2009/Jul/16

 

 

[AuFic Vampire Knight] Lost Mind  : Part II

 

Pairing : KanameXZero

 

Author : derick

 

Rating : G - NC??

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก  ภายใต้ท้องฟ้าอันมืดดำและดวงไฟสีเหลืองนวลส่องสว่าง  ร่างของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งกำลังโอบกอดเด็กหญิงตัวเล็กไว้แน่นด้วยความรัก  ก่อนจะผละออกแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้มใสนั่นเบา ๆ

 

"อย่าร้อง  อีกไม่นานผมจะไปรับ"

 

คนถูกปลอบสะอื้นไห้หนัก  "ท่านพี่ไม่ไปด้วยกันเหรอ  ไม่ไปกับยูกิจริง ๆ เหรอคะ??"

 

ใบหน้าของผู้เป็นพี่ชายยิ้มอย่างอ่อนโยน  "ไปสิ...อีกไม่นานผมจะตามไปแน่นอน  แต่ตอนนี้ยูกิต้องไปก่อน  ไปในที่ ๆ ปลอดภัย  เพื่อท่านพ่อ ท่านแม่และผม"

 

"แต่ยูกิอยากอยู่กับท่านพี่  อยากอยู่ด้วยกันกับท่านพ่อ  ท่านแม่ด้วย"  ร่างเล็กซุกลงกับเสื้อโคทหนานุ่ม  ศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีน้ำตาลส่ายไหวไปมา

 

"จะต้องได้อยู่ด้วยกันอีกแน่นอน  เชื่อผม  พวกผมจะไม่เป็นไรแน่นอน"  เขาโอบกอดร่างนั้นอีกครั้ง  พลางพยักหน้าให้ชายที่อยู่รายล้อมช่วยกันพาเจ้าหญิงตัวน้อยขึ้นไปยังรถที่เตรียมไว้

 

เธอร้องไห้โวยวายหนัก  ดิ้นไปมาอย่างไม่ยอมแพ้ให้กับแรงมหาศาลที่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจสู้ได้  ดวงตากลมโตเต็มเปี่ยมไปด้วยหยาดน้ำตาที่ล้นทะลักออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่าย ๆ  เห็นแบบนั้นเด็กหนุ่มก็ยิ้มกว้างอีกครั้ง

 

เป็นรอยยิ้มที่สะกดให้คนมองเห็นต้องนิ่งงัน  "แล้วผมจะไปรับยูกิแน่นอน"

 

เด็กหญิงน้อยนิ่งเงียบ  ยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วยิ้มแย้มกลับ  "อื้อ! ยูกิเชื่อ  ยูกิรู้ว่าท่านพี่จะต้องมารับแน่นอน  แล้วยูกิจะรอนะคะ"

 

เขายืนมองรถม้าที่เคลื่อนตัวจากไปด้วยความรวดเร็ว  เปลือกตาบางปิดลงช้า ๆ  "ผมจะจบมันลงให้เร็วที่สุด  เพื่อเธอ...ยูกิ"

 

สองขาก้าวกลับเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ของตนอีกครั้ง  อากาศเย็นยะเยียบภายนอกยังไม่เท่ากับสายตาและความเกลียดชังที่ปะทุขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด  ผู้เป็นพ่อหันมายิ้มให้อย่างอ่อนโยน  เท่าทันกับอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ที่โอบล้อมลำตัวของลูกชายไว้

 

"ขอโทษนะ....เพราะฉันแท้ ๆ"

 

เด็กหนุ่มส่ายศีรษะ  "ไม่ใช่หรอกครับ  ไม่ใช่ความผิดของท่านแม่และท่านพ่อเลยสักนิด"  หากผิด...ก็ผิดที่ตัวผมอ่อนแอและพลาดพลั้งเอง

 

แวมไพร์แม้จะเป็นเผ่าพันธุ์ที่ถือตนว่าอยู่สูงส่งกว่ามนุษย์  แต่พวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับชนชั้นที่ตนคิดว่าอยู่เหนือกว่า  การแย่งชิงอำนาจกันเอง  การริดรอนสิทธิและเสรีภาพเกินความจำเป็น  การหมายตาทำลายล้างแม้เป็นวงวานศ์เดียวกันก็ตาม

 

มันช่างเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจไม่ต่างอะไรกับมนุษย์   "คน ๆ นั้นต้องการตัวผม  เช่นนั้นผมก็จะไป"

 

"ไม่ได้นะ!  หากลูกไปใครจะดูแลยูกิ  ใครจะปกครองเหล่าแวมไพร์"  ชายหนุ่มหันมองผู้พูด  แววตาอ่อนโยนจ้องมองมาอย่างจริงจัง

 

มันสั่นไหวเช่นเดียวกับน้ำเสียงของผู้เป็นแม่  "ฉันจะไม่ยอมสูญเสียลูกไปอีกครั้งแน่  ไม่มีวัน"

 

ยิ่งต่อต้านเหตุการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายมากขึ้น  มนุษย์โดยเฉพาะเหล่าตระกูลแวมไพร์ฮันเตอร์ถูกฆ่าล้างจนสิ้น  ไม่เว้นกระทั่งทารกที่เป็นความหวังสุดท้ายของการสืบสายเลือด  เด็กหนุ่มนั่งฟังการรายงานสถานการณ์จากปากของผู้ส่งข่าวที่เข้ามาพบปะกับพ่อของตนไม่เว้นแต่ละวัน

 

"เป้าหมายล่ะ?"

 

"เหลือเพียงตระกูลสุดท้ายครับ  คิริยู..." 

 

แม้จะเป็นศัตรูกัน  แต่เขาก็ไม่อาจทนเห็นมนุษย์ต้องตายไปมากมายเพื่อสังเวยความบ้าคลั่งนั้นได้อีกต่อไป  ชายหนุ่มผู้เป็นดั่งกลุ่มชนชั้นสูงสายเลือดบริสุทธิ์ลุกขึ้นยืน  สวมใส่เสื้อผ้าเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมที่จะออกไปยังภายนอกได้ทุกเมื่อ 

 

"ให้ผมไปด้วยนะครับ"  ลูกชายเอ่ยบอก

 

หญิงสาวหันมอง  "ไม่ได้....ฉันให้เธอไปไม่ได้"

 

"ปัญหาเกิดขึ้นจากผม  และผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น"  เพียงแค่นั้นทุกอย่างก็สิ้นสุดลง  ร่างทั้งสามก้าวออกไปด้านนอกพร้อมกับเหล่าแวมไพร์ชั้นสูงอีกจำนวนหนึ่ง 

 

ดูเหมือนจะสายเกินไป  คฤหาสน์ทั้งหลังถูกเผา  เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีส้มที่ร้อนระอุ  ควันไฟและกลิ่นเหม็นไหม้ลอยคละคลุ้งแม้จะอยู่ในช่วงที่อากาศอับชื้นแค่ไหนก็ตาม  ดวงตาทุกคู่จ้องมองด้วยความหวังเพียงว่าจะพบผู้รอดชีวิตเพียงสักคน

 

"กลิ่นเลือด...."  ชายหนุ่มเอ่ย  "ยังมีคนรอดชีวิต! แยกกันตามหา!!"

 

เปลวเพลิงยังคงลุกโชน  เด็กหนุ่มพยายามก้าวข้ามผ่านซากปรักหักพังเข้าสู่ช่องทางเล็ก ๆ ภายใน  เขารับรู้ได้ถึงการมีชีวิต  พลันดวงตาคมเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งหายใจรวยริน  เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น  ดวงตาสวยราวอัญมณีเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา  "ได้โปรด....ลูกของฉัน...."  เธอรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายขึ้น  นิ้วเรียวชี้ไปยังตู้ไม้ที่ถูกบดบังด้วยสิ่งของระเกะระกะ

 

เขาเดินก้าวเดินผ่านร่างที่เพิ่งหมดลมหายใจเข้าไป  ออกแรงเพียงเบา ๆ ประตูตู้ไม้นั้นก็เปิดอ้าออกกว้าง  "หืม?"

 

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาคือร่างของเด็กชายตัวน้อยที่นอนหมดสติ  โอบกอดปืนสีเงินลวดลายแปลกตาไว้แน่นเสมือนกับมันเป็นสมบัติล้ำค่าชิ้นสุดท้าย  เขาก้าวเข้าไปประชิดพลางช้อนร่างนั้นขึ้น  เส้นผมสีเงินประหลาดตา  ใบหน้าที่เปรอะเปรื้อนไปด้วยคราบเขม่าควัน

 

อาจผิดพลาดอย่างร้ายกาจที่เขาช่วยเหลือชีวิตเด็กคนนี้ไว้  แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจิตใจของเขาจึงร่ำร้องไม่ให้ปล่อยเลยกับชีวิตน้อย ๆ นี้ได้  ไม่อาจปล่อยมือได้....

 

.

.

.

.

.

.

 

เสียงเคาะประตูปลุกให้ร่างที่นอนหลับไหลสะดุ้งตื่น  คานาเมะเบิกตากว้างพร้อมหอบหายใจหนัก  ฝันแบบเดิมซ้ำ ๆ กันอีกแล้ว  แทบทุกคืน  แทบทุกยามที่หลับตา  อดีตอันเลวร้ายและเหตุการณ์ที่ผันผ่านมันย้อนกลับมาอีกครั้ง  ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ามันคือลางบอกเหตุอะไรบางอย่างหรือเปล่า?

 

"ขออภัยครับท่านคุรัน"  ร่างนั้นค้อมศีรษะ 

 

ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่ง  พลางคว้าเอาเสื้อคลุมขึ้นสวมใส่  "มีอะไร?"

 

"มีเรื่องด่วนแจ้งเข้ามาครับ"

 

ดวงตาสีแดงหันมอง  "เรื่องด่วน?"

 

ใบหน้าคมนั่งหน้านิ่ว  คิ้วเรียวยาวขมวดกันแทบเป็นปมทันทีที่ได้ยินเรื่องราว  แค่ช่วงเวลาไม่กี่เดือนที่ผ่านมา  มีเหล่าแวมไพร์เสียชีวิตไปแล้วกว่าสิบราย  ที่สำคัญแต่ละรายแทบไม่สามารถหาข้อสรุปของการตายได้เลย  เพราะศพถูกแสงแดดแผดเผาจนกลายเป็นฝุ่นผงไปเสียหมด

 

ที่น่าประหลาดไปกว่านั้นก็คือ  เหล่ากลุ่มพิเศษซึ่งเป็นเสมือนทหารยามคอยดูแลก็ไม่อาจตอบคำถามเหล่านี้ไปเช่นกัน  "ทำไมถึงปล่อยให้เรื่องมันบานปลายมาได้ขนาดนี้?"  น้ำเสียงทุ้มเย็นของผู้ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้งามตัวใหญ่เอ่ยถาม

 

เหล่าผู้ฟังต่างนิ่งเงียบและหันมองด้วยความหวั่นเกรง  "คะ...คือ พวกเราเองก็เพิ่งได้รับรายงานเช่นกันครับ"

 

"ช่างเป็นการปฏิบัติงานที่ขาดความรอบคอบนัก"  เสียงเย็นเอ่ยแผ่ว  "คิดว่าเป็นฝีมือของใคร?"  เขาหันไปถามคนสนิทตนเองซึ่งยืนอยู่ข้างกาย 

 

ผู้ถูกถามค้อมศีรษะให้  ใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาขยับริมฝีปากเบา ๆ  "ช่วงระยะหลังมากลุ่มแวมไพร์ฮันเตอร์ดูจะมีมากพอสมควร  ถ้าผมคาดไม่ผิดคิดว่าคงมีผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง"

 

"แต่พวกนั้นไม่น่าจะต่อกรกับเราได้มากถึงเพียงนี้"  เสียงหนึ่งภายในห้องนั้นเอ่ยขัด

 

"แต่ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้"  ผู้ยืนพิงกำแพงอยู่เอ่ยขึ้นบ้าง

 

ดวงตาสีแดงหันมองสบกับดวงตาสีทองของผู้พูด  "เธอสงสัยใครเป็นพิเศษรึคาอิน?"

 

"ในหมู่แวมไพร์ฮันเตอร์ปัจจุบันมีพวกที่ฝีมือดีอยู่ส่วนหนึ่ง  และส่วนใหญ่ชื่อของพวกเขาก็ถูกปิดเป็นความลับ  การจ้างงานหรือกระทำการใด ๆ จะต้องผ่านผู้เป็นนายเท่านั้น"  คาอินว่า

 

"แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมพวกนี้ถึงได้ตั้งตนเหมือนคิดจะเป็นศัตรูกับเรา"  ผู้เอ่ยขัดคนเดิมกล่าวต่อ

 

คาอินหัวเราะเบา  "มนุษย์กับแวมไพร์เป็นศัตรูกันมันแปลกรึไงไอโด้?"

 

คานาเมะนิ่งคิด  ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่ง่ายจะคิดหาเหตุผลแต่ก็ยากจะไว้วางใจได้จริง ๆ  "แล้วเธอว่ายังไงอิจิโจ?"

 

เจ้าของผมสีทองอ่อนเงียบอยู่พัก  "ผมเห็นด้วยกับคาอิน  แต่คิดว่าคงมีเบื้องหน้าเบื้องหลังที่ลึกว่านี้"  เขาเว้นจังหวะ  "ตามปกติแล้วแวมไพร์ฮันเตอร์จะปฏิบัติถารกิจก็ต่อเมื่อได้รับการจ้างวานเท่านั้น  ตามข้อตกลงระหว่างเราและมนุษย์"

 

อิจิโจเอ่ยถึงข้อสัญญาที่คานาเมะได้ตัดสินใจทำกับมนุษย์ไว้  โดยเหล่าแวมไพร์จะออกล่าเพื่อหาเลี้ยงชีวิตเท่านั้น  ในขณะเดียวกันพวกเขาก็จะพัฒนาสิ่งที่สามารถทดแทนเลือดได้  ซึ่งตามสัญญานั้นพวกมนุษย์เองก็จะต้องไม่ออกล่าพวกแวมไพร์ด้วยเช่นกัน

 

"มีคนจงใจจะฝ่าฝืน..."

 

"หรือไม่ก็สร้างความปั่นป่วนให้กับพวกเรา"  ใบหน้านิ่งเฉยของผู้ที่เพิ่งปรากฏกายเอ่ย  เรียกให้สายตาทุกคู่หันมอง  อิจิโจซึ่งยืนอยู่รีบวิ่งเข้าไปหา

 

"ร่างกายไม่เป็นไรแน่แล้วหรือชิกิ?"  เขาถามด้วยความเป็นห่วง  อาจเพราะอยู่ด้วยกันมานานเลยรู้สึกเหมือนไม่สามารถมองผ่านอีกฝ่ายได้

 

คานาเมะนั่งฟังความคิดเห็นและข้อโต้เถียงที่เกิดขึ้นเล็กน้อยภายในห้อง  จริง ๆ แล้วเองก็มีข้อสงสัยในใจตนเองเหมือนกัน  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คิดว่ามันไม่สมควรนักที่จะเอ่ยออกไปในตอนนี้  เพราะความเป็นไปได้ที่คน ๆ นั้นจะยังมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้มันต่ำเสียเหลือเกิน

 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี  และยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อเขาเห็นเด็กคนนั้น  "อย่างไรซะอย่าเพิ่งไปยุ่งเกี่ยวกับพวกสภาสูงจนกว่าผมจะหาข้อสรุปได้  อย่างน้อยผมต้องมั่นใจว่าพวกเธอจะไม่ทำอะไรโดยพละการ"

 

เสียงแห่งอำนาจเน้นย้ำ  "ผมจะไม่เอ่ยอีกเป็นครั้งที่สอง"  เขาหันมองยังไอโด้  "ดูแลยูกิให้ดี  ผมไม่อยากทำให้ยูกิเสียใจหากเธอทำงานผิดพลาด" 

 

คานาเมะยังกำชับอีกว่าเรื่องนี้จะต้องไม่เล็ดลอดไปยังหูของยูกิ  เขาต้องมั่นใจว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นต้องมีเพียงแค่ผู้ที่อยู่ภายในห้องเท่านั้นที่รับรู้  เพราะเขาไม่อยากเห็นใบหน้าของน้องสาวผู้เป็นที่รักต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นกังวลและเศร้าหมองอีก 

 

ชายหนุ่มเดินกลับไปยังห้องพัก  หมู่นี้เขานอนหลับไม่สนิทนักเพราะเอาแต่ฝันเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปมา  อยากที่จะนอนหลับตาลงแล้วมองไม่เห็นอะไร  อยากที่จะนอนหลับลงด้วยความสงบเหมือนแต่ก่อน  อยากจะนอนหลับสนิท

 

เขาถอนหายใจยาวพลางเอนกายลง  แผ่นหลังสัมผัสกับเตียงนอนนุ่ม  "กำลังเป็นห่วงอะไรอยู่งั้นหรือ?"  คานาเมะเอ่ยถามตนเอง  ทุกครั้งที่จิตใจและสมองว้าวุ่นเขามักจะเป็นเช่นนี้เสมอ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ในขณะที่เขากำลังจะผลอยหลับ  ชายหนุ่มลุกขึ้นตอบรับเสียงเรียกด้านนอก  "ใคร?"

 

"ยูกิเองค่ะท่านพี่"

 

พอได้ยินเสียงใบหน้าคมที่นิ่งเย็นก็แย้มยิ้มบาง  "เข้ามาสิ"

 

หญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวเดินตรงมาหาผู้เป็นพี่ชาย  พลางนั่งลงบนเตียง  คิ้วเรียวสวยขมวดเล็กน้อยเมื่อจ้องมองยังใบหน้าอีกฝ่าย  มือเล็กเอื้อมสัมผัส  "ท่านพี่ไม่สบายรึเปล่าคะ?  ทำไมสีหน้าไม่ดีเลย"

 

"เปล่าหรอก  ผมสบายดี  อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ"  มือแกร่งยกขึ้นสัมผัสพวงแก้มใสบ้าง

 

"ท่านพี่ไม่สบายใจอะไรอยู่หรือคะ?  กังวลอะไรอยู่หรือเปล่า?"  ยูกิรู้ดี  เพราะพี่ชายของเธอมักมีอาการแบบนี้ทุกครั้งที่นอนไม่หลับ  และส่วนใหญ่ก็เป็นสาเหตุที่ต่อมากลายเป็นปัญหามากมาย  ปัญหาที่เธอไม่เคยได้รับรู้....

 

"อาจเพราะหมู่นี้มีงานเข้ามามาก  ผมเลยนอนไม่หลับ"

 

ดวงตากลมโตจ้องมอง  พลางจับศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีน้ำตาลนุ่มเบา ๆ แล้วออกแรงพลักมันลงบนตักตนช้า ๆ  "ยูกิจำได้  เวลาท่านพี่ไม่สบายใจมักจะชอบนอนหนุนตักยูกิเสมอแล้วท่านพี่ก็จะนอนหลับสนิท"  เธอก้มลงยิ้มให้กับอีกฝ่าย  "คราวนี้ก็จะเป็นแบบนั้นด้วยใช่ไหมคะ?"

 

คานาเมะยิ้มเบา ๆ ก่อนหลับตาลง  "อืม....ขอบคุณนะ"

 

.

.

.

.

.

.

.

 

แขนเสื้อโคทสีเข้มถูกยกขึ้นเช็ดคราบเลือดที่แปดเปื้อนอยู่บริเวณริมฝีปาก  เซโร่จ้องมองร่างแน่นิ่งของแวมไพร์ตรงหน้าก่อนจะยิงกระสุนจากปืนกระบอกสีเงินเงางามของตนออกไปอีกสองนัด  ทั้งสองนัดตรงเข้าสู่สมองอย่างจงใจปลิดทุกสิ่งแม้กระทั่งลมหายใจ

 

ดวงตาสีแดงสดที่กลับกลายเป็นสีม่วงปิดลงแน่น  อะไรบางอย่างกำลังไหลวนในจิตใจของเขา  บางอย่างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผิดแปลกอยู่ในตอนนี้

 

แม้เซโร่จะยังดื่มเลือดแวมไพร์อยู่แต่ก็ไม่มีตนไหนเสียชีวิตในทันที  ยิ่งช่วงหลัง ๆ เขาแทบจะออกล่ารายวัน  และดื่มเลือดที่แสนรังเกียจนั่นตลอด  ไม่ขาดช่วงจนทำให้เกิดอาการกระหายเหมือนแต่ก่อน

 

และทั้ง ๆ ที่เป็นแบบนั้น  ทำไมจึงได้รู้สึกไม่สบายใจมากมายถึงขนาดนี้  ไม่สบายใจจนถึงขั้นที่เขารู้สึกไม่อยากดื่มเลือดอีก....  "เกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่....?"

 

จะว่าเขาต่อต้านมันก็ไม่น่าใช่  เพราะตั้งแต่แรกจนถึงปัจจุบัน  เวลาก็ผ่านมาร่วมห้าปีแล้วที่เขากลายเป็นครึ่งแวมไพร์  ระยะเวลาห้าปีกับการดื่มกินเลือดเป็นสิบ ๆ ร้อย ๆ ตน  มันก็ไม่น่าจะเกิดอาการขึ้นได้อีก

ถ้าเช่นนั้นเป็นเพราะอะไร?....

 

เด็กหนุ่มก้มลงมองร่างไร้วิญญาณนั่นอีกครั้ง  แล้วหันมองไปยังขอบฟ้าซึ่งค่อย ๆ ทอแสงตะวันอยู่ลิบ ๆ  ถึงเวลาที่เขาต้องกลับเสียที  "ถ้าถามท่าน....อาจจะพอรู้อะไรบางก็ได้"  เขาคิดถึงผู้มีพระคุณ  บางทีถ้าถามไปเซโร่อาจจะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้วตนเป็นอะไรกันแน่

 

เซโร่เข้าเรียนที่นี่มาได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว  ดูเหมือนมันยังคงนิ่งเงียบและไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น  เขาเองก็พยายามทำตัวสงบไม่ให้เป็นจุดเด่นโดยไม่จำเป็น  เหตุเพราะการคุยโทรศัพท์ในครั้งล่าสุดนั่นแหละ

 

ทำให้เขารู้อย่างชัดเจนเลยว่า  ต้องอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้ไปอีกพักใหญ่  และดูเหมือนว่าอาจจะเป็นโรงเรียนสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่  ชายหนุ่มเท้าคางเบนสายตามองออกไปยังด้านนอก

 

"อ่ะ...ท่านคุรันแหละ!!"  เสียงหนึ่งร้องขึ้น  เรียกให้คนเหม่อมองหันหลังกลับ

 

ดวงตาสีม่วงจ้องไปตามสายตาของเหล่านักเรียนภายใน  ด้านนอกมีชายกลุ่มหนึ่งกำลังเดินพูดคุยกัน  ตรงกลางนั่นมีร่างของคนที่เขาเคยเจออยู่กับหญิงสาวภายในห้องพยาบาล  "หืม...."

 

"ท่านคุรันมาทำอะไรที่นี่น่ะ?  หรือว่ามาเดินตรวจโรงเรียน???"

 

"แหม...ก็ท่านเป็นถึงผู้อำนวยการนี่  แถมยังเป็นที่ใฝ่ฝันเสียขนาดนั้น"  ไอ้ประโยคหลังนั่นทำเอาเซโร่ถึงกับส่ายหัวไปมา  ไม่เข้าใจพวกผู้หญิงสมัยนนี้จริง ๆ ให้ตายเถอะ

 

อายุห่างกันตั้งขนาดนั้น  ที่สำคัญ.....  "ไม่ใช่คนที่จะอาจเอื้อมได้...."  จู่ ๆ คำพูดบางเบานั่นก็หลุดออกมาจากปาก  ในวินาทีที่ดวงตาสีแดงและดวงตาสีม่วงสบกันโดยบังเอิญ

 

หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ  เลือดในกายกำลังร่ำร้องอะไรสักอย่าง  เหมือนกับถูกสะกดให้หลุดไปในโลกที่ไม่มีใครอื่น  หลุดไปในโลกที่มีเพียงแค่ดวงตาคู่นั้นและเขาเพียงเท่านั้น 

 

เส้นประสาทที่ขยายตัวกลับบีบรัดแน่น  เซโร่ยกมือขึ้นกุมศีรษะอย่างทรมาน  พยายามสะกดเสียงแห่งความปวดร้าวที่จะเล็ดลอดออกไปให้ผู้อื่นได้ยินไว้  เขาปวดหัวเหมือนแทบระเบิด  ปวดจนหายใจไม่ออก

 

เสียงกรีดร้องของนักเรียนหญิงภายในห้องดังขึ้น  แต่มันก็ไม่ได้ปรากฏอยู่ในสายตาเขา  ตอนนี้ภาพตรงหน้าเต็มไปด้วยความพร่าเลือน  มองเห็นเพียงเงาลาง ๆ ของใครบางคนที่ตรงเข้ามา  ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบวงกลายเป็นความมืดอันเวิ้งว้างและว่างเปล่า....

 

 

 

 

 

==========================

 

 

edit @ 18 Jul 2009 05:44:06 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กรี๊ดดดดดดดดด ท่านอิจิโจโผล่มาแล้วววว

แอบเชียร์ให้คู่กับชิกินะพี่นุ๊ก นุนิชอบ คู่นี้น่ารักดี


ในที่สุด... เรื่องนี้ก็ออกแนว G จนได้.....

หวังว่าจะไม่จบเศร้ามากนะคะ
#1  by  gold~Fish At 2009-07-16 21:13, 
เอ่อ...ตัดกันอย่างนี้เลยเหรอค่ะ

sad smile
#2  by  อาร์ตไหมล่ะ ? At 2009-07-17 09:52, 

<< Home