2009/Oct/07

 

 

===============================

 

 

[AuFic Vampire Knight] Lost Mind  : Part IX

 

Pairing : KanameXZero

 

Author : derick

 

Rating : PG

 

Author Note : กว่าจะมาต่อ กร๊ากกกกกกกกก งงตัวเอง!! ไม่ได้กะให้อิจิรุเด่นขนาดนี้  แต่ทำไมมันกลับเด้นจังฟ่ะ!! 55555  ตอนนี้ไม่มี NC  ก็ตามที่คาดไว้ล่ะนะ เอิก ๆ แต่ไม่แน่ว่าตอนหน้า  หรือไม่ก็ตอนถัดไปอาจจะมีก็ได้!! ใช่แล้ว!! อาจจะนะ....ฮา...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงโซ่ตรวนกระทบตามการเคลื่อนไหวของร่างกายปลุกให้ผู้ที่นอนหลับใหลอยู่ได้สติ  ดวงตาสีม่วงกรอกไปมา  พยายามปรับภาพการมองเห็นให้เป็นปรกติ  แม้จะมีแสงเพียงบางเบาก็ตาม  แต่กระนั้นดวงตาที่ไม่ได้ลืมตื่นขึ้นมานานก็ยากจะจับภาพได้ชัดเจน

 

เซโร่กวาดตามอง  ห้องโล่งกว้างที่ไม่ต่างอะไรจากห้องในคฤหาสน์ของนายเขานัก  ข้าวของเครื่องใช้จัดวางอย่างเป็นระเบียบแบบแผน  ดูเหมือนกันจะได้รับการทำความสะอาดเป็นอย่างดี  และตลอดเวลาเสียด้วยซ้ำ

 

รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก  "ห้องนี้...."  เด็กหนุ่มพยายามนึก  แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก

 

เหมือนจะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นที่ไหน  ทั้งเตียงนอน  ประตูระเบียงที่เปิดรับลมโชยพัด  ความรู้สึกที่ราวกับจะรู้ทุกซอกทุกมุมนี่อีก....

 

นึกได้ไม่เท่าไหร่  อาการปวดศีรษะก็กำเริบขึ้น....  "อึก..."  เขาครางเบา ๆ ในลำคอ

 

พลันร่างกายสะดุ้งโหยง  เมื่อโสตประสาทการฟังได้ยินเสียงเปิดประตูห่างออกไปไม่ไกลนัก  ดวงตาสวยหันมองร่างสูงที่ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้  เขาจำได้ติดตา  ดวงตาสีแดงสด  ผิวขาวจนเกือบซีด  เส้นผมสีน้ำตาลเข้มดูนุ่ม  และท่วงท่าอันผ่าเผยสง่างามนั่น...

 

ผู้ที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในสภาพราวกับนักโทษแบบนี้  "คุณต้องการอะไร?!"  คำถามแรกที่แผดก้องออกมาจากริมฝีปากบางอันแห้งผาก

 

คานาเมะหย่อนกายนั่งลงบนเตียง  เซโร่ขยับกายหนี  โชคดีเหลือเกินที่โซ่ตรวนนั่นได้แต่รั้งเขาไว้ไม่ให้ไปไหน  ไม่ได้ผูกติดเขาไว้อยู่กับที่  "อย่าเข้ามาใกล้ผม..." เขากัดฟันกรอด  ลากตรวนยาวเดือบสองเมตรนั่นลงจากเตียง

 

ไม่รู้ว่ามันหนักหรือร่างกายเขาอ่อนแอเกินไปกันแน่  ยังไม่ทันจะก้าวพ้นรัศมีของเงาที่ทอดมาเขาก็ต้องทรุดลงนั่ง  มือเรียวยกขึ้นกำหน้าอกแน่น  ลมหายใจหอบกระชั้น  อีกแล้ว....อาการแบบนี้อีกแล้ว

 

นั่นสิ...ก็ครั้งที่เขาออกล่าแวมไพร์เมื่อรอบล่าสุด  แทนที่จะได้ดื่มเลือด  กลับกลายเป็นต้องมาถูกจับมาด้วยความอ่อนหัดของตน 

 

อาหารจึงไม่มีตกถึงท้อง  ซ้ำร้ายยังไม่รู้ด้วยว่าตนหลับไปนานแค่ไหน....

 

พลันนึกถึงน้องชายของตน  ใช่...ป่านนี้อิจิรุจะเป็นยังไงบ้าง  จะปลอดภัยรึเปล่า?  ทำภารกิจแทนเขาได้ลุล่วงไหม? หรือว่าจะถูกคนพวกนี้ทำร้ายกัน?? 

 

ดวงหน้าซีดเซียวเงยมอง  "อิจิรุล่ะ?"

 

คานาเมะนิ่งคิด  "เธอหมายถึงน้องชายของเธอ?"  เขายิ้ม  "เขาปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง"

 

เซโร่ถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าคนที่ตนเป็นห่วงปลอดภัยดี  จากนั้นก็พยายามจะฝืนลุกยืน  เดินไปให้ไกลที่สุดเท่าที่โซ่ตรวนนั้นจะพาเขาไปได้ 

 

แกร็ง!

 

เสียงโซ่กระทบดัง  ร่างของเด็กหนุ่มทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง  ริมฝีปากบางขบเม้มแน่นอย่างสมเพชตนเอง  "โธ่เว้ย.."  เขาสบถเบา  ไม่มีแม้แต่แรงจะขยับตัวเลยสักนิด

 

"อย่าฝืน  ร่างกายของเธอในตอนนี้ยังไม่แข็งแรงพอ"  ร่างสูงกว่าก้าวเดินยาว ๆ อ้อมผ่านปลายเตียงตรงมายังผู้นั่งล้มพับอยู่บนพื้น

 

คานาเมะช้อนร่างที่หมดแรงนั้นอย่างเบามือ  "เธอต้องทานอาหาร"

 

"ไม่ต้องการ!"  คนหัวแข็งสวนกลับทันควัน  ความปรารถนาดีจากศัตรูเขาไม่ต้องการ

 

เซโร่ไม่ได้ขัดขืนการกระทำของเขา  นั่นทำให้คานาเมะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย  แต่อีกเหตุผลหนึ่งเขาก็เข้าใจว่า  เด็กหนุ่มดูเหมือนจะคิดการณ์และมีความฉลาดพอที่จะไม่ฝืนสภาพตน  หรือไม่ก็เพราะร่างกายกำลังอ่อนล้าอย่างที่สุด

 

ชายหนุ่มวางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงนอนตามเดิม  ดวงตาสีแดงคมมองใบหน้าที่หันหนีนั่นด้วยรอยยิ้มบาง  "ที่นี่คือห้องของเธอ..."  เขาว่า  "ผมสั่งให้คนคอยทำความสะอาดอยู่ตลอดเวลา  และสั่งกำชับว่าอย่าให้ใครเคลื่อนย้ายหรือรื้อค้นข้าวของของเธอ"

 

คนฟังดูตกใจเล็กน้อย  เสมือนว่าเจ้าของห้องแห่งนี้เป็นที่รักและหวงแหนยิ่งของอีกฝ่าย  "แล้วยังไง?  นี่มันไม่ใช่ห้องของผมเสียหน่อย"  ใช่...มันไม่ใช่ห้องของเขา  และไม่มีทางเป็นห้องของเขาด้วย

 

คานาเมะยังคงยิ้ม  เป็นรอยยิ้มที่งดงามมากจริง ๆ  "แล้วเธอก็จะรู้เอง"  ใบหน้าหล่อเหลาหันมองยังโซ่ตรวนที่ล่ามร่างนั้นไว้  คิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างรู้สึกผิด  "ผมต้องขอโทษที่ทำแบบนี้  แต่มันเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่หนีไปจากผมจนกว่า....."

 

"จนกว่า??"  ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่น้ำเสียงนั่นสะกดให้เขาตั้งใจฟัง  เซโร่มองริมฝีปากที่กำลังขยับนั่น

 

ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม  เพียงเท่านั้นเซโร่ก็รู้แล้วว่าตนกำลังทำผิดพลาดอะไรลงไปแน่  "ไม่สิ! ใครจะอยากรู้เรื่องของคุณกัน!! ที่สำคัญการทำแบบนี้มันไม่ต่างอะไรกับการที่คุณมองว่าผมเป็นนักโทษหรอกนะ!"  เขาตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์  ไม่รู้ทำไมความเยือกเย็นที่เคยมีจึงหายไปหมด

 

คงเพราะความกระหายที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง  มันทำเอาร่างกายของเขาแทบระเบิด....

 

อาการกระสับกระส่ายนั่นปรากฏอยู่ในดวงตาสีแดงงดงาม  คานาเมะรู้ว่าตอนนี้เซโร่กำลังอดทนแค่ไหน  พยายามจะไม่ให้สติสัมปชัญญะของตนต้องถูกครอบครอง  ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงไม่ชอบการยอมแพ้อยู่ดี....

 

ไม่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสักนิด  "เธอต้องดื่มเลือด"

 

"เลือด....ใคร?"  แค่จะพูดออกมาเป็นคำยังยาก  ดวงตาสีม่วงเริ่มแปรเปลี่ยนทีละนิด 

 

"เลือดผม"  ชายหนุ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตนออก  ผิวขาวบนรูปร่างสมส่วนปรากฏเด่นจนคงมองยังต้องตกตะลึง 

 

แวมไพร์คือเผ่าพันธุ์ที่งดงาม...เซโร่เชื่อมั่นแบบนั้นขึ้นมาจับใจทันทีที่ได้เห็น 

 

"ไม่.."  พอตั้งสติได้ก็เบือนหน้าหลบ

 

"แต่เธอต้องดื่ม  เพราะไม่อย่างนั้นเธออาจจะกลายเป็นพวกกระหาย  และไม่มีทางกลับมาเป็นคนเดิมได้อีก"  คานาเมะย้ำถึงความน่ากลัวนั่น

 

เซโร่เริ่มอึกอัก  แต่ก็ยังคงไม่ยอมรับสิ่งนั้นอยู่ดี  "ต่อให้ต้องตายผมก็ไม่คิดจะดื่มเลือดของคุณเด็ดขาด"

 

"ทำไม?"

 

ดวงตาสีม่วงงดงามทอประกายกล้า  เหมือนกับต้องการย้ำเจตนารมณ์ของคำพูดที่ตนจะเอ่ยต่อไปหลังจากนี้  "เพราะคุณคือศัตรู  ศัตรูที่ผมไม่มีวันจะให้อภัย"

 

คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในจิตใจของคนฟัง  คานาเมะถอนหายใจยาวก่อนขบเขี้ยวของตนลงบนลิ้น  เลือดสีแดงไหลแทบล้นออกจากริมฝีปากที่ปิดแน่น  มันส่งกลิ่นหอมโชยแตะจมูก  กระตุ้นความกระหายเลือดของเซโร่ให้รุนแรงขึ้นไปอีก

 

มือแกร่งบีบปลายคางของคนเบือนหน้าหนีให้หันมาปะทะ  แล้วก้มลงกดจูบลงบนกลีบปากแห้ง  พยายามปล่อยเลือดในกายตนให้ไหลลงสู่จุดหมายอย่างดีที่สุด

 

เพียงหนึ่งหยดที่สัมผัสก็ทำเอาสัญชาตญาณขึ้นมาอยู่เหนือจิตสำนึก  เซโร่เผยอริมฝีปากของตนออกแต่โดยดี  เขี้ยวขาวคมส่องประกายเด่นชัด  เขารับเอาของเหลวจากร่างอีกฝ่ายไว้  ปล่อยให้มันไกลผ่านลิ้น  ลำคอ  ลงสู่ภายในร่างกาย

 

คานาเมะละริมฝีปากแล้วระบายรอยยิ้ม  นิ้วเรียวเกลี่ยไปบนผิวหน้า  ภายใต้ดวงตาสีแดงสดของร่างที่นอนราบอยู่  "แบบนี้น่ะดีแล้ว...." 

 

เด็กหนุ่มยันตัวลุกขึ้นนั่ง  เขาจ้องไปยังลำคอขาว  แล้วโถมเข้าใส่อย่างไม่ลังเล  ชายหนุ่มนิ่วหน้ากับความรู้สึกเจ็บจากการขบกัดอย่างไม่ปราณีปราศัยนั่น  "เธอรู้ไหม....เลือดบริสุทธิ์น่ะมีคุณสมบัติหลายอย่าง..."  มือแกร่งลูบเส้นผมสีเงิน

 

"อย่างแรกคือ สามารถควบคุมและชะลออาการกระหายเลือดของแวมไพร์ได้...."

 

คานาเมะแนบหน้าของตนลงบนเส้นผมอีกฝ่าย  สูดกลิ่นหอมนั่นเข้าเต็มปอดอย่างโหยหา  "อย่างที่สองคือ เลือดของพวกเขาเป็นขุมพลังชั้นยอด"

 

"และอย่างที่สาม..."  เสียงทุ้มเว้นจังหวะ  ยังคงรู้สึกได้ถึงเลือดในกายที่ไหลออกไปไม่หยุด  "พวกเขาสามารถถ่ายทอดบางสิ่งบางอย่างโดยผ่านเลือดนั้นได้"

 

ความรู้สึกนึกคิด  เจตนารมณ์และเป้าหมาย  รวมถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ พวกเขาสามารถถ่ายทอดได้หากต้องการ  จากเลือดบริสุทธิ์สู่แวมไพร์ผู้หิวกระหาย....

 

นี่คือเหตุผลที่คานาเมะจำต้องกักขังเซโร่  เขาเฝ้ารอเวลาที่เด็กหนุ่มเกิดอาการหิวกระหายอย่างที่สุดจนไม่อาจปฏิเสธเลือดของเขาได้   "ความดื้อรั้นของเธอบังคับให้ผมต้องทำแบบนี้"

 

เพื่อให้ได้เธอคืนมา....ได้โปรดให้อภัยผมด้วย.....

 

"จนกว่าความทรงจำทั้งหมดของเธอจะกลับคืนมา...."

 

................

.........

....

..

.

 

อิจิรุกลับสู่คฤหาสน์ของนายตนด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก  การรับมือกับแวมไพร์ชั้นสูงที่มีประสบการณ์และพลังมากมายมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ อีกทั้งสมาธิที่สมควรจะมีกลับเตลิดหายไปหมด  จิตใจคอยเวียนวนแต่เป็นห่วงพี่ชายที่ถูกพาตัวไป

 

เด็กหนุ่มทำแผลอย่างลวก ๆ แม้จะขึ้นชื่อว่า ‘คฤหาสน์' แต่ในเคหะสถานแห่งนี้กลับไม่มีใครอยู่เลยสักคน...ไม่สิ  มี...แต่ก็เหมือนไม่มีเสียมากกว่า

 

เขาไม่ได้มีนายคนเดียวกันกับเซโร่  อิจิรุถูกช่วยไว้ตั้งแต่ก่อนจะทราบข่าวตระกูลของเขาถูกสังหารจนเมื่อเหลือเสียอีก  ดังนั้นพอรู้ว่าเซโร่ยังมีชีวิตอยู่ตนก็ดีใจอย่างไม่ปกปิด  พยายามขวนขวายเพื่อพบกับแฝดผู้พี่ของตนให้ได้

 

แล้วก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด  ภายนอกที่ดูเย็นชา  แต่ภายในกลับอบอุ่น  วงแขนที่มักจะโอบกอดเขาไว้เสมอ  ความปรารถนาดีและความรักความเข้าใจถ่ายทอดผ่านดวงตาคู่นั้น 

 

เขารักเซโร่...ไม่ใช่ในฐานะของผู้ร่วมสายเลือด  แต่รักในฐานะที่เป็นเซโร่คนหนึ่ง....

 

และนั่นยังคงความเสียใจมาให้เขาจนถึงตอนนี้  ทำไมความคิดแบบนั้นถึงเกิดขึ้นได้? 

 

คิดที่จะไปจาก....คิดที่จะทิ้งทุกอย่างไว้ 

 

"แต่นายก็ไม่เคยโกรธฉัน  ไม่แม้จะต่อว่า...."  เสียงทุ้มนุ่มรำพันถึงเมื่อตอนเจอกันครั้งแรก...  ถึงการแสดงออกจะเย็นชาสักแค่ไหน  สุดท้ายก็ยังไม่พ้นเซโร่คนเดิมอยู่ดี...

 

คำถามต่อจากนี้...มันเกิดอะไรขึ้นในช่วงที่เขาและพี่ชายแยกจากกัน?

สภาพบ้านอันกลายเป็นเถ้าถ่าน  ซากปรักหักพังจากการถูกคุกคามกระจัดกระจายไปทั่ว  ไม่มีผู้รอดชีวิต  ไม่เหลือแม้ร่างกายให้กลบฝัง  นั่นคือวินาทีแรกที่อิจิรุมองเห็นบ้านที่ตนเคยอาศัยอยู่กับครอบครัว

 

จนพอสืบทราบข่าวของแวมไพร์ฮันเตอร์  ได้ยินชื่อเสียงของนักล่ามือดีดังในแวดวง  เป็นเด็กหนุ่มอายุเพียงไม่กี่สิบปี  มีคนใหญ่ในวงการมืดคอยหนุนหลัง  ต่อมาเขาก็ได้รับรู้ว่าเซโร่เองก็ได้กลายเป็นแวมไพร์ไปแล้วเช่นกัน

 

เพื่อการมีชีวิตรอด  จึงต้องยอมแลกด้วยจิตวิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์  

 

อิจิรุยกมือคลำบริเวณลำคอ  รอยแผลที่ถูกกัดหายไปนานแล้ว  แต่ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานในวันนั้นยังคงฝังแน่นในโสตประสาททุกส่วนของร่างกาย  ตื่นกลัว...หากแต่ยินยอม  หวาดระแวง...หากแต่ยินดี  ตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตน  ลบล้างความอ่อนแอให้หมดไป

 

แต่เขาคิดไม่ออกว่าทำไมเซโร่ถึงกลายเป็นแวมไพร์ได้  ทั้ง ๆ ที่เขาน่าจะเกลียดพวกนั้นเข้าไส้  ยิ่งคิดก็ยิ่งงุนงง  เหมือนยังมีความลับร้อยแปดพันอย่างที่ไม่อาจล่วงรู้ได้  และบางทีเขาอาจไม่มีโอกาสได้รับรู้

 

เขาต้องการการพักผ่อน  อย่างน้อยก็ชั่วระยะเวลาหนึ่ง  การต่อสู้อันหนักหน่วงเป็นผลให้เขาสูญเสียเลือดไปมาก  แถมก่อนหน้านั้นเขายังยอมให้เซโร่ดื่มเลือดของตนเอง  "ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ??"  แขนเรียวยกขึ้นก่ายหน้าผาก  หน้านิ่วครุ่นคิดอย่างเป็นกังวล

 

แล้วยังสายตานั่นอีก  สายตาของคานาเมะ  คุรันที่มองยังพี่ชายของเขา  มันไม่ใช่สายตาที่มาดหมายเอาชีวิต  หากแต่เป็นสายตาของชายผู้ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจ

 

"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"  เขาเฝ้าถามย้ำ 

 

สีหน้าความทรมานอย่างแสนสาหัสของเซโร่ย้อนกลับมาในวินาทีที่ความปวดแปลบของบาดแผลบนร่างกายบังเกิด  อิจิรุนิ่งคิดด้วยความทรมาน  ไม่ว่าใครจะผิดใครจะถูก  ไม่ว่าใครจะทำอะไรร้ายแรงมามากมายแค่ไหน  หากมันผู้นั้นทำให้เซโร่ต้องทนทุกข์  มันผู้นั้นก็คือศัตรูของเขาด้วยเช่นกัน

 

จะไม่ยอมให้เวลาอันมีค่านี้หลุดลอยไปเป็นแน่  "ผมจะทำทุกอย่างเพื่อนาย..."  เพื่อชดใช้ความผิดในอดีต  บาปที่ผมได้ก่อขึ้นกับนายและทุกคน...

 

เปลือกตาค่อย ๆ หนักขึ้นเรื่อย ๆ ตามสภาพความอ่อนเพลียของร่างกาย  อิจิรุหายใจเข้าออกช้า ๆ พยายามผ่อนคลายและปลดระวางเรื่องต่าง ๆ ไว้ก่อน  ในตอนนี้การฟื้นฟูสภาพของตนน่าจะสำคัญกว่า

 

เพราะหากแค่ลุกเดินยังไม่ไหว  นับประสาอะไรจะไปช่วยคนอื่น  "หึ..."  เขาเปล่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตนเอง

 

ไม่ทันได้หลับสนิทดีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพอประมาณ  อิจิรุไม่ได้ลุกไปเปิด  เขาแค่ขยับกายหันหน้ามอง  พลางส่งเสียงตะโกนร้องถามกลับ  "มีอะไร?"

 

"คนของท่านริโดะมาขอพบขอรับ"  คนใช้ภายในเอ่ยอย่างมีมารยาท  อิจิรุรู้ดีว่ามันก็แค่การเสแสร้ง

 

"บอกว่าอีกสักพักผมจะลงไปพบ"  เขาบอกกลับ

 

เด็กหนุ่มประคองตัวให้ลุกขึ้นนั่ง  เขาคว้าเสื้อเชิ้ตคลุมสวมทับ  แต่งกายให้พอดูไม่น่าเกลียด  ก่อนเคลื่อยย้ายร่างกายของตนลงไปยังห้องรับแขกด้านล่าง 

 

ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบย่ำเข้าสู่ภายใน   ดวงตาสีอ่อนสวยจ้องมองแขกผู้มาเยือนเขม็ง  อิจิรุจำได้ว่าคน ๆ นี้เป็นผู้นำตระกูลแวมไพร์ชั้นสูง  คนสนิทผู้ซื่อสัตย์ของริโดะนายเหนือหัวของเซโร่

 

"ขอโทษที่ให้รอครับ"  เด็กหนุ่มค้อมศีรษะลงอย่างรู้มารยาท  รอยยิ้มบางเปรยแต้มใบหน้า

 

อีกฝ่ายค้อมรับ  แม้ใคร ๆ ต่างก็รู้ดีว่าอิจิรุเคยเป็นมนุษย์  ซ้ำยังเป็นสายเลือดของแวมไพร์ฮันเตอร์มาก่อน  แต่ปัจจุบันเขาเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของแวมไพร์สายเลือดบริสุทธิ์  เป็นบุคคลที่ถูกยกให้เสมอเหมือนเทียบเท่ากับแวมไพร์ชั้นสูงตนอื่น

 

แน่นอนว่าเซโร่เองก็เช่นกัน...  "นายท่านให้กระผมมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น..."

 

"พวกเราทำภารกิจล้มเหลว  มีคนวางแผนดักทางเราไว้"  อิจิรุตอบกลับ

 

"ท่านทราบหรือไม่ว่าเป็นพวกไหน?"

 

เขานิ่งคิดอยู่พัก  เหมือนกับชั่งใจว่าสมควรจะบอกออกไปดีหรือไม่  "ผมไม่รู้  ไม่เคยเห็นมาก่อน"  เด็กหนุ่มว่า  "อาจเพราะผมเพิ่งเคยมาอยู่เขตนี้  เลยไม่ได้รู้จักมักคุ้นพวกมันนัก"

 

ดวงตาเปี่ยมประสบการณ์มอง  ความสงสัยเกิดขึ้นอย่างแจ่มชัด  "อืม...แล้วท่านคิริยู?"

 

"ถูกจับไป"  เขาตอบสั้น ๆ

 

องค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อล่าแวมไพร์มีอยู่มากมาย  ทั้งจากศาสนจักร  จากทางมนุษย์ธรรมดา  หรือแม้กระทั่งแวมไพร์ด้วยกัน  ซึ่งแต่ละกลุ่มแต่ละคนจะทำงานแบบของใครของมัน  หากมีเป้าหมายเดียวกันก็อาศัยว่าใครดีใครได้  ซึ่งในกลุ่มแวมไพร์  พวกที่มีอิทธิพลที่สุดก็คงเป็นกลุ่มของเขาและชายที่ชื่อริโดะ

 

จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นความลับ  แต่ด้วยความอยากรู้เขาจึงพยายามสืบค้นจนได้ข้อมูลมา  ในตอนแรกก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเซโร่จึงไม่รู้เรื่องนี้  เหมือนกับมีใครจงใจปิดบังอะไรอยู่

 

อิจิรุเลิกคิ้วมอง  "หากไม่มีอะไรแล้วผมคงต้องขอตัวก่อน  อยากพักผ่อนมากแล้วตอนนี้"

 

อีกฝ่ายลุกขึ้นค้อมศีรษะเล็กน้อย  "กระผมรบกวนเท่านี้  แล้วจะเรียนให้นายท่านทราบตามที่ท่านบอก" 

 

เด็กหนุ่มมองร่างนั้นเดินจากออกไป  แล้วแหงนหน้าขึ้นมองบันไดในคฤหาสน์ที่ทอดยาวขึ้นสู่ชั้นสอง  ขาแต่ละข้างก้าวเดินช้า ๆ หนึ่งขั้นคิดหนึ่งจุด  ก้าวอีกขั้นคิดต่อไปอีกเรื่อง  คิด ๆ จนมาจบที่ความสงสัยในตัวเอง

 

ทำไมเขาถึงไม่บอกไปว่าแวมไพร์กลุ่มนั้นคือใคร?

 

ทั้งที่จำได้ดีทั้งชื่อและใบหน้า  ไม่สิ...ต้องบอกว่ารู้จักเลยเสียมากกว่า  "เพราะอะไรกัน?"  เขามองมือของตน  ความลังเลเกิดขึ้นมากพอ ๆ กับคำถามที่ลอยวนอยู่

 

บางทีคนที่จะไขปริศนานี้ให้กระจ่างได้คงมีเพียงแค่คานาเมะ คุรันเท่านั้น!

 

"ผมจะต้องไปพบเขา...."  อิจิรุพึมพำ  ทันทีที่กลับเข้าสู่ห้องเด็กหนุ่มก็หลับลงเพราะความอ่อนเพลีย

 

 

 

 

 

 TBC.

 

 

 กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!

อยากดู

Tales of Vesperia ~The First Strike~

อยากดูววววววววววววววววววววววว!!!!!!

 

 

 

 

 

  <<< สภาพช่วงนี้....

 

<<< สภาพหลังจากงานเสร็จ

 

<<< พอรู้ว่าโดนแก้งาน

 

<<< แก้งานเสร็จ

 

<<< หนีความจริงแต่งฟิค... 5555555

edit @ 7 Oct 2009 04:34:28 by derick

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กร๊าซซซซ ต่อด่วนครับ

>W<
#1  by  TFD Kumashouto27 At 2009-10-07 11:25, 
โอะ... กลายเป็นรักสามเส้า

แล้วอิจิโจนุนิไปไหนนนน!!! //โดนพี่นุ๊กเสย

#2  by  gold~Fish At 2009-10-07 19:27, 
อ๊ายๆ ค้างคาอย่างมากมาย
ฮิๆทาคานาเมะเนี่ยน่ารักจริงๆแฮะ
#3  by  num (124.120.197.95) At 2009-10-07 20:36, 

<< Home