบุง่าย ๆ สั้น ๆ

 

แกต้องมาเป็นบอสของวาเรียชั่วคราวจนกว่าฉันจะหายเป็นปกติ!'

 

แม่เจ้าเหวย....ไอ้นี่แหละที่เป็นตัวปัญหาซึ่งทำให้เขานั่งเกร็งอยู่แบบนี้  เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อการประชุมครั้งที่ผ่านมา  ที่ได้รับอนุญาตให้แต่ผู้มีตำแหน่งระดับสูงเท่านั้น  ทางวองโกเล่เลยมีเพียงเขาที่เป็นบอสใหญ่  และแซนซัสที่เป็นบอสของวาเรีย

 

แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้  เมื่อมีการหักหลังภายใน  เกิดการต่อสู้จนบาดเจ็บล้มตายไปตาม ๆ กัน  และตอนนั้นเขาก็ได้รับการช่วยชีวิตโดยแซนซัสที่แอบลักลอบนำอาวุธเข้ามาทั้ง ๆ ที่โดนตรวจตราอย่างหนักแท้ ๆ

 

อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ  ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว  จริง ๆ กับอีแค่โดนยิงนี่มันคงไม่ได้ทำให้ถึงขนาดนั่งโต๊ะคอยตรวจตรางานไม่ได้หรอก  มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลังแน่ ๆ

 

ส่วนไอ้ตัวที่คาดว่าจะอยู่เบื้องหลัง  ก็ยุยงส่งเสริมตามระเบียบ  ไม่น่าล่ะปล่อยมาง่ายนัก  ที่สำคัญ....ใครจะไปกล้าขัดพี่ท่าน  "  รีบอร์นนะรีบอร์น....  "

 

พอคิดถึงสิ่งที่ตัวเองจะเจอก็ทำเอาขนลุกเกรียว  ยังจำได้ดีเลย....ความน่ากลัวของพวกนั้นตอนเมื่อศึกชิงแหวน  " สาธุ....ขอให้รอดปลอดภัยอยู่จนครบกำหนดทีเถอะ "

 

ทันทีที่รถยนต์จอดนิ่งสนิท  สึนะก็เริ่มปลงกับชะตากรรมของตัวเอง  เขารู้สึกกลืนน้ำลายยากเย็นเสียเหลือเกิน  ยิ่งพอก้าวลงจากรถและเห็นบรรยากาศภายนอกแล้ว  มันยิ่งชวนหวาดหวั่นหนักเข้าไปอีก

 

บอสหนุ่มจำไม่ได้ว่าตนเคยมาที่คฤหาสน์วาเรียบ้างไหม  แต่เท่าที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าตอนนี้  กิริยาอาการที่เปิดเผยออกมาของเขาในตอนนี้  จะเรียกได้ว่า ‘บ้านนอกเข้ากรุง'  ก็คงไม่แปลก 

 

แม้จะไม่ได้ใหญ่โตเทียมเท่าคฤหาสน์วองโกเล่ก็จริง  แต่มันกลับดูมีมนตร์ขลังและความลึกลับมากกว่า  พลันให้นึกถึงปราสาทในเกมแนวสยองขวัญที่ตัวเอกจะต้องเผชิญและเข้าไปพบกับบอสใหญ่ที่อยู่สุดทาง 

 

ซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้บอสนั้นจะบาดเจ็บอยู่อ่ะนะ  "  เอ่อ....  "  สึนะพยายามจะเอ่ยอะไรออกมาสักอย่าง  เพราะดูเหมือนคนที่นี่พร้อมใจจะนิ่งเงียบกันไปหมด

 

"  หลังจากนี้จะเป็นทางที่เข้าได้เฉพาะคนที่บอสอนุญาตเท่านั้น  ให้ท่านเดินไปเรื่อย ๆ จนสุดทาง  จะพบกับวาเรียท่านอื่น ๆ รออยู่    "  ชายผู้นำทางจากหน้าประตูเอ่ย  ก่อนจะค้อมศีรษะแล้วเดินจากไป

 

กลืนน้ำลายรอบที่ร้อย  ดวงตาสีน้ำกลมโตมองไปตามทางเดินที่ปูด้วยพรมกำมะหยี่สีแดงสด  "  หวังว่าคงไม่มีตัวอะไรโผล่มานะ...  "

 

นี่มันโลกจริงนี่นาไม่ใช่เกมสักหน่อย  สึนะคิดได้ก็พลันโล่งอก  ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วก้าวเดินต่อไปตามทางที่บอก  พอพ้นจากระยะสายตาที่เขามองอยู่เมื่อครู่  ก็เลี้ยวเข้าสู่อีกเส้นทางหนึ่ง 

 

"  นะ.....นี่มัน  "  นี่มันเขาวงกตหรือไงกันเนี่ย!!

 

เบื้องหน้าเขาคือทางแยกมากมายที่จะนำไปสู่ห้องต่าง ๆ ภายในบริเวณ  สึนะเดินไปถึงทางแยกแรก  มองดูทางจนสุด  ด้วยสัญชาตญาณของเขา  เขามั่นใจว่ามันต้องมีทางไปต่อชัวร์ ๆ  ถ้าไม่ใช่ทางวงกต  ก็คงต้องเป็นทางวนที่สามารถทะลุถึงกันได้หมด

 

"  เขาบอกให้ตรงไปเรื่อย ๆ.....เอาไงดีล่ะเนี่ย....  "

 

สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมเดินตรงไปเรื่อย ๆ แล้วสุดทางมีประตูอยู่จริงตามที่บอก  "  ห้องนี้งั้นเหรอ...  "

 

ในขณะที่สึนะกำลังเอื้อมมือไปเพื่อจะเปิดประตูนั่นเอง  มือของเขาก็ถูกหยุดไว้ด้วยมือใครสักคน  บอสหนุ่มหันขวับมอง  รอยยิ้มกว้าง....อวัยวะบนใบหน้าส่วนเดียวที่ปรากฏออกมาให้เห็น  นักฆ่านามเบลฟากอน

 

"  คุณเบล!!  "

 

"  สึนะจะเปิดห้องนี้ไม่ได้เด็ดขาดเลยน้า  ห้องนี้เป็นห้องที่บอสหวงมาก  ขืนเปิดไปละก็....  " 

 

คนฟังรีบชักมือกลับทันที  "  ขะ...ขอโทษครับ  พอดีผมหลงน่ะ  "

 

"  จะไปห้องบอสสินะ  ตามเจ้าชายมาสิ  "  ร่างสูงกว่าในชุดหนังสีดำสนิทเดินนำหน้าไปอีกทาง  สึนะรู้สึกโล่งใจจริง ๆ ที่มีคนมาพบ  ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะต้องอยู่ทำงานหัวโตแทนที่จะได้กลับไปอย่างครบสามสิบสองโดยเร็วเป็นแน่

 

บานประตูไม้สลักลวดลายวิจิตรค่อย ๆ เปิดอ้าออกช้า ๆ  ดวงตาสีน้ำตาลพยายามมองลอดช่องว่างที่เหลือจากการบดบังของเบลเข้าไปด้านใน  อย่างน้อยเขาก็ควรรู้ว่าจะมีใครบ้างที่เขากำลังไปพบ  อ่า....เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนถูกเชือดว่างั้นล่ะ...

 

สายตาคู่อื่นดูจะจ้องมาทางเขาอย่างค่อนข้างเป็นมิตร  จะผิดก็แต่นัยน์ตาสีเทาคู่สวยของชายหนุ่มผมยาวนั่นเท่านั้น  สควอโล่ดูจะไม่พอใจเขาที่ทำให้บอสตนเองเจ็บตัวมากทีเดียว    "  มาช้านะไอ้หนู!  "

 

สึนะสะดุ้ง  "  เอ่อ....พอดีผม...  "

 

"   เอาน่าสควอโล่....ใครมาที่นี่ใหม่ ๆ ก็หลงกันทั้งนั้นแหละ  เจ้าชายว่าอย่าไปดุสึนะเลย  "  คนผมสีทองออกตัวช่วยแก้ต่างให้

 

"  แต่คนจะเป็นบอสมันต้องฉลาดและตรงเวลา  หากรู้ว่าจะหลงทำไมไม่มาให้เร็วกว่านี้!!!  "

 

ชะ..อ้าว  ไหงพูดแบบนั้น  จะมีใครบ้างไหมที่รู้ว่าตัวเองจะต้องมาเดินหาห้องเอง  แถมยังต้องมาหลงทางในคฤหาสน์  ที่สำคัญ...ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ก็ให้รถไปรับเร็ว ๆ หน่อยไม่ได้หรือไงเล่า!!

 

"  ขอโทษครับผมผิดเอง  ความจริงผมรู้ว่าผมต้องรับผิดชอบเรื่องอาการบาดเจ็บของแซนซัส  แต่ผมว่าระยะเวลาแค่สั้น ๆ พวกคุณอาจจะบริหารกันเองได้ดีกว่าผมเสียอีก  ฉะนั้นผมจะไปคุยกับแซนซัสเรื่องนี้เองครับ  " 

 

คำพูดของสึนะทำให้คนฟังต่างตกอยู่ในสภาวะอึ้งกันไปเล็กน้อย  ก่อนคนที่ปรับตัวได้รวดเร็วที่สุดในกลุ่มจะเป็นผู้มาไกล่เกลี่ยแทน  "  ไม่เป็นไรหรอกจ้า....ซือคุงน่ะเก่งจะตายไป  ที่สำคัญพวกเราก็ไม่ได้จะรู้เรื่องของบอสไปเสียหมดหรอก  ก็ดูอย่างการประชุมที่ผ่านมาสิ  พวกเราได้รับอนุญาตให้ไปด้วยที่ไหนกัน  "  ลุซซิเรียเอ่ย

 

"  ใช่แล้วล่ะ....ที่สำคัญนะ เจ้าชายยังไม่อยากโดนบอสย่างสด  "  เบลเอ่ยพลางเหลือบมองไปที่สควอโล่  ส่วนมาม่อนก็ยังคงนิ่งเฉยเหมือนเดิม  ตราบใดที่มันยังคงไม่เป็นผลเสียแก่ตัวเขา

 

สคอวโล่สะบัดหน้าหนี  ร่างสูงสมส่วนยืนกอดอกนิ่งพิงกำแพง   "  เออ! จะทำอะไรก็ทำไป  อย่ามาผิดพลาดแถวนี้แล้วกัน!!  "

 

"  อ่า....ครับ  ผมจะพยายาม  "  สึนะยิ้ม

 

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่างานของบอสวองโกเล่กับวาเรียมันจะแตกต่างกันขนาดนี้  แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้ว....มันฟ้ากับนรกเลยนี่หว่า  สึนะนั่งดูแฟ้มงานทั้งหมดที่ลุซซิเรียและสควอโล่ขนมาให้   ตั้งแต่มาถึงจวบจนตอนมืด  มันทำให้เขาเห็นอะไรหลาย ๆ อย่าง

 

พวกวาเรีย....ยอมทำงานสกปรกทั้งหลายเพื่อวองโกเล่ขนาดนี้เชียวหรือ?

 

พูดง่าย ๆ ว่าถ้าไม่มีวาเรียอยู่  วองโกเล่ก็อาจตกอยู่ในสถานะที่ถูกสั่นคลอนได้โดยง่าย  ฐานอำนาจเบื้องหลังส่วนใหญ่ก็มีพวกนี้นี่แหละที่เป็นคนคอยค้ำจุนไว้   ที่สำคัญมันทำให้เขารู้ว่า....

 

ตัวเองไม่มีความสามารถในการบริหารของวาเรียแน่!!

 

"  เฮ้อ....  "  สึนะถอนหายใจยาวก่อนคว่ำหน้าเลื้อยลงบนโต๊ะทำงานใหญ่

 

เสียงเคาะประตูเบา ๆ ส่งให้คนเผยในเงยหน้ามองขึ้นอย่างหมดแรง  อยากขยันต่อหรอกนะ  แต่นั่งอ่านแบบนี้ทั้งวันสายตาเขาล้าไปหมดแล้ว  ที่สำคัญวันนี้ก็เพิ่งเดินทางมาใหม่ ๆ ร่างกายมันไม่ค่อยพร้อมเท่าไหร่นักหรอก

 

"  อ๊ะ! คุณสควอโล่!  "

 

ร่างสูงเดินตรงมามองบนโต๊ะ  กองเอกสารที่พวกเขาขนมาให้แต่เมื่อบ่ายหายไปเยอะทีเดียว  "  นี่แกกินอะไรรึยัง?  "

 

"  ยังเลยครับ...  "  พอพูดถึงท้องมันก็หิวพอดี  จะว่าไปตั้งแต่มาเขาได้ทานไปแค่น้ำกับขนมอีกนิดหน่อยที่ลุซซิเรียนำมาให้เท่านั้น

 

"  จะบ้าหรือไง!!ปล่อยให้ท้องว่างได้ขนาดนั้น!!  "  ว่าแล้วก็เข้าไปลากอีกฝ่ายไปยังห้องอาหารเฉพาะของพวกวาเรียระดับสูง

 

สึนะมองประตู  นี่มันห้องที่เขาจะเปิดเข้าไปตั้งแต่ทีแรกนี่นา  ถ้าเป็นแค่ห้องอาหาร  แล้วทำไมเบลต้องห้ามไม่ให้เขาเข้าไปด้วยล่ะ?   "  เอ่อ....ห้องนี้มัน?  "

 

"  ห้องทานอาหาร  ปกติแล้วจะมีแค่พวกฉันแล้วบอสเท่านั้นที่เข้าไป  "

 

พอเปิดเข้าไปถึงได้รู้ความหมาย  ก็รอบ ๆ ห้องมันมีแต่ตู้เก็บเหล้าชั้นเลิศทั้งนั้นเลยนี่นา  สมแล้วที่มีแซนซัสเป็นบอส  นอกจากจะสนุกสนานกับการทำอะไรท้าทายแล้ว  การสะสมเหล้าคงเป็นงานอดิเรกด้วยละมั้งเนี่ย

 

ไม่นานนักอาหารจานร้อนก็มาถึง  "  กินซะ...แล้วอีกสักพักฉันจะมาพาไปที่ห้องนอน  "  ว่าแล้วก็เดินตัวปลิวออกไป

 

จริง ๆ แล้วเขาอยากจะรั้งไว้หรอกนะ  เพราะไอ้การนั่งกินข้าวคนเดียวในสถานที่ที่ไม่รู้จักเนี่ยมันทำให้รู้สึกเปล่าเปลี่ยวมากแค่ไหน  ไอ้จากท้องหิว ๆ มันก็ด้านชา  ทานอะไรไม่ลงขึ้นมาทันที  ถึงจะเคยชินกับการกินอาหารคนเดียวแล้วก็เถอะ  แต่นี่มัน.....

 

"  รีบ ๆ กินดีกว่าเรา....  "  เขาก้มหน้าก้มตาลงทานอาหารที่อยู่ตรงหน้า

 

ท่ามกลางการจับจ้องของดวงตาคู่หนึ่ง  ซึ่งยังคงยืนมองเขาหลังบานประตูไม้ที่แง้มออกเพียงเล็กน้อย  ก่อนมันจะปิดลงสนิท  เหลือทิ้งไว้แต่คนนั่งทานอาหารเพียงคนเดียวจริง ๆ

 

ไม่นานนักสควอโล่ก็กลับมา   "  ไปได้และ  "

 

"  เอ่อ...เดี๋ยวครับ...คือผมขอไปเก็บเอกสารก่อน...  "  อาจถือเป็นความเคยชินที่ลืมเสียไม่ได้  เวลาทำอะไรทุกครั้งเขาต้องเก็บเอกสารก่อนเลิก  เพื่อวันพรุ่งนี้หรือวันต่อ ๆ ไปจะได้หยิบใช้ได้สะดวก

 

"  ฉันเก็บให้หมดแล้ว  วันนี้นายไปพักผ่อนได้...  "  ชายหนุ่มเดินนำทาง  สึนะจ้องมองแผ่นหลังนั่นอย่างแปลกใจ  บางที...สควอโล่อาจไม่ได้โกรธเขาอย่างที่คิด

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมื่อคืนเขาหักโหมเกินไปหรือเปล่า  วันนี้เลยรู้สึกว่าอะไร ๆ ก็ดูแย่ไปหมด  แม้กระทั่งสภาพร่างกายยังรู้สึกเหมือนคนนอนตื่นไม่เต็มที่  ปวดลูกตาแปลก ๆ หัวก็หนักไปหมด

 

"  เฮ้ย!!ตื่นหรือยัง!!  "  เสียงทุ้มตะโกนเรียกดัง  สึนะที่กำลังแต่งตัวต้องรีบแจ้นไปเปิดประตูให้

 

"  คะ....ครับ ๆ ตื่นแล้วครับ ๆ  "

 

สควอโล่เองก็คงรู้ว่าสึนะต้องการพักผ่อน  ดวงตาสีน้ำตาลเหลือบมองนาฬิกาแขวนผนัง  เกือบสิบโมงแล้ว  คงไม่มีบอสคนไหนที่ออกมาทำงานสายโด่งป่านนี้หรอกนะ 

 

"  ขอบคุณนะสควอโล่  "

 

อีกฝ่ายหันไปมองใบหน้ายิ้มแย้มนั่น  "  อะไรของแก?  "

 

"  เปล่าครับ  " 

 

วันนี้ก็เป็นวันที่สึนะจะต้องมานั่งจมอยู่กับกองเอกสารอีกวันหนึ่ง  ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาต้องมานั่งเก็บกวาดงานที่แซนซัสยังเคลียร์ไว้ไม่เสร็จ  ให้ตายเถอะ....ตอนแรกก็ว่าทำไมงานวาเรียมันเยอะหนักหนา  พอมาดูวันที่ตามรายงานก็รู้ทันทีว่าตัวเองโดนหลอกใช้ไปเสียแล้ว

 

"  แซนซัสนะแซนซัส...ไอ้บ้าเอ้ย!  "  เขากัดฟันกรอด 

 

กว่าจะรู้ตัวเมื่อสายมันเป็นแบบนี้รึเปล่านะ   แต่ก็เอาเถอะ...จะโทษใครก็ไม่ได้  เขาดันไปเสียรู้เองนี่นา  ว่าแต่ไม่รู้ว่าทางนั้นจะเป็นยังไงบ้าง  ป่านนี้โกคุเทระคงวิ่งวุ่นไม่เป็นสุขน่าดู  คิด ๆ แล้วก็คงตลกดี

 

สึนะมัวแต่คิดอะไรเพลินจนไม่ได้สังเกตว่ามีใครอยู่ในห้องอีกคนนอกจากเขา  สควอโล่ยืนมองใบหน้าที่แต้มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเบา ๆ นั่นอย่างแปลกใจ  งานของวาเรียมันง่ายขนาดนั้นเชียวหรือ?

 

ร่างสูงเคาะประตูที่เปิดค้างไว้พักหนึ่ง  "  ไปกินข้าวได้แล้ว  "

 

เนื่องจากสึนะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน  เขาจึงไม่คุ้นเคยกับเวลา  ธรรมเนียมปฏิบัติ และสถานที่ภายในนี้เท่าไหร่นัก  สควอโล่ที่ปกติก็จะคอยเป็นผู้ช่วยให้แซนซัสอยู่แล้วจึงต้องคอยทำหน้าที่ดูแลเขาไปด้วย  ส่วนคนอื่น ๆ ก็จะได้รับงานแล้วแยกย้ายกันไปทำ

 

อาหารตั้งวางรออยู่ตรงหน้าแล้ว  ขาดก็แต่คนที่จะทานเท่านั้น  ดวงตาสีน้ำตาลมองจานอาหารบนโต๊ะสลับกับคนที่พาตนมา 

 

"  อะไร?  "  สควอโล่อดจะถามไม่ได้

 

สึนะยังไม่ได้ทิ้งตัวลงนั่ง  "  แล้วสควอโล่ไม่ทานด้วยกันหรอ?  "

 

"  ไม่ล่ะ...ปกติพวกเราก็ไม่เคยกินอะไรร่วมโต๊ะกับบอสอยู่แล้ว  "

 

"  งั้นแสดงว่ายังไม่ได้กินสินะ  "  ใบหน้าหวานฉายแววความตื่นเต้นดีใจ  ดวงตาสีเทาหม่นมองอย่างแปลก ๆ

 

"  ก็เออ...  "

 

ร่างเล็กเดินตรงไปยังคนที่ยืนอยู่  ก่อนจะจับมือข้างหนึ่งไว้แน่น  "  งั้นมาทานด้วยกันนะ  ทานกันหลาย ๆ คนสนุกดีออก  นะ ๆ  "

 

สควอโล่รู้สึกว่าคนตรงหน้าเขานี่เหมือนลูกแมวขี้อ้อนไม่มีผิด  ยิ่งมองไปยังดวงตากลมโตใสที่เป็นประกายด้วยแล้ว  เขายิ่งรู้สึกอึดอัดจนทำอะไรไม่ถูก  เกิดมาเคยเจอคนอ้อนเสียที่ไหน  อยู่กับไอ้บอสขี้เหล้านั่นก็เจอแต่กำลังกับคำด่าไม่เว้นแต่ละวัน

 

พอเห็นชายหนุ่มร่างสูงกว่าจะอ้าปาก  สึนะก็รีบกลบคำพูดนั้น  "  มาทานด้วยกัน ๆ เร็วเถอะ อาหารเย็นหมดแล้ว  "  ว่าแล้วก็ลากไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

 

เรียบร้อยโรงเรียนมาเฟีย  เห็นเป็นคนปากร้ายที่โวยวายก็เถอะ  แต่ถ้าลองได้โดนอ้อนแล้ว  ใครมันจะไปปฏิเสธได้ลง   เขาเลยได้แต่ยอมนั่งทานอาหารเป็นเพื่อนแต่โดยดี

 

แต่ถึงจะได้เพื่อนร่วมทานอาหารแล้วก็เถอะ  มันทำไมถึงได้เงียบเหมือนนั่งทานอยู่คนเดียวแบบนี้ล่ะ  "  นี่สควอโล่....  "

 

"  ว่าไง?  "

 

"  นายโกรธฉันเหรอ?  " 

 

สควอโล่แทบสำลักอาหารที่ตนเพิ่งจะเคี้ยวได้ไม่นานออกมา  เขารีบดื่มน้ำตาม  ก่อนจะหันมองหน้าคนถามด้วยความไม่สบอารมณ์  "  นี่แกมีมารยาทบนโต๊ะอาหารบ้างรึเปล่า?! เวลากินเขาห้ามคุยรู้ไหม?!  "

 

ใช่ว่าสึนะจะไม่รู้  แต่มันเหงานี่นา  "  แหะ ๆ ก็รู้อ่ะนะ...แต่เวลาที่ฉันจะได้คุยกับนายก็มีแต่เวลานี้นี่นา  "

 

ดวงตาสีเทาเบิกกว้าง  "  ทำไมถึงอยากคุยกับฉันนัก?  "

 

"  ฉันอยากถามว่านายโกรธฉันหรือเปล่า....การที่แซนซัสบาดเจ็บส่วนหนึ่งมันก็เป็นเพราะฉัน  "  ใบหน้าหวานก้มลงมองจานอาหารตรงหน้า  พลางเขี่ยมันไปมาเบา ๆ

 

สควอโล่สะบัดหน้าเบี่ยงสายตาจากอีกฝ่าย  "  ทำไมฉันต้องโกรธแก  ในเมื่อคนที่ยิงบอสไม่ใช่แกสักหน่อย  "

 

"  แต่...  "

 

"  หุบปากแล้วกินไป  "

 

ความเงียบก่อกุมมื้ออาหารนี้อีกครั้ง  สควอโล่ที่ไม่ได้ใส่ใจอะไรหันกลับมองคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ  ดวงตาสีน้ำตาลดูหมองลง  อาหารในจานก็ไม่ได้ยุบลงไปเลยสักนิด  เสียงช้อนส้อมที่เขาได้ยินอยู่ตลอดมันก็แค่เสียงที่ดังเพราะคนถือเขี่ยมันให้กระทบจานเท่านั้น

 

"  ถ้าไม่อร่อยก็บอกมา...คราวหลังฉันจะได้ให้เขาทำอะไรที่นายกินได้  "

 

สึนะรีบส่ายศีรษะเป็นพัลวัน  "  ไม่ใช่ครับ ๆ มันอร่อยมาก  แต่ผมแค่ทานอะไรไม่ค่อยลงเท่านั้นเอง  "

 

"  ก็นั่นแหละที่เขาเรียกว่าไม่อร่อย....  "

 

ไม่รู้จะตอบกลับอย่างไรดีเลย  ความเข้าใจของคนนี่เป็นเรื่องที่แก้ได้ยากจริง ๆ  สึนะเลยตัดสินใจเงียบและรวบช้อนส้อมเข้าที่ดีกว่า  เพราะยังไงเขาก็ไม่มีอารมณ์จะกินต่ออยู่ดี

 

ในระหว่างที่เดินกลับห้องทำงาน  สึนะนึกอะไรขึ้นมาได้   "  สควอโล่....  "

 

"  อะไรอีกล่ะ....  "

 

"  คือ....นายช่วยมาทานอาหารเป็นเพื่อนฉันจนกว่าฉันจะหมดหน้าที่ที่นี่ได้ไหม?  "

 

อีกแล้ว....สควอลโล่รู้สึกว่าวันนี้เขาได้เจอเรื่องอะไรไม่คาดฝันบ่อยเสียเหลือเกิน  แม้จะได้ยินคำล่ำลือเกี่ยวกับบอสคนนี้ของวองโกเล่มาบ้างก็เถอะ  แถมก็เคยได้เจอกันอยู่บ้าง  แต่ไม่ได้สนิทหรืออยู่ใกล้กันขนาดนี้  ก็เลยไม่รู้ว่าจริงเท็จเป็นไงกันแน่

 

ประจักษ์กับตาก็คราวนี้แหละ   "  ทำไมต้องเป็นฉัน?  "

 

"  ก็....ฉันไม่เคยเห็นคนอื่นอีกเลยอ่ะ  "  เออ...ถามตรง ๆ ก็ตอบตรง ๆ คนฟังกุมขมับเครียด

 

ทำไมเขาต้องคอยมาดูแลไอ้เด็กบ้านี่ด้วยนะ!!  "  เออ!! แต่บอกไว้ก่อนอย่าทำอะไรให้ฉันหงุดหงิด ไม่งั้นพ่อจะสับให้เละเป็นโจ๊กเลย!  "

 

แทนที่จะกลัวสักนิดหรือก็หาไม่  "  ขอบคุณนะ!!  "  สึนะแย้มยิ้มรับ  ก็คงจะกลัวหรอกนะ....ในเมื่อผู้พิทักษ์ของเขายังมีคนที่คิดว่าน่ากลัวกว่าสควอโล่ตั้งเยอะนี่นา

 

ไม่รู้ว่าคนรอบข้างจะคิดกันไปเองไหม  แต่เท่าที่มองเห็นในตอนนี้  บอกได้อย่างเดียวว่าสควอโล่และสึนะดูสนิทกันมากกว่าปกติ  ชายหนุ่มดูจะเปิดเผยมากขึ้น  ซ้ำยังชอบโวยวายใส่บอสตัวเล็กแห่งวองโกเล่ด้วย  มันเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าสควอโล่เริ่มจะสนิทใจกับสึนะ

 

สึนะเองที่เป็นคนเข้ากับคนง่ายอยู่แล้วก็รู้สึกดีมาก ๆ เมื่อได้อยู่กับสควอโล่  แม้จะปากไม่ค่อยดีเหมือนฮิบาริ  ขี้โวยวายเหมือนคุณพี่   หรือบางครั้งก็ดูอ่านยากเหมือนยามาโมโตะ  แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อเหมือนกัน

 

"  นี่สควอโล่...  "  เสียงหวานเอ่ยขึ้นระหว่างทานอาหารเย็น

 

ดวงตาสีเทาหันมอง  "  หืม?  "

 

"  นายยังไม่ได้บอกฉันเลยว่านายหงุดหงิดอะไร....ตอนนั้นน่ะ  "  สึนะกล่าวถึงเหตุการณ์ในตอนแรกที่เขาเข้ามาทำงานแทนแซนซัส  ใบหน้าของชายหนุ่มดูไม่พอใจมากเมื่อเห็นเขา

 

สควอโล่ถอนหายใจหนัก  "  แกนี่นะ....จะอยากรู้ไปทำไมกัน  เรื่องของตัวก็ไม่ใช่  "

 

"  ก็มันอยากรู้นี่นา....  "

 

"  นั่นก็เพราะ.....  "  จู่ ๆ คนพูดก็นิ่งเงียบไป  สควอโล่รู้สึกแปลกใจตนเองอย่างมาก  ตอนแรกเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่บอกใคร  ยิ่งเจ้าหนูนี่ด้วยแล้วมันก็ยิ่งไม่สมควรจะบอก  แต่แล้วทำไม....ทำไมถึงได้.....?

 

สึนะเงยหน้ามองอย่างตั้งใจฟัง  "  เพราะ?  "

 

"  ไม่มีอะไร...  "

 

"  ได้ไง....เมื่อกี้นายจะบอกฉันอยู่แล้วนะ  "

 

ร่างสูงลุกขึ้นยืน  ทำท่าจะเดินออกไปเพื่อหนีความรำคาน  "  แกกินไปแล้วกัน  เดี๋ยวอีกสักพักฉันจะมาหา  "

 

"  อะ....อ้าว....เฮ้!!  "

 

สึนะรู้สึกเหมือนว่าวันแรกของการมาคฤหาสน์แห่งนี้กลับคืนมาอีกครั้ง   เขาพยายามที่จะลุกตามอีกฝ่ายไป  แต่พอเปิดประตูห้องอาหารออกไปภายนอก  มันก็ไร้เงาและวี่แววของคนแล้ว  ไม่มีใครอยู่.....นอกจากเขา

สควอโล่ไม่ได้มารับเขาตามที่บอก  แต่เป็นลุซซิเรียที่มาทำหน้าที่แทน  โดยเธอบอกว่าสควอโล่ติดงานสำคัญด่วนไม่สามารถมาทำหน้าที่นี้ได้ชั่วคราว  และสึนะคิดว่าชั่วคราวนั้นก็คงยาวไปจนกว่าเขาจะกลับวองโกเล่

 

เขาไม่เข้าใจว่าเขาทำผิดอะไร?  เขาพูดไม่ดีออกไปงั้นหรอ?  หรือว่าถามในเรื่องที่ไม่สมควรจะถามออกไป?  ทำไมล่ะ....แล้วทำไมถึงไม่ต่อว่าเขา  ไม่ตะโกนด่าเขาอย่างที่ควรจะเป็นล่ะ 

 

"  ทำไมถึงไม่ทำแบบนั้นล่ะ....  " 

 

ลุซซิเรียมองใบหน้าหวานที่สลดลงอย่างเห็นได้ชัด  เขาไม่รู้หรอกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างคนทั้งคู่  แต่ที่เขาสังเกต  สัญชาตญาณบางอย่างมันบ่งบอกให้รู้ถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน  สควอโล่เปลี่ยนไปในชั่วไม่กี่วัน  เพราะใครกัน?  สิ่งที่สควอโล่ไม่เคยทำกับคนอื่นแม้กระทั่งบอสตัวเอง  นั่นหมายถึงอะไรกัน?

 

"  หมอนั่นก็เป็นแบบนี้แหละ...พอไม่รู้จะพูดยังไง  พอสับสนขึ้นมาหน่อย  ก็หนีท่าเดียว...  "

 

"  แต่....แต่ผมคงพูดจาไม่ดีไปจริง ๆ  "  สึนะว่า

 

ลุซซิเรียเดินไปยังโต๊ะทำงาน  "  โถ....อย่าคิดมากสิจ๊ะ  อยากรู้ว่าเป็นอะไร  คาใจนักก็ไปถามเลยสิ  "

 

เธอไม่ได้แนะนำเปล่า  ยังบอกห้องพักของสควอโล่ให้เสร็จสรรพ  หลังจากสึนะกลับเข้าห้องพัก  อาบน้ำแต่งตัวแล้วนั่งขบคิดอะไรคนเดียวอยู่ชั่วครู่   เขาก็ตัดสินใจลุกออกไป  อย่างน้อยก็ต้องถามให้รู้เรื่อง  จะได้ไม่มีเรื่องคาใจก่อนกลับสู่วองโกเล่

 

แล้วเขาก็รู้สึกว่าตนเองคิดผิดอย่างรุนแรง  ที่ออกมาเดินในคฤหาสน์วาเรียมืด ๆ แบบนี้คนเดียว  "  ซะ....ซวยแล้ว....  "

 

เขาไม่ได้กลัวผีนะ  แต่แค่ไม่ชอบเท่านั้นเอง  ดวงตาสีน้ำตาลกวาดมองไปรอบ ๆ พยายามเดินให้หลังติดกำแพงมากที่สุด   ไปตามทางที่ลุซซิเรียบอก  ปากบางท่องมันแทบจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับลมหายใจ  อย่างน้อย...จำทางกลับห้องไม่ได้  ก็ต้องมุ่งสู่จุดหมายเท่านั้น

 

ในระหว่างที่เดินอยู่นั่นเอง  สึนะก็รู้สึกเหมือนตนเองเห็นเงาดำ ๆ เงาหนึ่งพาดผ่านไป  เขาพยายามจะไม่คิดและมองมัน  สองขาเรียวก้าวเดินจนแทบจะวิ่ง  "  ไม่มีอะไร ๆ  "

 

แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดฤทธิ์เมื่อจู่ ๆ มีมือมือหนึ่งมาแตะที่บ่าของเขา  สึนะทรุดลงอย่างหมดแรง  ปากร้องตะโกนเรียกชื่อคนที่ตนเองนึกถึงอยู่ในขณะนั้น  "  สควอโล่!!!ช่วยด้วย!!!!  " 

 

"  อะไรของแก....เรียกทำไม  แล้วใครใช้ให้มาเดินดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้  "

 

พอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครสึนะก็ทุ่มแรงทั้งหมดที่มีโผเข้ากอด  ร่างสูงกว่าซึ่งไม่ได้ตั้งหลักถึงกับเซถลาก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น   พอจะอ้าปากด่าก็ดันมีตัวอะไรไม่รู้กอดเข้าแน่น  แถมยังร้องไห้โฮแบบเด็ก ๆ อีก

 

คำด่าเลยกลืนหายเข้าไปในคอหมด  "  อะไรของแก....  "

 

อีกฝ่ายไม่พูด  ยังคงเอาแต่ร้องไห้แล้วกอดเขาแน่นอยู่แบบนั้น  พอสควอโล่บอกให้ยืนขึ้นเพราะนั่งทับเขาอยู่ก็ไม่ยอม  จนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายอุ้มแล้วพาเดินไปเอง  ไม่อย่างนั้นต้องได้ตื่นมากันทั้งคฤหาสน์แน่ ๆ

 

"  สงบใจได้รึยัง?  "  เสียงทุ้มเอ่ยขณะส่งโกโก้ร้อนให้   ตอนนี้พวกเขาทั้งคู่อยู่ในห้องนอนของสควอโล่

 

สึนะที่นั่งอยู่บนโซฟาพยักหน้าขึ้นลง  "  อือ....ขอโทษนะที่ทำให้เดือดร้อน  "

 

"  แล้วนายมาที่นี่ทำไม?  ทำไมถึงออกมาเดินมืด ๆ คนเดียว?  "

 

"  ฉันก็แค่.....  "  ดวงตาสีน้ำตาลเงยมองร่างที่ยืนพิงกำแพงอยู่ไม่ห่างกันนัก  "  อยากคุยกับนายให้เข้าใจก่อนจะกลับวองโกเล่ก็เท่านั้น  "

 

เขาก้มหน้าลง  "  ขอโทษที่ทำให้นายไม่พอใจ  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้นเลยจริง ๆ  "

 

สควอโล่คิดหนักก่อนจะถอนหายใจยาว  ให้ตายเถอะ...ออกมาเดินตามหาเขาเพราะเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ  ทำไมถึงต้องสนใจนัก  ทำไมถึงต้องแคร์ความรู้สึกคนอื่นมากมายขนาดนี้  ทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ยืนอยู่ในจุดสูงสุดแท้ ๆ ในจุดที่ทุกคนต้องยอมก้มหัวให้ 

 

"  ฉันไม่ได้โกรธแก  "  ร่างสูงสาวเท้าเข้ามาใกล้

 

"  แต่นายไม่พอใจ....นายไม่ได้...  "

 

คนฟังแทรกขึ้น  "  ก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าติดงานด่วน  แกนี่ยังไงนะ...  "

 

ความเงียบก่อกุมขึ้นภายในห้องนอนกว้าง  ชายหนุ่มนั่งลงฝั่งตรงข้ามกัน  พลางเสตามองออกไปยังท้องฟ้าสีดำมืดด้านนอก   จริง ๆ แล้วมันก็ถูกอย่างที่อีกฝ่ายเข้าใจนั่นล่ะ  เขากำลังหนี......หนีจากตัวเอง  หนีจากความสับสนที่จู่ ๆ ก็ก่อตัวขึ้นของตัวเอง  น่าแปลก....น่าแปลกนักที่คนอย่างเขากลับมีความคิดแบบนี้

 

กลัว.....กลัวอะไร  และทำไม...

 

"  งั้นฉันก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ....ขอโทษที่รบกวนนะ  "  สึนะวางแก้วในมือก่อนรีบลุกขึ้นยืน  หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว  เหมือนจงใจจะไม่มองคนที่นั่งอยู่

 

สควอโล่หูไวแล้วก็ไม่ได้โง่  น้ำเสียงเมื่อครู่มันสั่นไหวเกินกว่าจะเป็นเสียงของคนที่มีอารมณ์ปกติ   "  เดี๋ยว...กลับคนเดียวเดี๋ยวก็หลงอีก  ฉันจะไปส่ง  "

 

"  ไม่เป็นไร  ฉันรบกวนนายมามากแล้ว  นายพักผ่อนเถอะ  "  ว่าแล้วก็เร่งเดินออกจากประตูห้องไป 

 

ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะวิ่งตามออกไป  เขาคว้าเขาแขนเรียวเล็กนั่นไว้แน่น  รั้งไม่ให้ขยับไปไหน  สควอโล่รู้สึกหงุดหงิดจริง ๆ  ทำไมถึงพูดอะไรไม่ฟังกันบ้าง  ชอบหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ!!

 

"  พูดอะไรก็ฟังเสียบ้างสิ!! แล้วนั่นนายเป็นอะไร  ร้องไห้รึไง?  "

 

ร่างเล็ก ๆ นั่นสั่นไหวอย่างรุนแรง  เขาพยายามมองผ่านความมืด  สึนะสะดุ้งเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายจะล่วงรู้สิ่งที่พยายามปกปิดเอาเสียแล้ว  เขากลืนมันลงคอ  สูดหายใจลึก  แล้วข่มเสียงให้เป็นปกติ 

 

"  เปล่า...พอดีอากาศมันหนาว ๆ น่ะ  แต่จริง ๆ นะฉันกลับเองได้ นายไม่ต้องไปส่งหรอก  " 

 

ดวงตาสีเทามองแผ่นหลังคนพูด  "  แล้วทำไมถึงไม่มองฉัน  "

 

"  ถ้าไม่ได้เป็นอะไรทำไมไม่หันหน้ามาคุยกับฉัน?  "

 

ความอดทนสุดท้ายพลังทะลาย  น้ำตาที่พยายามเก็บกดไว้เอ่อล้นออกมาอย่างบ้าคลั่ง  ดวงตาสีน้ำตาลได้แต่ก้มลงมองผืนพรมสีแดงที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาของเขา  แต่กระนั้น...เสียงสะอื้นที่ควรมีก็กลับไม่ปรากฏ

 

ทำไมจะไม่รู้.....รู้ดีที่สุด  สควอโล่กัดฟันกรอดอย่างขัดใจ  "  โธ่เว้ย!!  "

 

สึนะสะดุ้ง   "  ขอโทษครับ....ผมขอโทษ  "  เขาทรุดนั่งลงกับพื้น  ทั้ง ๆ ที่แขนตนเองยังคงอยู่ในมือของอีกฝ่าย

 

"  บ้าเอ้ย!! ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธนาย  "  สควอโล่ดึงร่างเล็กให้เขามาอยู่ในอ้อมแขนตนเอง  เขาโอยกอดอีกฝ่ายไว้แน่น  "  อย่าทำให้ฉันสับสนมากไปกว่านี้ได้ไหม!!  "

 

บอสหนุ่มเริ่มไม่เข้าใจกับคำพูดของอีกฝ่ายนัก  "  สคอวโล่....  "

 

"   ฉันโกรธตัวเองต่างหากที่ไม่สามารถปกป้องใครได้  แล้วที่ฉันไม่ไปหานายวันนี้ก็เพราะฉันหนี  เออ!!ฉันมันงี่เง่าเองนั่นแหละ!!!  "

 

สึนะเริ่มงงหนัก  ไป ๆ มา ๆ ตกลงใครผิดกันแน่  แต่เขาก็ถามอะไรไม่ออกหรอก  เพราะตอนนี้อ้อมกอดที่เขากำลังพักพิงอยู่มันช่างอบอุ่นเหลือเกิน...

 

จิตใจเต้นไม่เป็นระส่ำ....เขาผิดปกติรึเปล่านะ?

 

ไม่สิ....ความจริงเขาคงผิดตั้งแต่สนใจสควอโล่มากกว่าที่ควรจะเป็นแล้ว  "  ขอโทษนะ...  " 

 

"  แล้ว.....สรุปแล้ว....ไม่ได้โกรธฉัน?  "

 

"  เออ....หยุดร้องไห้ได้แล้ว น่ารำคาญ!  "

 

สึนะพยายามจะยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา  "  เอ่อ.....  "

 

"  อะไรของแกอีกล่ะ?  "

 

"  ปล่อยก่อนได้ไหม....มัน....เช็ดหน้าไม่สะดวกอ่ะ...  "  พอรู้ว่าตนเองยังกอดร่างเล็กอยู่สควอโล่ก็รีบปล่อยมือทันที  พลางส่งเสียงกระแอมกระไอข่มความอาย

 

"  กลับห้องได้แล้วจะไปส่ง  "  ร่างสูงกว่าส่งมือให้

 

สึนะวางมือของตนลงไปแต่โดยดี  รอยยิ้มอ่อนโยนทาบทับบนใบหน้า  ทันทีที่เขาได้รับความอบอุ่น  ทันที่ที่ผิวกายสัมผัสกัน  บอสหนุ่มก็รู้ได้ทันทีว่ามันเพราะอะไร 

 

แตกต่างจากคำว่าเพื่อนมากมายจนไม่อาจหาใดเปรียบ

 

"  สควอโล่....  "

 

"  อะไรอีกล่ะ...  "

 

"  ชอบนะ....  "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาของความสับสนก็คือความแตกต่าง

ความแตกต่างของท้องฟ้าสีแดงและสีครามอันสดใส

 

คราวหลังก็อย่าเข้ามาในจิตใจของคนอื่นเขาอย่างกะทันหันแบบนี้อีกล่ะ  "

 

 

 

 

================END==============

 

 

 

 

 

    

 

 

 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สนุกจังเลยค่ะ
s27 สุดยอด
xs สุดยอด(อันหลังไม่เกี่ยวเเละ)
เเต่งอีกนะค่ะ
จะรอชม พี่เเต่งได้สนุกมากๆเลยค่ะ
#1  by  Diva-Devil At 2009-07-01 20:26, 
น่ารักมากเลยค่ะ
ตอนนี้ชอบ S27(ในบรรดา x 27)ที่สุดแล้ว
แล้วแต่งอีกนะคะ ช๊อบ ชอบ
หลามนี่ ปากร้าย ใจดี จริง ๆ
#2  by  aiwendil At 2009-07-02 11:01, 
กรี๊ดดดด น่ารักมากๆเลยค่ะพี่นุ๊ก

S เมะบันไซ!!!
#3  by  gold~Fish At 2009-07-02 13:57, 

<< Home