===============================
[AuFic Vampire Knight] Lost Mind : Part IX
Pairing : KanameXZero
Author : derick
Rating : PG
Author Note : กว่าจะมาต่อ กร๊ากกกกกกกกก งงตัวเอง!! ไม่ได้กะให้อิจิรุเด่นขนาดนี้ แต่ทำไมมันกลับเด้นจังฟ่ะ!! 55555 ตอนนี้ไม่มี NC ก็ตามที่คาดไว้ล่ะนะ เอิก ๆ แต่ไม่แน่ว่าตอนหน้า หรือไม่ก็ตอนถัดไปอาจจะมีก็ได้!! ใช่แล้ว!! อาจจะนะ....ฮา...
เสียงโซ่ตรวนกระทบตามการเคลื่อนไหวของร่างกายปลุกให้ผู้ที่นอนหลับใหลอยู่ได้สติ ดวงตาสีม่วงกรอกไปมา พยายามปรับภาพการมองเห็นให้เป็นปรกติ แม้จะมีแสงเพียงบางเบาก็ตาม แต่กระนั้นดวงตาที่ไม่ได้ลืมตื่นขึ้นมานานก็ยากจะจับภาพได้ชัดเจน
เซโร่กวาดตามอง ห้องโล่งกว้างที่ไม่ต่างอะไรจากห้องในคฤหาสน์ของนายเขานัก ข้าวของเครื่องใช้จัดวางอย่างเป็นระเบียบแบบแผน ดูเหมือนกันจะได้รับการทำความสะอาดเป็นอย่างดี และตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ
รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก "ห้องนี้...." เด็กหนุ่มพยายามนึก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก
เหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน ทั้งเตียงนอน ประตูระเบียงที่เปิดรับลมโชยพัด ความรู้สึกที่ราวกับจะรู้ทุกซอกทุกมุมนี่อีก....
นึกได้ไม่เท่าไหร่ อาการปวดศีรษะก็กำเริบขึ้น.... "อึก..." เขาครางเบา ๆ ในลำคอ
พลันร่างกายสะดุ้งโหยง เมื่อโสตประสาทการฟังได้ยินเสียงเปิดประตูห่างออกไปไม่ไกลนัก ดวงตาสวยหันมองร่างสูงที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ เขาจำได้ติดตา ดวงตาสีแดงสด ผิวขาวจนเกือบซีด เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดูนุ่ม และท่วงท่าอันผ่าเผยสง่างามนั่น...
ผู้ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพราวกับนักโทษแบบนี้ "คุณต้องการอะไร?!" คำถามแรกที่แผดก้องออกมาจากริมฝีปากบางอันแห้งผาก
คานาเมะหย่อนกายนั่งลงบนเตียง เซโร่ขยับกายหนี โชคดีเหลือเกินที่โซ่ตรวนนั่นได้แต่รั้งเขาไว้ไม่ให้ไปไหน ไม่ได้ผูกติดเขาไว้อยู่กับที่ "อย่าเข้ามาใกล้ผม..." เขากัดฟันกรอด ลากตรวนยาวเดือบสองเมตรนั่นลงจากเตียง
ไม่รู้ว่ามันหนักหรือร่างกายเขาอ่อนแอเกินไปกันแน่ ยังไม่ทันจะก้าวพ้นรัศมีของเงาที่ทอดมาเขาก็ต้องทรุดลงนั่ง มือเรียวยกขึ้นกำหน้าอกแน่น ลมหายใจหอบกระชั้น อีกแล้ว....อาการแบบนี้อีกแล้ว
นั่นสิ...ก็ครั้งที่เขาออกล่าแวมไพร์เมื่อรอบล่าสุด แทนที่จะได้ดื่มเลือด กลับกลายเป็นต้องมาถูกจับมาด้วยความอ่อนหัดของตน
อาหารจึงไม่มีตกถึงท้อง ซ้ำร้ายยังไม่รู้ด้วยว่าตนหลับไปนานแค่ไหน....
พลันนึกถึงน้องชายของตน ใช่...ป่านนี้อิจิรุจะเป็นยังไงบ้าง จะปลอดภัยรึเปล่า? ทำภารกิจแทนเขาได้ลุล่วงไหม? หรือว่าจะถูกคนพวกนี้ทำร้ายกัน??
ดวงหน้าซีดเซียวเงยมอง "อิจิรุล่ะ?"
คานาเมะนิ่งคิด "เธอหมายถึงน้องชายของเธอ?" เขายิ้ม "เขาปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง"
เซโร่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าคนที่ตนเป็นห่วงปลอดภัยดี จากนั้นก็พยายามจะฝืนลุกยืน เดินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่โซ่ตรวนนั้นจะพาเขาไปได้
แกร็ง!
เสียงโซ่กระทบดัง ร่างของเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง ริมฝีปากบางขบเม้มแน่นอย่างสมเพชตนเอง "โธ่เว้ย.." เขาสบถเบา ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับตัวเลยสักนิด
"อย่าฝืน ร่างกายของเธอในตอนนี้ยังไม่แข็งแรงพอ" ร่างสูงกว่าก้าวเดินยาว ๆ อ้อมผ่านปลายเตียงตรงมายังผู้นั่งล้มพับอยู่บนพื้น
คานาเมะช้อนร่างที่หมดแรงนั้นอย่างเบามือ "เธอต้องทานอาหาร"
"ไม่ต้องการ!" คนหัวแข็งสวนกลับทันควัน ความปรารถนาดีจากศัตรูเขาไม่ต้องการ
เซโร่ไม่ได้ขัดขืนการกระทำของเขา นั่นทำให้คานาเมะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่อีกเหตุผลหนึ่งเขาก็เข้าใจว่า เด็กหนุ่มดูเหมือนจะคิดการณ์และมีความฉลาดพอที่จะไม่ฝืนสภาพตน หรือไม่ก็เพราะร่างกายกำลังอ่อนล้าอย่างที่สุด
ชายหนุ่มวางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงนอนตามเดิม ดวงตาสีแดงคมมองใบหน้าที่หันหนีนั่นด้วยรอยยิ้มบาง "ที่นี่คือห้องของเธอ..." เขาว่า "ผมสั่งให้คนคอยทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา และสั่งกำชับว่าอย่าให้ใครเคลื่อนย้ายหรือรื้อค้นข้าวของของเธอ"
คนฟังดูตกใจเล็กน้อย เสมือนว่าเจ้าของห้องแห่งนี้เป็นที่รักและหวงแหนยิ่งของอีกฝ่าย "แล้วยังไง? นี่มันไม่ใช่ห้องของผมเสียหน่อย" ใช่...มันไม่ใช่ห้องของเขา และไม่มีทางเป็นห้องของเขาด้วย
คานาเมะยังคงยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามมากจริง ๆ "แล้วเธอก็จะรู้เอง" ใบหน้าหล่อเหลาหันมองยังโซ่ตรวนที่ล่ามร่างนั้นไว้ คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างรู้สึกผิด "ผมต้องขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่หนีไปจากผมจนกว่า....."
"จนกว่า??" ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่น้ำเสียงนั่นสะกดให้เขาตั้งใจฟัง เซโร่มองริมฝีปากที่กำลังขยับนั่น
ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม เพียงเท่านั้นเซโร่ก็รู้แล้วว่าตนกำลังทำผิดพลาดอะไรลงไปแน่ "ไม่สิ! ใครจะอยากรู้เรื่องของคุณกัน!! ที่สำคัญการทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการที่คุณมองว่าผมเป็นนักโทษหรอกนะ!" เขาตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่รู้ทำไมความเยือกเย็นที่เคยมีจึงหายไปหมด
คงเพราะความกระหายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง มันทำเอาร่างกายของเขาแทบระเบิด....
อาการกระสับกระส่ายนั่นปรากฏอยู่ในดวงตาสีแดงงดงาม คานาเมะรู้ว่าตอนนี้เซโร่กำลังอดทนแค่ไหน พยายามจะไม่ให้สติสัมปชัญญะของตนต้องถูกครอบครอง ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงไม่ชอบการยอมแพ้อยู่ดี....
ไม่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสักนิด "เธอต้องดื่มเลือด"
"เลือด....ใคร?" แค่จะพูดออกมาเป็นคำยังยาก ดวงตาสีม่วงเริ่มแปรเปลี่ยนทีละนิด
"เลือดผม" ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนออก ผิวขาวบนรูปร่างสมส่วนปรากฏเด่นจนคงมองยังต้องตกตะลึง
แวมไพร์คือเผ่าพันธุ์ที่งดงาม...เซโร่เชื่อมั่นแบบนั้นขึ้นมาจับใจทันทีที่ได้เห็น
"ไม่.." พอตั้งสติได้ก็เบือนหน้าหลบ
"แต่เธอต้องดื่ม เพราะไม่อย่างนั้นเธออาจจะกลายเป็นพวกกระหาย และไม่มีทางกลับมาเป็นคนเดิมได้อีก" คานาเมะย้ำถึงความน่ากลัวนั่น
เซโร่เริ่มอึกอัก แต่ก็ยังคงไม่ยอมรับสิ่งนั้นอยู่ดี "ต่อให้ต้องตายผมก็ไม่คิดจะดื่มเลือดของคุณเด็ดขาด"
"ทำไม?"
ดวงตาสีม่วงงดงามทอประกายกล้า เหมือนกับต้องการย้ำเจตนารมณ์ของคำพูดที่ตนจะเอ่ยต่อไปหลังจากนี้ "เพราะคุณคือศัตรู ศัตรูที่ผมไม่มีวันจะให้อภัย"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของคนฟัง คานาเมะถอนหายใจยาวก่อนขบเขี้ยวของตนลงบนลิ้น เลือดสีแดงไหลแทบล้นออกจากริมฝีปากที่ปิดแน่น มันส่งกลิ่นหอมโชยแตะจมูก กระตุ้นความกระหายเลือดของเซโร่ให้รุนแรงขึ้นไปอีก
มือแกร่งบีบปลายคางของคนเบือนหน้าหนีให้หันมาปะทะ แล้วก้มลงกดจูบลงบนกลีบปากแห้ง พยายามปล่อยเลือดในกายตนให้ไหลลงสู่จุดหมายอย่างดีที่สุด
เพียงหนึ่งหยดที่สัมผัสก็ทำเอาสัญชาตญาณขึ้นมาอยู่เหนือจิตสำนึก เซโร่เผยอริมฝีปากของตนออกแต่โดยดี เขี้ยวขาวคมส่องประกายเด่นชัด เขารับเอาของเหลวจากร่างอีกฝ่ายไว้ ปล่อยให้มันไกลผ่านลิ้น ลำคอ ลงสู่ภายในร่างกาย
คานาเมะละริมฝีปากแล้วระบายรอยยิ้ม นิ้วเรียวเกลี่ยไปบนผิวหน้า ภายใต้ดวงตาสีแดงสดของร่างที่นอนราบอยู่ "แบบนี้น่ะดีแล้ว...."
เด็กหนุ่มยันตัวลุกขึ้นนั่ง เขาจ้องไปยังลำคอขาว แล้วโถมเข้าใส่อย่างไม่ลังเล ชายหนุ่มนิ่วหน้ากับความรู้สึกเจ็บจากการขบกัดอย่างไม่ปราณีปราศัยนั่น "เธอรู้ไหม....เลือดบริสุทธิ์น่ะมีคุณสมบัติหลายอย่าง..." มือแกร่งลูบเส้นผมสีเงิน
"อย่างแรกคือ สามารถควบคุมและชะลออาการกระหายเลือดของแวมไพร์ได้...."
คานาเมะแนบหน้าของตนลงบนเส้นผมอีกฝ่าย สูดกลิ่นหอมนั่นเข้าเต็มปอดอย่างโหยหา "อย่างที่สองคือ เลือดของพวกเขาเป็นขุมพลังชั้นยอด"
"และอย่างที่สาม..." เสียงทุ้มเว้นจังหวะ ยังคงรู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่ไหลออกไปไม่หยุด "พวกเขาสามารถถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่างโดยผ่านเลือดนั้นได้"
ความรู้สึกนึกคิด เจตนารมณ์และเป้าหมาย รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ พวกเขาสามารถถ่ายทอดได้หากต้องการ จากเลือดบริสุทธิ์สู่แวมไพร์ผู้หิวกระหาย....
นี่คือเหตุผลที่คานาเมะจำต้องกักขังเซโร่ เขาเฝ้ารอเวลาที่เด็กหนุ่มเกิดอาการหิวกระหายอย่างที่สุดจนไม่อาจปฏิเสธเลือดของเขาได้ "ความดื้อรั้นของเธอบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้"
เพื่อให้ได้เธอคืนมา....ได้โปรดให้อภัยผมด้วย.....
"จนกว่าความทรงจำทั้งหมดของเธอจะกลับคืนมา...."
................
.........
....
..
.
อิจิรุกลับสู่คฤหาสน์ของนายตนด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก การรับมือกับแวมไพร์ชั้นสูงที่มีประสบการณ์และพลังมากมายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ อีกทั้งสมาธิที่สมควรจะมีกลับเตลิดหายไปหมด จิตใจคอยเวียนวนแต่เป็นห่วงพี่ชายที่ถูกพาตัวไป
เด็กหนุ่มทำแผลอย่างลวก ๆ แม้จะขึ้นชื่อว่า ‘คฤหาสน์' แต่ในเคหะสถานแห่งนี้กลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน...ไม่สิ มี...แต่ก็เหมือนไม่มีเสียมากกว่า
เขาไม่ได้มีนายคนเดียวกันกับเซโร่ อิจิรุถูกช่วยไว้ตั้งแต่ก่อนจะทราบข่าวตระกูลของเขาถูกสังหารจนเมื่อเหลือเสียอีก ดังนั้นพอรู้ว่าเซโร่ยังมีชีวิตอยู่ตนก็ดีใจอย่างไม่ปกปิด พยายามขวนขวายเพื่อพบกับแฝดผู้พี่ของตนให้ได้
แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด ภายนอกที่ดูเย็นชา แต่ภายในกลับอบอุ่น วงแขนที่มักจะโอบกอดเขาไว้เสมอ ความปรารถนาดีและความรักความเข้าใจถ่ายทอดผ่านดวงตาคู่นั้น
เขารักเซโร่...ไม่ใช่ในฐานะของผู้ร่วมสายเลือด แต่รักในฐานะที่เป็นเซโร่คนหนึ่ง....
และนั่นยังคงความเสียใจมาให้เขาจนถึงตอนนี้ ทำไมความคิดแบบนั้นถึงเกิดขึ้นได้?
คิดที่จะไปจาก....คิดที่จะทิ้งทุกอย่างไว้
"แต่นายก็ไม่เคยโกรธฉัน ไม่แม้จะต่อว่า...." เสียงทุ้มนุ่มรำพันถึงเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก... ถึงการแสดงออกจะเย็นชาสักแค่ไหน สุดท้ายก็ยังไม่พ้นเซโร่คนเดิมอยู่ดี...
คำถามต่อจากนี้...มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่เขาและพี่ชายแยกจากกัน?
สภาพบ้านอันกลายเป็นเถ้าถ่าน ซากปรักหักพังจากการถูกคุกคามกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่มีผู้รอดชีวิต ไม่เหลือแม้ร่างกายให้กลบฝัง นั่นคือวินาทีแรกที่อิจิรุมองเห็นบ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่กับครอบครัว
จนพอสืบทราบข่าวของแวมไพร์ฮันเตอร์ ได้ยินชื่อเสียงของนักล่ามือดีดังในแวดวง เป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงไม่กี่สิบปี มีคนใหญ่ในวงการมืดคอยหนุนหลัง ต่อมาเขาก็ได้รับรู้ว่าเซโร่เองก็ได้กลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วเช่นกัน
เพื่อการมีชีวิตรอด จึงต้องยอมแลกด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์
อิจิรุยกมือคลำบริเวณลำคอ รอยแผลที่ถูกกัดหายไปนานแล้ว แต่ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานในวันนั้นยังคงฝังแน่นในโสตประสาททุกส่วนของร่างกาย ตื่นกลัว...หากแต่ยินยอม หวาดระแวง...หากแต่ยินดี ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตน ลบล้างความอ่อนแอให้หมดไป
แต่เขาคิดไม่ออกว่าทำไมเซโร่ถึงกลายเป็นแวมไพร์ได้ ทั้ง ๆ ที่เขาน่าจะเกลียดพวกนั้นเข้าไส้ ยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงง เหมือนยังมีความลับร้อยแปดพันอย่างที่ไม่อาจล่วงรู้ได้ และบางทีเขาอาจไม่มีโอกาสได้รับรู้
เขาต้องการการพักผ่อน อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง การต่อสู้อันหนักหน่วงเป็นผลให้เขาสูญเสียเลือดไปมาก แถมก่อนหน้านั้นเขายังยอมให้เซโร่ดื่มเลือดของตนเอง "ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ??" แขนเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผาก หน้านิ่วครุ่นคิดอย่างเป็นกังวล
แล้วยังสายตานั่นอีก สายตาของคานาเมะ คุรันที่มองยังพี่ชายของเขา มันไม่ใช่สายตาที่มาดหมายเอาชีวิต หากแต่เป็นสายตาของชายผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจ
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" เขาเฝ้าถามย้ำ
สีหน้าความทรมานอย่างแสนสาหัสของเซโร่ย้อนกลับมาในวินาทีที่ความปวดแปลบของบาดแผลบนร่างกายบังเกิด อิจิรุนิ่งคิดด้วยความทรมาน ไม่ว่าใครจะผิดใครจะถูก ไม่ว่าใครจะทำอะไรร้ายแรงมามากมายแค่ไหน หากมันผู้นั้นทำให้เซโร่ต้องทนทุกข์ มันผู้นั้นก็คือศัตรูของเขาด้วยเช่นกัน
จะไม่ยอมให้เวลาอันมีค่านี้หลุดลอยไปเป็นแน่ "ผมจะทำทุกอย่างเพื่อนาย..." เพื่อชดใช้ความผิดในอดีต บาปที่ผมได้ก่อขึ้นกับนายและทุกคน...
เปลือกตาค่อย ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามสภาพความอ่อนเพลียของร่างกาย อิจิรุหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามผ่อนคลายและปลดระวางเรื่องต่าง ๆ ไว้ก่อน ในตอนนี้การฟื้นฟูสภาพของตนน่าจะสำคัญกว่า
เพราะหากแค่ลุกเดินยังไม่ไหว นับประสาอะไรจะไปช่วยคนอื่น "หึ..." เขาเปล่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตนเอง
ไม่ทันได้หลับสนิทดีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอประมาณ อิจิรุไม่ได้ลุกไปเปิด เขาแค่ขยับกายหันหน้ามอง พลางส่งเสียงตะโกนร้องถามกลับ "มีอะไร?"
"คนของท่านริโดะมาขอพบขอรับ" คนใช้ภายในเอ่ยอย่างมีมารยาท อิจิรุรู้ดีว่ามันก็แค่การเสแสร้ง
"บอกว่าอีกสักพักผมจะลงไปพบ" เขาบอกกลับ
เด็กหนุ่มประคองตัวให้ลุกขึ้นนั่ง เขาคว้าเสื้อเชิ้ตคลุมสวมทับ แต่งกายให้พอดูไม่น่าเกลียด ก่อนเคลื่อยย้ายร่างกายของตนลงไปยังห้องรับแขกด้านล่าง
ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบย่ำเข้าสู่ภายใน ดวงตาสีอ่อนสวยจ้องมองแขกผู้มาเยือนเขม็ง อิจิรุจำได้ว่าคน ๆ นี้เป็นผู้นำตระกูลแวมไพร์ชั้นสูง คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ของริโดะนายเหนือหัวของเซโร่
"ขอโทษที่ให้รอครับ" เด็กหนุ่มค้อมศีรษะลงอย่างรู้มารยาท รอยยิ้มบางเปรยแต้มใบหน้า
อีกฝ่ายค้อมรับ แม้ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าอิจิรุเคยเป็นมนุษย์ ซ้ำยังเป็นสายเลือดของแวมไพร์ฮันเตอร์มาก่อน แต่ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์ เป็นบุคคลที่ถูกยกให้เสมอเหมือนเทียบเท่ากับแวมไพร์ชั้นสูงตนอื่น
แน่นอนว่าเซโร่เองก็เช่นกัน... "นายท่านให้กระผมมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น..."
"พวกเราทำภารกิจล้มเหลว มีคนวางแผนดักทางเราไว้" อิจิรุตอบกลับ
"ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นพวกไหน?"
เขานิ่งคิดอยู่พัก เหมือนกับชั่งใจว่าสมควรจะบอกออกไปดีหรือไม่ "ผมไม่รู้ ไม่เคยเห็นมาก่อน" เด็กหนุ่มว่า "อาจเพราะผมเพิ่งเคยมาอยู่เขตนี้ เลยไม่ได้รู้จักมักคุ้นพวกมันนัก"
ดวงตาเปี่ยมประสบการณ์มอง ความสงสัยเกิดขึ้นอย่างแจ่มชัด "อืม...แล้วท่านคิริยู?"
"ถูกจับไป" เขาตอบสั้น ๆ
องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อล่าแวมไพร์มีอยู่มากมาย ทั้งจากศาสนจักร จากทางมนุษย์ธรรมดา หรือแม้กระทั่งแวมไพร์ด้วยกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มแต่ละคนจะทำงานแบบของใครของมัน หากมีเป้าหมายเดียวกันก็อาศัยว่าใครดีใครได้ ซึ่งในกลุ่มแวมไพร์ พวกที่มีอิทธิพลที่สุดก็คงเป็นกลุ่มของเขาและชายที่ชื่อริโดะ
จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นความลับ แต่ด้วยความอยากรู้เขาจึงพยายามสืบค้นจนได้ข้อมูลมา ในตอนแรกก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเซโร่จึงไม่รู้เรื่องนี้ เหมือนกับมีใครจงใจปิดบังอะไรอยู่
อิจิรุเลิกคิ้วมอง "หากไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวก่อน อยากพักผ่อนมากแล้วตอนนี้"
อีกฝ่ายลุกขึ้นค้อมศีรษะเล็กน้อย "กระผมรบกวนเท่านี้ แล้วจะเรียนให้นายท่านทราบตามที่ท่านบอก"
เด็กหนุ่มมองร่างนั้นเดินจากออกไป แล้วแหงนหน้าขึ้นมองบันไดในคฤหาสน์ที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นสอง ขาแต่ละข้างก้าวเดินช้า ๆ หนึ่งขั้นคิดหนึ่งจุด ก้าวอีกขั้นคิดต่อไปอีกเรื่อง คิด ๆ จนมาจบที่ความสงสัยในตัวเอง
ทำไมเขาถึงไม่บอกไปว่าแวมไพร์กลุ่มนั้นคือใคร?
ทั้งที่จำได้ดีทั้งชื่อและใบหน้า ไม่สิ...ต้องบอกว่ารู้จักเลยเสียมากกว่า "เพราะอะไรกัน?" เขามองมือของตน ความลังเลเกิดขึ้นมากพอ ๆ กับคำถามที่ลอยวนอยู่
บางทีคนที่จะไขปริศนานี้ให้กระจ่างได้คงมีเพียงแค่คานาเมะ คุรันเท่านั้น!
"ผมจะต้องไปพบเขา...." อิจิรุพึมพำ ทันทีที่กลับเข้าสู่ห้องเด็กหนุ่มก็หลับลงเพราะความอ่อนเพลีย
TBC.
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!
อยากดู
Tales of Vesperia ~The First Strike~
อยากดูววววววววววววววววววววววว!!!!!!
<<< สภาพช่วงนี้....
<<< สภาพหลังจากงานเสร็จ
<<< พอรู้ว่าโดนแก้งาน
<<< แก้งานเสร็จ
<<< หนีความจริงแต่งฟิค... 5555555
edit @ 7 Oct 2009 04:34:28 by derick