FanFiction

Why?

ตอนที่ 4

เป็นเช้าที่ไม่สดใสอีกแล้วสำหรับแฮรี่ เรื่องเมื่อวานเย็นที่เกิดขึ้นทำเอาเขานอนไม่หลับ นี่คงเป็นอีกวันที่น่าเบื่อสุดๆ ร่างสูงเดินอ้อยอิ่งไปตามทางเดิน ความจริงอากาศยามเช้าน่าจะทำให้เขาสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง แต่เปล่าเลย ไม่มีอะไรจะทำให้เขาสดชื่นขึ้นมาได้สักนิดเดียว แม้แต่ อาหารบนโต๊ะที่วางเรียงรายมากมายดูน่าอร่อยนั่น กลับกลายเป็นเหมือนเศษอาหารของพวกเดอร์สลีย์ที่เขาทานเป็นประจำตอนอยู่กับพวกนั้น

แฮรี่....นายเป็นอะไรรึเปล่า? รอนถามเพื่อนของเขาอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่ตอนแฮรี่กลับมาจากห้องพยาบาล เขาก็ดูซึมๆยังไงชอบกล ทั้งๆที่น่าจะ.....อารมณ์ดีกว่านี้แท้ๆ

เปล่า....ฉันไม่ได้เป็นอะไร แฮรี่ส่ายศีรษะไปมา เขาพยายามที่จะจ้องไปยังร่างบางที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไปฝั่งตรงกันข้ามกับเขา มัลฟอยคุยเล่นกับแครบและกอยล์อย่างปรกติ โดยไม่สนใจที่จะชายตามามองเขาเลยสักนิด

เขาก็ดีใจอยู่หรอกที่มัลฟอยได้รับอนุญาติให้กลับมาเรียนตามปรกติได้แล้ว ซึ่งนั่นมันออกจะรวดเร็วกว่าที่เขาคิดไว้เสียด้วยซ้ำ ร่างบางใช้เวลาอยู่ที่ห้องพยาบาลแค่วันเดียวเท่านั้น ซึ่งก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันที่อะไรๆดูจะรวดเร็วไปเสียหมด

วิชาแรกของวันทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง เพราะวิชานี้คือวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด ซึ่งลูปินเป็นคนสอน และที่สำคัญไปกว่านั้น พวกเขาจะได้เรียนร่วมกับบ้านสลิธิริน มันเป็นสิ่งเดียวในตอนนี้ที่จะทำให้เขาสามารถใกล้ชิดกับมัลฟอยได้

แต่ก็ดูเหมือนกันจะไร้ประโยชน์ ร่างบางไม่สนใจเขาสักนิดเดียว ตลอดคาบแฮรี่มองไปที่มัลฟอยตลอดเวลา ดูเหมือนว่าลูปินก็รู้แต่ก็ไม่ได้พูดหรือกล่าวทักท้วงอะไร เขากลับหัวเราะกับท่าทีของเด็กหนุ่มเสียด้วยซ้ำไป

แฮรี่.... เฮอร์ไมโอนี่กล่าวเรียกเพื่อนรักที่กำลังเหม่อลอยไร้สติอยู่ เธอถอนหายใจเบาๆกับท่าทีนั่น

ให้ตายสิ!...นายทะเลาะอะไรกับมัลฟอยตอนเมื่อวานเย็น.....หรือไง....กัน รอนหลุดปากพูดออกมาเต็มๆ แฮรี่เมื่อได้ยินแบบนั้นก็หันขวับมามองที่รอนทันที เฮอร์ไมโอนี่ส่ายศีรษะอย่างระอา

นายรู้อะไรรอน?? แฮรี่ถามเสียงเข้ม เขามั่นใจว่าเพื่อนของเขาทั้งสองต้องรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มากกว่าที่ตัวเขาคิดเป็นแน่

ปะ...เปล่าเลย...ฉันแค่....อ่า...ถามดู รอนดูท่าว่าจะรู้ตัวว่าตนทำอะไรลงไป เขาพยายามที่จะปฏิเสธสิ่งที่แฮรี่กำลังถามเขาอยู่

เฮอร์ไมโอนี่?? แฮรี่หันมาถามเพื่อนสาวที่ยืนอยู่ข้างๆแทน

โอเคๆพวกเราไปหาเธอที่ห้องพยาบาลตอนเมื่อวานเย็น เฮอร์ไมโอนี่บอกความจริงแก่แฮรี่

แล้วเราสองคนก็เห็นนายนอนฟุบอยู่ข้างๆมัลฟอย...และก็กุมมือกันอยู่ด้วย รอนกล่าวต่อ แฮรี่ถึงกับตะลึง ตอนนี้ในใจเขาคิดเพียงอย่างเดียวว่า มีวิธีอะไรมั่งที่จะทำให้เขาสามารถปิดเรื่องนี้ต่อไปได้ แค่ชั่วคราวก็ยังดี เพราะเขารู้ว่าเพื่อนของเขาไม่ชอบมัลฟอยเอามากทีเดียว

พอ......พอดีฉันเข้าไปหามาดามพอมฟรีย์...แล้วก็เอ่อ...เธอใช้ให้ฉันเอาถาดอาหารไปให้มัลฟอย ฉันก็ไม่อยากจะเข้าไปหรอกนายก็รู้ว่าฉันเกลียดหมอนั่นขนาดไหน แฮรี่กล่าวตะกุกตะกัก เขาหวังว่าคงจะทำให้เพื่อนเขาคลายสงสัยไปได้บ้าง

แบบนี้นี่เอง...แล้วที่นายกุมมือกันล่ะ?? รอนถามต่อ....

จู่ๆหมอนั่นก็ละเมอมากุมมือฉันไว้ ฉันอยากจะลุกหนีแต่มาดามเธอขอร้องไว้...ก็เท่านี้เอง ที่สำคัญฉันยังไม่รู้เลยว่าเผลอหลับไปตอนไหน เขายิ้มแห้งๆ รอนเมื่อรู้เรื่องราวก็รู้สึกโล่งใจ เขาไม่อยากให้แฮรี่ไปยุ่งกับคนไม่ดีอย่างมัลฟอยเท่าไหร่นักหรอก แต่เฮอร์ไมโอนี่กลับมองแฮรี่ด้วยความเห็นใจ เธอรู้ว่าแฮรี่รู้สึกอย่างไรกับมัลฟอย

รู้สึกว่าการสนทนาของพวกเขาทั้งสามจะมีบุคคลที่สี่มารับรู้ด้วย เพราะเมื่อพวกเขาคุยกับเสร็จ พวกเขาก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น แฮรี่ถึงกับสะดุ้งแล้วก็รีบวิ่งไปดูทางต้นเสียงทันที ในจิตใจของเขาภาวนาว่าอย่าให้เป็นคนๆนั้นเลย

ร่างบางวิ่งออกมาอย่างสุดแรง วินาทีที่เขาได้ยินคำนั้นจากปากของร่างสูงนั่น แสงสว่างในจิตใจก็ดับวูบลงไม่เหลือ ความมืดมิดเข้าเกาะกุมหัวใจดวงเล็กนั่นอีกครั้ง มัลฟอยไม่รู้ว่าตนโชคดีหรือโชคร้ายที่มาได้ยินคำๆนั้น เขาลืมของไว้ที่ห้องเรียนในคาบที่แล้ว จึงจะไปเอากลับมา แต่ก็พบกับพวกของแฮรี่กำลังคุยกันอยู่ พอดี

เกลียด....เขาน่าจะเคยชินกับคำๆนี้ ตั้งแต่ตอนแรกที่เขาเข้ามา สายตาที่แฮรี่มองเขาก็ไม่เคยมีคำว่ามิตรอยู่ในดวงตาสีเขียวคู่นั้นเลย ในตอนแรกเขาก็ไม่คิดจะญาติดีกับเด็กหนุ่มเช่นกัน แต่ยิ่งนานวัน ความรู้สึกของเขาก็แปรเปลี่ยนไปช้าๆ เขาเริ่มยอมรับในสิ่งที่ตนเองปฏิเสธมาตลอด เขาอิจฉาคนๆนั้น ทั้งความสามารถ ชื่อเสียง และจิตใจที่มุ่งมั่นกล้าหาญนั่น เขาอยากเป็นเพื่อน....เพื่อนกับแฮรี่ พอตเตอร์

แต่ทุกครั้งที่เขาพยายามจะเป็นเพื่อนกับแฮรี่มันก็ไร้ผลแทบทุกครั้ง ไม่รู้เพราะอะไร เวลาเขาจะพูดอะไรออกไปมันกลับกลายเป็นว่า เขาคอยหาเรื่องเด็กหนุ่มตลอดเวลา ทั้งดูถูก เหยียดหยาม อยากจะตบปากตัวเองสักสิบยี่สิบครั้งให้มันหายบ้า ทำไมแค่คำว่า ศักศรีดิ์ เพียงคำเดียว มันทำให้เขาถึงกลับทำลายทุกอย่างได้ด้วยมือของเขาเอง

จากวิ่งกลายเป็นเดิน มัลฟอยเดินช้าๆไปตามทาง น้ำใสเริ่มเอ่อล้นออกมาอีกครั้งอย่างไร้สาเหตุ เขาไม่เข้าใจว่าเจ้าน้ำตาที่ไหลออกมานี่มันเป็นเพราะอะไรกันแน่ ดีใจที่ถูกเกลียดงั้นเหรอ...เขาหัวเราะเยาะตัวเองเบาๆกับความหวังลมๆแล้งๆ การกระทำของแฮรี่ตลอดเวลาที่อยู่ในห้องพยาบาล มันก็เป็นเพียงเพราะความสงสารเท่านั้นเอง

ก็แค่สงสารเท่านั้น...เดรโกเอ๋ย... มัลฟอยปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาแบบนั้น เขาคิดว่าอยากจะปลดปล่อยมันออกไปให้หมด ให้หมดไปจากตัวและหัวใจของเขา เพราะผ่านครั้งนี้ไปแล้ว ต่อแต่นี้ไป....จะไม่มีคำว่า เสียใจ จะไม่มีการเสียน้ำตาให้กับใครอีกแล้ว

ขอแค่ครั้งนี้เท่านั้น....ครั้งสุดท้าย ร่างบางทรุดตัวลงกับพื้น ปล่อยโอออกมาอยากสุดกลั้น เรื่องราวต่างๆที่ผ่านมามันทำให้เขาทุกข์ใจมากมายเหลือเกิน ตั้งแต่เจอเรื่องราวนั้น การร้องไห้คนเดียวเป็นสิ่งที่เขาชินมากกว่าการหัวเราะหรือยิ้มเสียอีก หมดแล้ว....ความรักและความไว้ใจ หมดไปกับคำว่าเกลียดเสียแล้ว

เสียงร้องไห้ดังบริเวณสนามด้านหลัง ส่งผลให้ชายร่างใหญ่รู้สึกสงสัยและเดินไปดูตามทางที่มาของเสียงนั่น แฮกริดเห็นมัลฟอยกำลังร้องไห้ เขาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากพอดู เด็กหนุ่มจอมหยิ่ง ปากเสียนั่นจะมานั่งร้องไห้ แปลก....แปลกมาก และที่สำคัญ ร้องอย่างไม่กลั้น เสียงโฮดังไปทั่ว แต่มันก็ยังไม่ดังพอที่จะให้คนที่อยู่ด้านในได้ยิน

แฮกริดมองร่างบางนั่นอยู่พักใหญ่ ใจจริงแล้วเขาก็อยากเข้าไปหาอยู่หรอก แต่มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกว่าไม่สมควรจะเข้าไปยุ่ง จู่ๆมัลฟอยก็ลุกขึ้นยืนพลางเช็ดคราบน้ำตา ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว

เจ้านั่นมีเรื่องอะไรกันแน่ แฮกริดรู้สึกสงสัยจริงๆ อยู่มา 5 ปี ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นน้ำตาของมัลฟอยหรอกน่ะ เขาเคยเห็น แต่นั่นมันเกิดจากความกลัวและขี้ขลาดของเด็กหนุ่มเสียมากกว่า แต่น้ำตาเมื่อครู่ เขาสัมผัสได้ถึงความเศร้าโศกเสียใจอย่างแสนสาหัส ความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยว ความมืดมิดที่สุดจะหยั่งถึง

แฮกริดพาร่างใหญ่ๆของเขากลับไปยังบ้านพักหลังเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันกับบริเวณนั้นสักเท่าไหร่ ประตูบานใหญ่ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวของเขามันกลับดูเล็กลงไปถนัดตาถูกแง้มออกอย่างช้าๆ ก่อนที่เขาจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม หน้าเตาผิง พลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เช่นทุกวันที่ผ่านมา

มัลฟอยเดินกลับไปยังหอนอนของบ้านสลิธิรินอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่มันควรจะเป็นเวลาที่เขาอยู่ในห้องโถงเพื่อรับประทานอาหารเย็นมากกว่า แต่เป็นใครก็คงกินอะไรไม่ลงหรอก จะว่าไปเขาก็อิ่มแล้วนะ กินเสียอิ่มเลย น้ำตาที่เพิ่งไหลออกมาเมื่อไม่นานมานี้มันมากมายจนอาจทำให้เขาอิ่มไปได้หลายวันเชียวล่ะ เด็กหนุ่มพาร่างของตนเองไปอาบน้ำก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนเพลีย

ถึงเวลาอาหารเย็น นักเรียนทุกบ้านทุกชั้นปีจะมารวมกันที่ห้องโถงใหญ่แห่งนี้ ตอนนี้เหล่านักเรียนต่างพากันทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน คุ้นเคย จะยกเว้นก็แต่ แฮรี่ พอตเตอร์ เด็กหนุ่มคนดัง ซึ่งตอนนี้เขาพยายามใช้สายตากวาดไปรอบๆโต๊ะของบ้านสลิธิรินเพื่อหามัลฟอย เย็นนี้ร่างบางไม่ยอมลงมาทานอาหารอีกแล้ว ไม่รู้จะเป็นอะไรอีก หรือว่าจะเป็นลมไปอีก แฮรี่ห่วงต่างๆนาๆ ทำเอาเพื่อนรอบๆมองอาการของเด็กหนุ่มอย่างงงๆ

หลังจากที่นักเรียนทุกคนต่างกลับหอนอนของตนไปหมดแล้ว หญิงสูงวัยผู้เป็นอ.ประจำบ้านของกริฟฟินดอร์ กำลังเดินไปตามทางที่คุ้นเคยด้วยความร้อนใจ ราวกับว่าเรื่องที่ตนจะได้รู้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้จะเป็นเรื่องร้ายแรงถึงขนาดคอขาดบาดตายอย่างนั้น

วัฟเฟิลช๊อคโกแลต เธอกล่าวรหัสผ่านที่ไม่เคยจะซ้ำกันเลยสำหรับการที่จะเปิดทางไปพบอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน อัลบัสเรียกเธอมาพบด้วยมีเรื่องร้อนใจบางอย่าง ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร

มิเนอร์วา.... ชายชราหันหน้ามาเมื่อรับรู้ได้ถึงการมาของบุคคลที่ตนรอพบ

มีอะไรเร่งด่วนหรืออัลบัส?? เธอถามอย่างร้อนใจ

เรื่องของมัลฟอย... ชายชราถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะค่อยๆเดินไปที่โต๊ะทำงานของตนอย่างช้าๆ

ได้เรื่องอะไรงั้นหรือ? มิเนอร์วาถามต่อ เธอเดินตามชายชราไป

ตอนนี้ยังไม่แน่นอน...ผมคิดว่าจะสืบให้รู้แน่ก่อน แต่ที่ผมเรียกคุณมาวันนี้ก็เพราะอยากให้คุณและคณาจารย์คนอื่นๆช่วยกันดูแลเขาเสียหน่อย อัลบัสนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมของตน ชายชราหลับตานิ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ

มันร้ายแรงมากหรืออัลบัส.... เธอกล่าวถามต่อไปอีกเมื่อเห็นสีหน้าของฝ่ายตรงข้าม เธอทราบว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มนั่น แต่เธอไม่คิดว่ามันจะร้ายแรงถึงเพียงนี้

หากเรื่องที่ผมทราบมาเป็นจริงละก็....มันอาจจะร้ายแรงมากกว่าทุกครั้งก็เป็นได้ ยังไงผมก็ฝากให้คุณช่วยดูแลเขาด้วย ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าจะต้องทำอย่างไร รอยยิ้มใต้หนวดเคราขาวยาวปรากฎขึ้นอย่างอ่อนโยน แต่นั่นก็ไม่อาจลบเลือนความกังวลใจของชายชราไปได้

ฉันทราบดี... เธอพยักหน้ารับ มักกอลนากัลเดินกลับไปตามทางเก่า ระหว่างทางเธอก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มแห่งบ้านสลิธิรินคนนั้น

เช้าอีกวันที่ความสดใสในโลกแทบจะไม่มีเหลือเลยสำหรับเด็กหนุ่มร่างสูงคนนี้ แฮรี่เดินอย่างหมดอะไรตายอยากไปตามทาง นี่ก็ใกล้วันคริสมาสต์เข้าไปทุกทีแล้ว มัลฟอยยังคงไม่มองหน้าเขาเลยสักครั้ง แถมยังจะหลบหน้าเขาเสียอีกด้วยซ้ำ อะไรมันจะเลวร้ายปานนี้....

รอนและเฮอร์ไมโอนี่มองอาการของเพื่อนรักอย่างเห็นใจ ตั้งแต่วันนั้นนี่ก็ร่วม 2 อาทิตย์แล้วที่แฮรี่เป็นแบนี้ เขาดูไม่สดใสและร่าเริงเหมือนแต่ก่อน มัลฟอยก็อีกคน ไม่คอยจ้องจะหาเรื่องพวกเขาเลย แถมยังคอยหลบหน้าพวกเขาอีก

แฮรี่...เธอไปก่อนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับรอน จู่ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็พูดขึ้นแล้วก็กึ่งลากกึ่งฉุดรอนออกไปทันที แฮรี่ได้แต่มองตามไปอย่างงงๆ แต่แล้วก็กลับสู่สภาพเดิมแล้วพาตัวเองเดินไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อรอเวลาอาหารเช้าที่แสนจะน่าเอหน่ายของเขา

เฮอร์ไมโอนี่ลากรอนมายังบริเวณสนามด้านหลัง เธอพยายามมองหาที่ปลอดคน รอนสงสัยอย่างมากแต่ก็ไม่กล้าขัดอะไร เขามองหญิงสาวตรงหน้า เกือบ 2 ปีแล้วที่พวกเขาทั้งคู่คบกัน น่าแปลก...ทั้งๆที่ตอนแรกเขาไม่คิดว่าจะชอบเด็กผู้หญิงตรงหน้าเลยจริงๆ

เอาล่ะ... เธอพูดขึ้นก่อนจะปล่อยมือจากรอน เด็กหนุ่มมองเธอด้วยแววตาสงสัย

มีอะไรเหรอ... รอนกล่าวถามขึ้นในที่สุด เด็กสาวดูมีท่าทีจริงจังมากทีเดียว

นายรู้สึกอย่างไรกับมัลฟอย? เธอถามขึ้น ทำเอารอนตะลึงทันที ไม่นึกว่าจู่ๆจะมาถามเรื่องศัตรูคู่อาฆาตได้ แต่ก็น่าสงสัย ทั้งๆที่เฮอร์ไมโอนี่เองก็รู้ว่ารอนคิดยังไง แต่ทำไมถึงถามล่ะ??

เกลียด...เธอก็รู้ ฉันเกลียดหมอนั่นจะตายไป รอนตอบ แววตาของเขายังคงไม่คลายความสงสัย

แล้วเธอคิดว่าแฮรี่คิดยังไงกับมัลฟอย เด็กสาวถามต่อไป สีหน้าของเธอยังคงเต็มไปด้วยความจริงจัง

ก็เกลียดอีกนั่นแหละ...แฮรี่ก็เพิ่งพูดไป เธอก็ได้ยินนี่นา รอนยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ ทำไมจ่ๆถึงถามออกมาได้

งั้นเหรอ...แต่ฉันว่าไม่ เธอตอบเสียงแข็ง รอนหันมองคนข้างๆอย่างตกใจ

เธอเป็นอะไร...นอนไม่พอหรือไง?? รอนถามอย่างเป็นห่วงผสมกับตกใจ ถ้าจะลำดับความเกลียด เฮอร์ไมโอนี่น่าจะเป็นคนที่เกลียดมัลฟอยมากที่สุด

ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่เกลียดหมอนั่น แต่เธอน่าจะรู้ ดูแฮรี่สิ...ตั้งแต่วันนั้นก็ทำตัวเหมือนคนเบื่อโลก แล้ววันนั้นที่แฮรี่พูด เธอก็รู้รอน ว่าแฮรี่ไม่ได้เต็มใจที่จะพูด แฮรี่ต้องการให้เราสบายใจ เธออธิบาย รอนเหมือนถูกมีดปักกลางใจดำอย่างแรง ใช่...เขาเห็นถึงอาการนั้นของแฮรี่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร นี่เขากำลังทำผิดงั้นหรือ??

แล้วยังไง...อย่าบอกนะว่าเธอจะให้ฉันยอมรับในตัวหมอนั่น ไม่มีทางซะล่ะ!! รอนสะบัดหน้าหนี ให้เขายอมรับมัลฟอยเหรอ สู้ฆ่าเขาให้ตายเสียดีกว่า

หรือเธออยากเห็นแฮรี่เป็นแบบนี้ต่อไป.... เฮอร์ไมโอนี่กล่าวเรียบๆ รอนถึงกลับกลืนน้ำลาย เขาไม่อยากญาติดีกับมัลฟอยก็จริง แต่ก็ไม่อยากเห็นเพื่อนรักต้องมานั่งทุกข์ใจแบบนี้เหมือนกัน

แต่....แต่ถึงยังไงมัลฟอยก็เกลียดแฮรี่อยู่ดี รอนพยายามหาข้ออ้างอื่น

ไม่ลองไม่รู้หรอก...เราต้อช่วยแฮรี่ เธอยังคงยืนยันคำเดิม และท่าทางจะเอาจริงเสียด้วย

แต่ว่า.... รอนเองก็ยังคงทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี

เธอน่าจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีนะรอน....หรือว่าจะต้องให้ฉันเมินเธอบ้าง เผื่อเธอจะเข้าใจความรู้สึกของแฮรี่ดีขึ้น เฮอร์ไมโอนี่เสียงเข้ม รอนรู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขานิ่งคิดอยู่สักพักใหญ่ ในที่สุดก็ตอบตกลงจนได้

ทั้งคู่รีบเดินกลับไปยังห้องโถงทันที พวกเค้าคุยกันจนหมดเวลาพักช่วงเช้าแล้ว ระหว่างทางเฮอร์ไมโอนี่ก็เล่าถึงวิธีการและแผนการต่างๆให้รอนฟัง โดยเธอบอกว่าเราจะต้องบอกเรื่องนี้ให้แฮรี่รู้ทั้งหมดเสียก่อน

ไปไหนกันมา...นี่มันจะเริ่มเรียนแล้วนะ แฮรี่ถามขึ้น เขานั่งรอเพื่อนทั้งสองอยู่ที่ห้องโถงใหญ่ได้พักนึงแล้ว ตอนนี้รอบๆเขาแทบจะไม่เหลือนักเรียนอยู่เลย

เรามีเรื่องต้องคุยกับเธอแฮรี่ ไว้ตอนพักกลางวันแล้วกัน ทั้งสามรีบหยิบหนังสือก่อนจิ่งไปเรียนวิชาแรกของวัน โชคดีที่พวกเขามาได้ทันเวลา ไม่สิ...เลยเวลาด้วย แต่ทำไมลูปินถึงยังไม่เข้ามาสอนเลยล่ะ

มีเรื่องอะไรอีกเหรอไงเนี่ย?? รอนกระซิบถามแฮรี่เบาๆ เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ

นักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์นั่งรอกันอยู่สักพัก ลูปินก็เข้ามา พวกแฮรี่จ้องไปทางชายหนุ่มอย่างเป็นห่วง แต่รู้สึกว่าเขาจะไม่ได้เป็นอะไร เพราะสีหน้าของเขาไม่ได้ดูแย่ลงเลยแม้แต่นิดเดียว กลับยังคงยิ้มแย้มและร่างเริงเช่นเดิม

ขอโทษที...พอดีครูไปประชุมมา เขากล่าวกับนักเรียนทุกคน ก่อนที่จะเริ่มลงมือสอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดหลังจากที่เสียเวลามามากพอควรแล้ว

แฮรี่ เฮอร์ไมโอนี่และรอน รู้สึกนึกสงสัยขึ้นมา ทำไมต้องเรียกไปประชุมในขณะที่กำลังจะเข้าสอน ซึ่งมันค่อนข้างแปลกสำหรับที่นี่ ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงหรือเร่งด่วนมากจริงๆ

จริงสิ...เย็นนี้พวกเธอ 3 คนช่วยมาพบฉันที่ห้องพักทีนะ ลูปินกล่าว ก่อนจะชี้ไปทางพวกแฮรี่ ทั้งสามมองกันอย่างสงสัย พวกเขามองไปทางลูปินเป็นเชิงถาม แต่ก็ได้รับแค่รอยยิ้มกลับมาเท่านั้นเอง

ช่วงพักกลางวันหลังจากที่ทั้งสามรับประทานอาหารกันเรียบร้อย รอนและเฮอร์ไมโอนี่ก็ชวนแฮรี่ไปหาที่สงบๆเพื่อจะคุยเรื่องที่เขาได้พูดไว้เมื่อตอนเช้า พวกเขาตัดสินใจจะไปที่ริมทะเลสาบแถวๆบ้านของแฮกริด ซึ่งดูจะเงียบและสงบที่สุดแล้วในช่วงเวลานี้

พวกนายมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอ?? แฮรี่ถาม ทั้งสามนั่งลงบนพื้นหญ้านุ่ม

อ่า....คือว่า...เรื่อง.... รอนอึกๆอักๆ จนในที่สุดเฮอร์ไมโอนี่ทนไม่ไหว เลยตบหลังรอนเข้าให้ทีนึง แฮรี่มองอาการเพื่อนรักทั้งสองอย่างงงๆ และก็ขำในท่าทีของรอนด้วย

คือ....เราอยากจะคุยกับเธอเรื่องมัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่ตัดสินใจพูดเอง แฮรี่ตกใจมากกับเรื่องที่เธอพูดขึ้น

พวกนาย..... แฮรี่อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า เขาไม่ร็ว่าจะถามยังไงดีเสียมากกว่า ก็เพื่อนของเขาทั้งสองเกลียดมัลฟอยออกขนาดนั้น ถ้าขืนถามอะไรไม่ดีไป มันก็อาจจะเกิดผลเสียเอาง่ายๆได้

บอกฉันตามตรงนะแฮรี่....นายคิดยังไงกับมัลฟอย รอนถามขึ้น เขาพยายามทำสีหน้าให้จริงจังที่สุดเท่าที่จะทำได้ และที่สำคัญ เขาพยายามไล่เรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปจากความคิดของเขาในตอนนี้ด้วย

......ชอบ....ไม่รู้เพราะอะไร แต่พอฉันได้อยู่ใกล้กับหมอนั่น ฉันรู้สึกมีความสุข...ประหลาดดีใช่ไหมล่ะ? แฮรี่นิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดความจริงออกมา เขารู้ว่าเพื่อนของเขาน่าจะรู้แล้ว และนี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาทั้งคู่หายไปเมื่อตอนเช้าวันนี้

ขอบใจที่บอกเราตามตรงแฮรี่...เราสังเกตุจากที่นายบอกเราวันนั้น นายดูทรมานใจมาก เฮอร์ไมโอนี่กล่าว เธอยิ้มปลอบใจแฮรี่ เขาเข้าใจว่าความรักมันมักจะไม่มีเหตุผลเสมอ

ฉันต้องขอโทษทีที่ทำให้นายลำบากใจแฮรี่ รอนกล่าวด้วยสีหน้าสลด เขาไม่คิดว่าจะทำให้เพื่อนเขาทรมานใจมากขนาดนั้น ยิ่งคิดต่อไปว่าถ้าตัวเขาต้องฝืนพูดแบบนี้บ้างล่ะ...พอคิดแบบนั้นรอนก็เหลือบมองไปทางเฮอร์ไมโอนี่

ไม่เป็นไรหรอก...พวกนายไม่โกรธฉันก็ดีแล้ว แฮรี่ยิ้มให้เพื่อนรักทั้งสอง ถึงมันจะดูดีมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่มันก็ยังคงแฝงไปด้วยความเศร้าอยู่ดี

พวกเขาทั้งสามนั่งคุยกันต่อ แฮรี่เปิดใจตนเองให้เพื่อนของเขาฟัง ถึงแม้รอนและเฮอร์ไมโอนี่จะเกลียดมัลฟอยมากเท่าไหร่ก็ตาม แต่เขาก็ไม่อาจเกลียดเพื่อนรักของเขาได้ลง และพอฟังเรื่องที่แฮรี่เล่าถึงมัลฟอย พวกเขาก็รู้สึกว่าคนๆนั้นน่าสงสารมากอย่างบอกไม่ถูก

ฉันไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว.... ร่างสูงกล่าวอย่างหมดหวัง ดวงตาสีเขียวขุ่นมัวไปด้วยอารมณืแห่งความผิดหวัง

ก็เข้าไปคุยปรับความเข้าใจซะสิ รอนตอบ ซึ่งเฮอร์ไมโอนี่ก็เห็นด้วยกับเขา

ไม่มีทางหรอก...มัลฟอยไม่คุยกับฉัน แม้แต่มองหน้ายังไม่เคยเลยด้วยซ้ำ แฮรี่ถอนหายใจ พูดตามตรงเขาเองก็พยายามที่จะคุยมาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งร่างบางก็หาเรื่องหลบเลี่ยงเขาตลอด

ฉันว่ามัลฟอยต้องมีอะไรแน่ๆยังไงฉันก็จะช่วยเธอแฮรี่ เฮอร์ไมโอนี่กล่าว เธอคิดว่ามัลฟอยต้องกำลังเข้าใจผิดอะไรแน่ๆประสบการณ์มันบอกเธอว่าแบบนี้

มัลฟอยพยายามหลบหน้าพวกเรา....มันยากแน่ๆ รอนกล่าวขึ้นด้วยท่าทีครุ่นคิด

เถอะน่า...มันต้องมีวิธีสิ เด็กสาวกล่าวอย่างมั่นใจ รอนและแฮรี่มองเฮอร์ไมโอนี่ เด็กหนุ่มหวังว่าเขาคงจะได้พูดกับมัลฟอยเร็วๆนี้