2009/Jul/30

 

 

 

 

[AuFic Vampire Knight] Lost Mind  : Part III

 

Pairing : KanameXZero

 

Author : derick

 

Rating : PG

 

Author Note : ในที่สุดก็มาต่อสักทีหลังจากอู้มานาน เหอ ๆ ตอนนี้แต่งไปด้วยอารมณ์แบบ...อ่อก...เลือดกำเดาจะพุ่งเพราะนึกหน้าเซโร่ไปด้วย 555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"....โร่....เซโร่...."

 

เสียงเรียกบางเบาปลุกให้เขาตื่นจากการหลับใหล  เซโร่รู้สึกถึงแสงแดดอันแรงกล้าที่ตกกระทบลงบนเปลือกตาทำให้มันไม่สามารถลืมตื่นขึ้นได้อย่างเต็มที่  มือเรียวยกขึ้นบดบัง  พยายามเพ่งมองไปตามทิศทางของแสง  จนเห็นเงาร่างหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความเรืองรองนั่น

 

ชายผู้นั้นย่างเท้าเข้ามาใกล้อย่างนุ่มนวลสง่างาม  ท่าทีองอาจบ่งบอกถึงความมีสกุล  อีกฝ่ายหย่อนกายนั่งลงบนเตียงนอนนุ่ม  แล้วยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าของเขา  "เป็นอะไรไป  ทำไมวันนี้ถึงตื่นสายผิดปกติ หืม?" 

 

แม้จะสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงเย็นเปี่ยมด้วยอำนาจที่เหมือนกับต้องการต่อว่ากราย ๆ  แต่ภายในนั้นเขากลับรู้สึกได้ถึง ความอ่อนโยน' ที่แฝงอยู่

 

เขาไม่ตอบคำถาม  ชายคนนั้นแย้มยิ้ม  "ไปอาบน้ำเถอะครับ  แล้วพบกันที่ห้องอาหาร" 

 

ดวงตาได้แต่มองตามร่างสูงที่ค่อย ๆ เดินออกไป  ความไม่เข้าใจนานับประการบังเกิดขึ้น  แรกสุดคือความคุ้นเคยซึ่งบังเกิดขึ้นทั้ง ๆ ที่เขามั่นใจว่าไม่เคยได้พบเห็นคน ๆ นี้มาก่อน  ต่อมาคือชายคนนั้น  ไม่ว่าอย่างไร....พยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถมองเห็นใบหน้า  เห็นเพียงแต่ริมฝีปากบางได้รูปเท่านั้น  สุดท้ายคือตนเอง...ทำไมตนเองจึงไม่ขัดขืนการกระทำหรือคำสั่งใด

 

เซโร่ลุกขึ้นนั่งริมเตียง  เริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง   "ตัวเรา...."

 

เท้าเล็ก ๆ ลอยขึ้นสูงจากพื้น  เขารีบกระโดดลงแล้ววิ่งตรงไปยังประตูทางด้านซ้าย  เสมือนหยั่งรู้ว่านั่นคือจุดหมายซึ่งจะสามารถพบกับสิ่งที่ตนเองต้องการได้

 

ใบหน้าเงยมอง  ทำไมทุกอย่างภายในห้องถึงดูใหญ่โตไปหมด  เขาเหลือบเห็นกระจกที่ประดับอยู่บนตู้ไม้  ก่อนจะมองซ้ายมองขวาหาอะไรสักอย่าง

 

เซโร่ค่อย ๆ ลากเก้าอี้ไม้มาแล้วปีนขึ้นไป  หลับตาแน่นพลางสูดหายในลึก   "เอาล่ะ" เขาเปิดเปลือกตาขึ้นมองเงาซึ่งสะท้อนอยู่ในกระจก

 

ดวงตาสีม่วงกลมโตสุกใส  ผิวขาวราวกับหิมะในฤดูหนาว  ใบหน้าเล็ก  จมูก ริมฝีปาก  เขายกมือขึ้นสัมผัสทั่ว มองแล้วหยิกแก้มตนเอง  "เด็ก...."  ตัวเราสมัยเด็กอย่างงั้นหรือ?....

 

เซโร่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก  เขาพลาดหงายหลังตกจากเก้าอี้  ร่างเล็กร่วงลงกระแทกบนพื้นอย่างจัง  เห็นเพียงเพดานสีขาวที่เลือนลางลงเรื่อย ๆ จนทุกอย่างดับวูบลง

 

พรึ่บ!

 

ชายหนุ่มลืมตาโพลง  ทะลึ่งพรวดลุกขึ้นนั่ง  หยาดเหงื่อผุดพรายทั่วใบหน้า  เสียงลมหายใจหอบถี่พยายามตักตวงอากาศที่เหมือนถูกช่วงชิงไปให้กลับคืนมาดังเดิม  เขามองกวาดทั่วห้องก่อนก้มลงมองมือตนเอง  พลิกไปมาหน้าหลัง  แล้วยกสำรวจไปทั่วร่างกาย

 

ฝัน.....งั้นหรือ?

 

เซโร่ถอนหายใจอย่างโล่งอก  ล้มตัวลงนอนตามเดิม  ที่นี่คงเป็นห้องพยาบาล  นั่นสินะ...รู้สึกว่าเขาจะเป็นลมในห้องเรียนอีกแล้ว  น่ารังเกียจความอ่อนแอนี่เสียจริง...

 

"ตื่นแล้วหรือจ๊ะ?"  เสียงหวานใสเอ่ยถาม  เด็กหนุ่มขยับกายลุกขึ้นอีกครั้ง

 

"ครับ  ต้องขอโทษที่ผมรบกวนอยู่บ่อย ๆ" 

 

เธอยิ้ม  "ไม่เป็นไร  น่าแปลกที่ร่างกายเธอแข็งแรงแต่จู่ ๆ ก็หน้ามืดเป็นลมขึ้นมา"  นิ้วเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอย่างใช้ความคิด  "หรือว่าเธอไม่ได้ทานข้าวเช้า?"

 

"ผมไม่ค่อยหิวน่ะครับ"  เขาเบนหน้าหลยสายตาที่มองมา

 

อาจารย์สาวเท้าสะเอว  ใบหน้ายื่นเข้ามาจ้องอย่างไม่พอใจ  "ไม่ได้นะ  ข้าวเช้าคือมื้อที่สำคัญที่สุดเลยรู้ไหม?!"

 

เซโร่อยากเถียงใจแทบขาด  เรื่องของเรื่องคือเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งย่ามกับเรื่องของตัวเองมากเท่าไหร่  แต่ความรู้สึกเป็นมิตรและความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับจากผู้หญิงคนนี้ทำให้เขาไม่อาจเอ่ยคำพูดตัดรอนแบบนั้นออกไปได้ 

 

"เอาล่ะ"  ยูกิเลื่อนมือของเธอขึ้นมากอดอกแทน  "ถ้าเธอไม่เป็นไรแล้วครูแนะนำให้ไปหาอะไรทานก่อนเข้าห้องเรียนนะ  แล้วครูจะแจ้งให้อาจารย์ประจำชั้นเธอทราบเอง"

 

เด็กหนุ่มผงกศีรษะ  "ขอบคุณครับ"  เขาลุกขึ้นสวมเสื้อนอกที่ถูกแขวนไว้  แล้วตรวจดูการแต่งกายตน 

 

หญิงสาวยิ้มอีกครั้ง  "ดีมาก  ถ้ามีอะไรก็มาหาครูได้เสมอนะจ๊ะ"

 

เขาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินตามหลังอาจารย์สาวไป  เธอเดินกลับไปนั่งประจำตำแหน่งภายในห้องพยาบาล  ส่วนเซโร่แยกออกไปยังประตูทางออก  มือเรียวเลื่อนเปิดมันเบา ๆ ดวงตาที่ก้มมองเบื้องล่างสังเกตเห็นใครผู้หนึ่งยืนอยู่ 

 

ใบหน้าค่อย ๆ เงยขึ้นสบตาอีกฝ่าย...คุรัน คานาเมะ...

 

"อ่ะ  ท่านคุรัน!"  เสียงหวานใสร้องทัก 

 

ถ้าไม่ได้ยินเสียงนั่นเขาคงแย่แน่เพราะมัวแต่ยืนจ้องริมฝีปากเรียวบางนั่น  และไม่รู้ว่าเซโร่คิดไปเองหรือเปล่า  แต่เขารู้สึกเหมือนตนเองก็กำลังถูกจ้องมองกลับมาเช่นกัน  แม้เพียงครู่เดียวก็ตาม  "ขอโทษครับ"  เด็กหนุ่มว่าพลางหลบเลี่ยงออกไปจากห้องตามช่องทางที่ยังพอเหลืออยู่ 

 

คานาเมะเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย  เหลียวหลังมองคนที่เดินอย่างรวดเร็วจากไป  "กลิ่นคาวเลือด..."  เสียงทุ้มพึมพำ

 

ดวงตากลมโตของอาจารย์สาวจ้องมองใบหน้าของพี่ชายตนเองสลับกับแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่เดินห่างไปไกล  "มีอะไรรึเปล่าคะท่านคุรัน?"

 

คนถูกถามก้มลงมองด้วยรอยยิ้มบาง  "ไม่มีอะไรหรอกครับ  ผมแค่จะแวะมาดูอาการของเขาเท่านั้น  แต่คงจะไม่เป็นไรแล้ว"

 

"คงไม่ได้ทานข้าวเช้าน่ะค่ะ  เลยหน้ามืด"  เธอว่า  "เข้ามาข้างในก่อนไหมคะ? หรือจะรับกาแฟร้อน ๆ สักแก้วดี?" ใบหน้าหวานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

มือแกร่งเลื่อนขึ้นสัมผัสศีรษะของน้องสาวคนสำคัญเบา ๆ "ไม่เป็นไรครับ  ผมยังมีธุระต้องทำอีก  ไว้จะมารบกวนเธอวันหลังแล้วกัน"  คานาเมะค้อมศีรษะน้อย ๆ ก่อนจะเดินจากไป

 

ยูกิยกมือขึ้นกุมบนหน้าอก  แววตาสดใสเปลี่ยนไปในทันที  "คิริยูคุง..."

 

จริง ๆ เธอเองก็ได้กลิ่นคาวเลือดจากตัวของเซโร่เช่นกัน  เป็นกลิ่นคาวเลือดแวมไพร์ที่คุกรุ่นรุนแรงมาก  อีกทั้งนัยน์ตาสีม่วงนั้นก็ดูเจ็บปวดและเศร้าสร้อยเสียเหลือเกิน  เหมือนกับนัยน์ตาปวดร้าวเวลาที่พี่ชายของเธอมองไปยังเด็กหนุ่มคนนั้น

 

"มีอะไร....กันแน่นะ?"  ยูกิอดเป็นห่วงไม่ได้  มีอะไรรึเปล่าที่เธอยังไม่รู้....

 

ดวงตาสีม่วงสวยจ้องมองยังโรงอาหารหลังใหญ่ซึ่งอยู่ไกลออกไปจากตัวอาคาร   สายลมแรงบนดาดฟ้าอาคารปะทะเข้ากับใบหน้า  เส้นผมสีเงินโบกพัดบดบังทัศนวิสัยบางส่วน  "ไม่จำเป็นหรอก..."

 

ใช่แล้ว...สำหรับเขา  อาหารมันไม่ได้ช่วยให้ท้องอิ่ม  แต่อาหารมันช่วยให้เขายังระลึกถึงความเป็นมนุษย์อยู่เพียงเท่านั้น

 

เด็กหนุ่มไม่ได้กลับไปยังห้องเรียน  เขายังคงรู้สึกมึนศีรษะ  และยิ่งความค้างคาใจในฝันนั่นรบเร้าเขาก็ไม่มีสมาธิจะทำอะไรต่อ  "อยากฝัน....อีกสักครั้ง"  อยากฝันเห็นภาพเหตุการณ์แบบนั้นอีกครั้ง  อยากรู้ว่ามันคือความฝันหรือความจริงกันแน่

 

หรือจะเป็นความทรงจำที่หายไปของเขากัน?

 

"ไม่มีทาง..."  มันไม่ใช่ความทรงจำของเขาแน่  เพราะตามที่ท่านผู้นั้นบอกมันไม่ได้สวยงามขนาดนี้

 

เซโร่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเพื่อหวังว่าจะมีงานมาขัดความกลัดกลุ้มนี้บ้าง  แต่สิ่งที่เขาเห็นนั้นเป็นข้อความฉบับหนึ่งระบุให้เขาขออนุญาตค้างนอกหอพัก  "เบอร์นี้..."

 

อีกไม่นานข้อความต่อมาก็ถูกส่งถึง  มันระบุไว้อย่างชัดเจน เย็นนี้ผมจะมารับ  อย่าลืมจัดการทุกอย่างนะครับ'

 

เด็กหนุ่มรู้ได้ทันที  ผู้ที่ส่งข้อความนี้มาคือนายเหนือหัวผู้เป็นเจ้าชีวิต  ใบหน้าสวยแย้มยิ้มบาง  นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้พบกับท่าน  นานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้เห็นความองอาจสง่างามและรอยยิ้มอันแสนอ่อนโยน  คนเพียงคนเดียวในโลกซึ่งเขาเชื่อใจมากที่สุด

 

เขาลุกขึ้นยืน  ก่อนอาศัยเวลาช่วงพักตรงกลับหาเพื่อไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่ง  มันไม่ใช่เรื่องยากที่นักศึกษาจะขออนุญาตไปค้างคืนด้านนอก  หากเหตุผลนั้นมีน้ำหนักเพียงพอ

 

แม้จะดูไม่ออกว่าคิดอะไร  มนุษสัมพันธ์อยู่ในระดับแย่  แต่เซโร่ก็ไม่ใช่เด็กที่ดูเหมือนเกเรช่างโกหก  ฉะนั้นเขาจึงได้รับอนุญาตให้ค้างด้านนอกด้วยเหตุผล  ‘ไปพบญาติที่กลับมาจากต่างประเทศ'

 

และการมีรถยนต์คันหรูราคาแปดหลักมาจอดเทียบหน้าโรงเรียนในตอนเย็นเพื่อรับตัวเด็กหนุ่มก็ยิ่งทำให้เขากลายเป็นที่โจษจันมากยิ่งขึ้น 

 

เซโร่นั่งลงฝั่งตรงข้าม  ศีรษะค้อมลงต่ำ  "ยินดีที่ได้พบครับท่าน"

 

รอยยิ้มบนใบหน้าคมหล่อเหลาแย้มสรวล  เส้นผมสีดำสนิทหยักศกพริ้วไหว  "ยังเป็นเด็กที่มีมารยาทไม่เปลี่ยนเลยนะ  เซโร่" มือแกร่งเอื้อมช้อนปลายคางมน  ดวงตาคมจ้องไปยังดวงตาสีม่วงสวย  "และถึงไม่เจอกันหลายปีเธอก็ยังงดงามไม่เปลี่ยน"

 

นิ้วชี้ไล้ไปบนใบหน้าเด็กหนุ่ม   เซโร่ยกมือตนขึ้นจับมือนั้น  "ท่านเองก็ยังคงไม่เปลี่ยนไปเช่นกันครับ"  เขาแนบแก้มตนเองลงบนมืออีกฝ่าย  แสดงถึงความจงรักภักดีที่มีให้

 

นายเหนือหัวยิ้มอย่างพึงพอใจ  ดวงตาสีแดงสดแลมองไปยังจุดใดจุดหนึ่งบนตัวอาคาร  เหมือนรับรู้ว่ามีใครสักคนอยู่ในที่แห่งนั้น  "ออกรถ..."

 

คานาเมะรู้สึกถึงกลิ่นไอบางอย่าง  เขาลุกขึ้นยืนพลางหันหลังมองออกไปด้านนอก  ดวงตาเพ่งมองไกล  แต่กลับเห็นเพียงกลุ่มนักเรียนที่ค่อย ๆ ทยอยออกจากประตูใหญ่เท่านั้น 

 

เลือดในกายของเขากำลังร้องบอกถึงอันตรายบางอย่าง  "กลับมาแล้วสินะ...."  เขาพึมพำ  คมเขี้ยวขาวโผล่พ้นริมฝีปากได้รูป 

 

ช่วงเวลานั้น...กำลังหวนกลับมาอีกครั้ง

 

เซโร่ก้าวลงจากรถยนต์ทันทีที่มีคนมาเปิดประตูให้  เขาเงยมองคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านพักของนายของเขาในประเทศนี้  "ยังได้รับการดูแลอย่างดีสินะ"

 

ทันทีที่บานประตูไม้ใหญ่เปิดอ้าออก  "ยินดีต้อนรับกลับนายท่าน"  เหล่าสาวใช้และพ่อบ้านต่างเข้าแถวเรียงหนึ่งสองฝั่ง  ค้อมคำนับเจ้านายตนที่ห่างจากที่แห่งนี้ไปนานนับปี

 

พ่อบ้านสูงวัยหันมองเด็กหนุ่มด้วยรอยยิ้ม  "ยินดีต้อนรับกลับเช่นกันนะขอรับคุณหนู" 

 

เขาถูกเลี้ยงดูมาในฐานะบุตรบุญธรรมของเจ้าตระกูล  ทุกคนจึงให้เกียรติเซโร่เทียบเท่ากับเจ้านายคนหนึ่ง  แต่สำหรับเซโร่แล้วมันก็แค่การแสดงละคร  ใส่หน้ากากเข้าหากัน  ยิ่งช่วงหลังที่นายท่านหายไปแล้วทิ้งช่วงให้คนอื่นคอยดูแลเขาแทน  ตอนนั้นเขารู้สึกเหมือนเป็นตัวตลก

 

หลายคนรู้ว่าเขาเป็นพวกครึ่งแวมไพร์  นั่นทำให้เขาเป็นที่รังเกียจ  "ท่านจะพักผ่อนเลยหรือเปล่าครับ?  ผมจะได้ไม่รบกวน"  เสียงเรียบเอ่ยถาม

 

"ที่ผมมาที่นี่ก็เพื่อพบเธอ เด็กน้อยของผม" ผู้เป็นนายแย้มยิ้ม  "เธอไปทำร่างกายให้สบาย  แล้วค่อยมาพบผมที่ห้องก็ได้"

 

เซโร่หยักหน้า  "ครับ  ถ้าเช่นนั้นผมจะพาท่านไปที่ห้องก่อน"

 

หลังจากไปส่งผู้เป็นนายถึงห้องพักแล้วเขาก็ตรงกลับห้องของตนซึ่งอยู่อีกส่วนของคฤหาสน์  เซโร่คลายปมเนคไทออกแล้วหย่อนกายลงนั่งบนเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน  ถ้าไม่มีท่านเขาก็คงไม่คิดกลับมา  ไม่อยากกลับมาทนกับสายตาที่น่าเกลียดชัง

 

เสียงเคาะประตูเบา ๆ เรียกให้เด็กหนุ่มหันมอง  "ใคร?"

 

"กระผมเองขอรับ"  เสียงชราเอ่ยตอบ  เซโร่เดินไปเปิดประตูให้ 

 

พ่อบ้านค้อมคำนับ  คนอีกคนที่มองเขาด้วยสายตาเป็นมิตร  ผู้ที่เลี้ยงดูเปรียบเสมือพ่อคนที่สอง  "ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้ครับ"  เขาประคองชายชราเข้าสู่ภายในห้อง

 

"ได้อย่างไรกันครับ  คุณคือคุณหนูของบ้านนี้" เสียงที่มากด้วยประสบการณ์หัวเราะ

 

"ผมไม่ใช่...."  เด็กหนุ่มตอบกลับ

 

พ่อบ้านนั่งลงบนเตียงนอน  เซโร่คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโอบกอดอีกฝ่ายไว้  "กลับมาแล้วครับ"

 

ชายชรายิ้ม  "ยินดีต้อนรับกลับขอรับ"

 

หากไม่มีฮายาเสะพ่อบ้านชราคนนี้ชีวิตของเขาคงมีแต่ความทรงจำแย่ ๆ  แม้จะต้องตะลอนไปไหนมาไหนตลอดเวลา  แต่เขาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่ที่อื่นนานเกินปี  ทุกครั้งจึงต้องกลับมาญี่ปุ่นและอยู่คฤหาสน์แห่งนี้ 

 

ช่วงแรกมันก็ยังเป็นชีวิตที่ดี  เขามีความสุขมาก  ทุกคนปฏิบัติต่อเขาเหมือนครอบครัวเดียวกัน  จนเมื่อประมาณสามปีที่แล้ว  นายท่านจำเป็นต้องไปอยู่ต่างประเทศชั่วคราว  ท่านจึงให้คนสนิทซึ่งอยู่ประเทศญี่ปุ่นคอยดูแลคฤหาสน์และทุกคนแทน  จากนั้นความสุขของเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

 

นอกจากจะถูกมองด้วยสายตาเหยียดหยามแล้ว  คน ๆ นั้นยังเห็นเป็นแค่สิ่งที่ไม่ต่างอะไรจากเครื่องมือในการฆ่า 

 

แต่แม้รังเกียจสักเพียงไหนก็ไม่อาจเอ่ยออกไปได้  ผู้รับรู้ความทุกข์ของเขาจึงมีเพียงฮายาเสะเพียงคนเดียว  เขาโอบกอดพ่อบ้านชราแน่นขึ้น  "ไม่โดนรังแกอะไรใช่ไหมครับ?"

 

"กระผมเป็นแค่ลูกจ้าง  ไม่มีอะไรไปทำให้เขารังเกียจได้หรอกขอรับ"  มือเหี่ยวย่นลูบเส้นผมสีเงินเบา ๆ

 

"แล้วคุณหนูล่ะขอรับสบายดีไหม?  ที่โรงเรียนใหม่เป็นอย่างไรบ้าง?"

 

เซโร่ผละออก  "ก็ดีครับ" 

 

ชายชราถอนหายใจพลางยิ้มบาง  "รีบไปอาบน้ำเถอะขอรับ  นายท่านคงรอยู่"  เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวของตน

 

ไม่นานนักเซโร่ก็เดินไปยังห้องที่เพิ่งจากมา  มือเรียวยกขึ้นเคาะประตูสีขาวบานใหญ่เบา ๆ  เพียงไม่กี่ครั้งบานประตูนั่นก็เปิดออกเหมือนรู้ว่าแขกผู้มาเยือนนั้นเป็นใคร 

 

"ขออนุญาตครับ"

 

ดวงตาสีม่วงกวาดมองโดยรอบ  ก่อนหยุดลงตรงร่างที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้โซฟาตัวใหญ่  ใบหน้าคมหันมายิ้มให้เขาช้า ๆ  "เหนื่อยไหม?  หากเหนื่อยเธอจะพักผ่อนก่อนก็ได้นะ"

 

คนถูกถามส่ายศีรษะไปมา  "ไม่เป็นไรครับ  ผมต่างหากที่กลัวท่านเพลีย  เดินทางมาตั้งไกล"  เขาว่าพลางเหลือบไปเห็นแก้วทรงสูงตั้งอยู่  สีของมันค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงสด  เห็นเพียงเท่านั้นเขาก็รู้

 

มันเป็นเลือดเทียมที่ใช้ดื่มแทนเลือดของมนุษย์  ใช้ได้สำหรับพวกที่เป็นแวมไพร์แท้  สำหรับเซโร่ที่ถูกทำให้เป็นแวมไพร์จะมีโอกาสเกิดการต่อต้านยาสูงและทำให้เป็นผลเสีย  นายท่านจึงหาทางออกด้วยการให้เขาดื่มเลือดแวมไพร์ชั่วร้ายแทน

 

ในตอนแรกที่รู้ความจริงว่าท่านผู้นี้เป็นแวมไพร์เขาก็ตกใจอย่างมาก  เรียกได้ว่าช็อคก็คงไม่แปลก  พออาการดีขึ้นท่านจึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง  ว่าครอบครัวของท่านโดนแวมไพร์เลือดบริสุทธิ์ด้วยกันเองฆ่า  จุดประสงค์ก็เพื่ออำนาจอันเลื่อนลอย  ตัวท่านเองจึงรังเกียจและหันเหเข้าสู่ทางของมนุษย์

 

นายท่านพบเขาขณะที่แวมไพร์กลุ่มนั้นเข้าทำลายบ้าน  เซโร่ถูกกัดเสียเลือดมากและกำลังใกล้ตาย  ท่านจึงตัดสินใจช่วยชีวิตเขาด้วยการให้เลือดแก่เขา  ทำให้เขากลายเป็นแวมไพร์  นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เซโร่แค้นและไม่สนใจการร้องขอชีวิตอันงี่เง่าจากสัตว์ร้ายกระหายเลือด 

 

สุดท้ายถึงแม้นท่านจะเป็นแวมไพร์  แต่ท่านก็ช่วยเหลือชีวิตเขาและชีวิตของมนุษย์....

 

"ไม่ดื่มหรือครับ?"  เซโร่เอ่ยถามเมื่อเห็นว่าแก้วใบนั้นตั้งอยู่นานโดยที่น้ำในแก้วไม่ได้พร่องไปเลยสักนิด

 

ใบหน้าคมฉายแววความเศร้าหมองชั่วครู่  ก่อนจะแต้มด้วยใบหน้าอ่อนโยนเช่นเดิม  "อ่า...ดื่มสิ"  เขาว่าพลางยิ้ม  มือเรียวหยิบแก้วที่ตั้งอยู่ยกขึ้นดื่ม

 

แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น...  "ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?"  เขาเริ่มสังเกตเห็นอาการผิดปกติ

 

"ไม่เป็นไร ผมสบายดี"  ในขณะที่ร่างสูงกำลังลุกขึ้นยืนนั่นเอง  เขาก็ต้องทรุดลง  เซโร่ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลรีบตรงเข้าประคองไว้

 

ประสาทรับกลิ่นของเขาสัมผัสได้ถึงคาวเลือดที่ไหลออกมาจากร่างอีกฝ่าย  "ท่านบาดเจ็บ?!"  เด็กหนุ่มร้องอย่างตกใจ

 

"นิดหน่อย...แค่ผมโดนลอบทำร้ายระหว่างทางไปหาเธอเท่านั้น" 

 

"ทำไม....แล้วทำไมผมถึง...."  ดวงตาสีม่วงเลิกกว้างด้วยความตกใจ

 

ชายหนุ่มยิ้ม  มือแกร่งเลื่อนขึ้นสัมผัสใบหน้าของผู้ที่ประคองตนอยู่  "ไม่เป็นไร  ผมไม่เป็นไรเด็กน้อย  พักสักพักก็ดีขึ้น"

 

เซโร่ค่อย ๆ พาอีกฝ่ายไปยังเตียงนอน  ใบหน้านั้นยังแสดงออกถึงอารมณ์ตกใจและเป็นกังวล  "ท่านจะดื่มเลือดเทียมไม่ได้หากท่านบาดเจ็บ!" 

 

แวมไพร์จะไม่สามารถดื่มเลือดเทียมที่ถูกสร้างขึ้นได้หากได้รับบาดเจ็บ  เพราะพวกเขาจำเป็นต้องอาการบางสิ่งบางอย่างจากเลือดแท้เพื่อช่วยรักษาบาดแผลและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายไปของร่างกาย  ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะอ่อนแอลง

 

"ได้โปรดดื่มเลือดผม"  เด็กหนุ่มว่า  อีกฝ่ายเบิกตากว้าง

 

"ไม่เป็นไร  ผมพักสักพักก็ดีขึ้น"  เขายิ้ม

 

เซโร่ยังคงดื้อดึง  "ได้โปรดเถอะครับ  ผมไม่อยากต้องสูญเสียใครอีก  ได้โปรด"  เสียงนั้นเอ่ยขอร้องจากใจ  มันสั่นเครือไปด้วยความรู้สึกมากมาย 

 

คนฟังยกมือขึ้นไล้ใบหน้าอ่อนวัยแผ่วเบา  "เธอเป็นเด็กดีเซโร่..."

 

"เพราะท่านคือคนสำคัญของผม"  ดวงตาสีม่วงมองอย่างแน่วแน่ 

 

มือเรียวปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตด้านบนออก  พอให้มันเห็นช่วงลำคอ  เขาเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ผู้เป็นนายช้า ๆ  "ดื่มเถอะครับ"  เปลือกตาบางปิดลง

 

คนฟังถอนหายใจ  มือยกขึ้นลูบไล้ไปมาบริเวณลำคอขาวเนียน  ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงอาการเกร็ง  "ถ้าเธอกลัวผมจะไม่ทำ"

 

"ไม่ครับ! ผมไม่เคยกลัวท่าน   ผมอยากช่วยท่านจริง ๆ"  ดวงตาสีม่วงลืมขึ้นอีกครั้ง

 

ผู้เป็นนายระบายรอยยิ้ม  "ก็ได้...เป็นไปได้ผมไม่อยากทำเลยเด็กน้อย"  เขาดันร่างของเซโร่ให้นอนลงกับเตียงนอนช้า ๆ  แล้วค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าคมเข้าใกล้ส่วนที่เผยออก

 

"ผมรู้ว่าท่านไม่สามารถทำร้ายมนุษย์ได้  ฉะนั้นก็ดื่มเลือดผมเถอะครับ"  เซโร่พึมพำ  ลมหายใจร้อนที่รดต้นคออยู่ทำเอาเขาขนลุกไปหมด

 

เซโร่สะดุ้งเฮือกวินาทีที่เขี้ยวคมฝังลงบนผิวหนัง  เขารู้สึกถึงเลือดของตนเองที่ค่อย ๆ ไหลออกจากร่างกาย  สมองเริ่มชาจนไม่รับรู้อะไร  ภาพตรงหน้าพร่าเลือน  ได้ยินเพียงลมหายใจของผู้เป็นนายและความรู้สึกร้อนไปทั่วร่าง  ร้อนจนร่างกายแทบแตกเป็นเสี่ยง

 

"นะ...นายท่าน"  เด็กหนุ่มร้องเรียกขณะที่สติกำลังหลุดลอยไกลออกไป

 

ผู้ถูกเรียกถอนคมเขี้ยวออก  แล้วเลื่อนริมฝีปากที่ชุ่มไปด้วยเลือดขึ้นประกบร่างที่นอนหายใจสั่นไหว  เซโร่รับรู้ถึงรสชาติฝาดของเลือดที่ไหลลงสู่ลำคอ  "ริโดะ....เรียกริโดะเด็กน้อย..."  เขาลูบไล้ใบหน้างดงามไปมาอย่างเชื่องช้า 

 

เซโร่พยายามมองผ่านความพร่าเลือน  "ท่าน....ริโดะ..."  แล้วสติของเขาก็ดับวูบลงอีกครั้งอย่างไม่อาจเลี่ยงได้   

 

 

 

 

 

=================================

 

 

 

กำเดาพุ่ง...

เขาว่ากันว่าแวมไพร์จะมีอารมณ์มากก็ตอนดื่มเลือด...

จริงไหมหว่า...

 

 

ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะก๊าบบบบบบ~

 

 

 

 

 

 

edit @ 30 Jul 2009 22:23:26 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ล...เลือดจะพุ่ง

อ่านแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ค่ะ

#1  by  อาร์ตไหมล่ะ ? At 2009-07-30 23:23, 
แปะโป้งไว้ก่อน งานเสร็จหมดทุกชนิดแล้วจะมาอ่าน
เฮ่อ กอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
#2  by  ruk21us At 2009-07-31 02:50, 
เอ่อ... เลือดพุ่งแทนเซโร่

ท่านริโดะเจ้าขา~ สนใจดื่มเลือดปลาทองแทนเลือดเซโร่ไหมเจ้าคะ~~~ // โดนถีบกระเด็น
#3  by  gold~Fish At 2009-07-31 17:40, 

<< Home